
พระธาตุศรีสองรัก สักขีพยานแห่งสัจจะและไมตรี
พระธาตุศรีสองรัก สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวด่านซ้าย จ.เลย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีประวัติ หรือตำนานการสร้างที่น่าสนใจไม่น้อย
ตำนานเล่าว่า “พระธาตุศรีสองรัก” เป็นเรื่องของการสร้างสักขีพยานระหว่างกษัตริย์สองพระองค์คือ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา และพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต (หรือเวียงจันทน์ในปัจจุบัน) ซึ่งในขณะนั้นเมืองพม่ากำลังมีอำนาจที่แข็งแกร่ง และทำการรุกรานดินแดนต่างๆ เพื่อขยายอำนาจของตนเอง
ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียดนี้ ทั้งสองพระนครจึงตกลงเป็นพันธมิตรกัน กษัตริย์สองพระองค์จึงทำสัตยาธิษฐาน สัญญากันว่าจะไม่ล่วงล้ำกล้ำกรายดินแดนของกันและกัน อีกทั้งเพื่อเป็นการผนึกกำลังต่อสู้กับพม่า โดยสร้างสักขีพยานของสัญญาในครั้งนี้คือ “พระธาตุศรีสองรัก”
ตามตำนานการสร้าง กล่าวว่า ตำแหน่งของพระธาตุนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างแม่น้ำโขงกับแม่น้ำน่านพอดี และนามของพระธาตุนี้ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งไมตรีของทั้งสองอาณาจักร ซึ่งเป็นนามที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นสิริมงคลนั่นเอง
เนื่องด้วยกษัตริย์ทั้งสองพระองค์เป็นชาวพุทธ มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยทั้งสองพระองค์เชื่อว่าอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะสามารถบันดาลให้ข้อตกลงระหว่างสองอาณาจักรเป็นไปตามที่สัญญากันเอาไว้
เหตุผลเรื่องความเชื่อในศาสนาจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทั้งสองพระองค์เลือกที่จะสร้างพระธาตุศรีสองรักแห่งนี้ขึ้นมา
มีความเชื่ออย่างหนึ่งซึ่งผู้ที่จะเข้าไปสักการะพระธาตุต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดคือ “ห้ามใส่เสื้อผ้าสีแดง” หรือ “นำสิ่งของที่มีสีแดง” เข้าไปบริเวณพระธาตุ
เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองปัจจุบันแต่อย่างใด แต่เป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณว่า “สีแดง” เป็นสีของ “เลือด” ที่มาจากการทำสงคราม ส่วนพระธาตุศรีสองรักถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานแห่งความรัก ความสงบสุขระหว่างทั้งสองอาณาจักร ดังนั้นการห้ามใส่เสื้อผ้าสีแดง หรือนำสิ่งของที่มีสีแดงเข้าไปที่พระธาตุ จึงเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาจนทุกวันนี้
" เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"
รัก (ภาพประกอบ : www.ezytrip.com )



