ข่าว

ไอซีทีกร้าวทวงคืนสมบัติชาติ'ไทยคม'

ไอซีทีกร้าวทวงคืนสมบัติชาติ'ไทยคม'

15 มิ.ย. 2553

รมว.ไอซีที กร้าวทวงคืนสมบัติชาติ เชื่อคุยสิงคโปร์ซื้อไทยคมคืนได้ เชื่อพิจารณาข้อสัญญาสัมปทานภายใน 21 วัน หากผิดคาดโทษแพ่ง-อาญา ด้าน“องอาจ” เผย "อภิสิทธิ์"มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณารอบคอบ ยึดประโยชน์ชาติ

(15มิ.ย.) นายจุติ  ไกรฤกษ์ รมต.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีที กล่าวถึงแนวทางซื้อคืนดาวเทียมไทยคม ว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้หารือ 2 ส่วน คือ เรื่องความมั่นคงและดาวเทียมไทยคมเป็นดาวเทียมที่มีวงโคจรเป็นของไทย แต่มีคนเอาไปขายให้ต่างชาติ อยู่ในการบริหารของต่างชาติ ซึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงคือเมื่อทวงคืนมาแล้วต้องมีการบริหารต่อไปให้ได้ประโยชน์สูงสุด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รูปแบบการซื้อคืนเป็นแบบไหน รมว.ไอซีที กล่าวว่า วันนี้จะหารือในที่ประชุมครม.ระหว่างกระทรวงการคลังกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานของรัฐต้องดูแล สำหรับเงินที่จะนำไปซื้อไม่มีปัญหา ในส่วนของกระทรวงไอซีที ไม่ใช่คู่เจรจา แต่เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสิงคโปร์ที่มีต่อกันดี เชื่อว่ามีโอกาสเจรจาขอซื้อคืนกลับมาได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กรอบระยะเวลา 21 วันในการทบทวนสัญญากับไทยคมเป็นอย่างไร นายจุติ กล่าวว่า เป็นเรื่องการสัญญาสัมปทานที่ไทยคมละเมิดสัญญา กระทรวงไอซีทีต้องสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยพิจารณาว่าจะดำเนินการทางแพ่งหรืออาญาได้หรือไม่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีความผิดทางอาญาจะทำอย่างไรรมว.ไอซีที กล่าวว่า ถ้าตนไม่ดำเนินการตรวจสอบก็จะมีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากพิจารณาทางอาญาก็สามารถยกเลิกสัญญาได้ทันที แต่ต้องดูทางออก

 “คิดว่าสิงคโปร์ เคารพในสิทธิ์ตรงนี้ ว่าวงโคจรดาวเทียมเป็นของไทย เพราะทุกประเทศก็มีวงโคจรเป็นของตัวเอง สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ ไทยเคยมีดามเทียม 5 ดวง ขณะนี้เหลือเพียงดวงเดียว ถ้าทำอะไรผลีผลามเกิดปัญหาขึ้น คนที่ต้องอาศัยดาวเทียมจะมีปัญหาหมด เราจะทำด้วยอารมณ์ไม่ได้ต้องทำด้วยเหตุผล เรื่องความรักชาติความมั่นคงต้องเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องรักษาไว้ให้รอบคอบ ดาวเทียมเป็นของประเทศไทย เป็นของใครอื่นไม่ได้ต้องเป็นของไทยแลนด์ ดังนั้นต้องเป็นของคนไทยทั้งประเทศ ”

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้คาดว่าจะสามารถเจรจากับเทมาเสกกับทางการสิงคโปร์ได้หรือไม่ รมว.ไอซีที กล่าวว่า เป็นประเทศอาเซียนด้วยกัน เป็นเพื่อนบ้านกัน หุ้นส่วนเทมาเสกก็เป็นของรัฐ

 ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังนายกรัฐมนตรี เรียกไปหารือถึงแนวทางการซื้อดาวเทียมไทยคมและซื้อหุ้นคืนจากเทมาเส็ก ประเทศสิงคโปร์ว่า การที่นายกฯพูดถึงเรื่องไทยคมที่ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคง จึงได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาหารือ นายกฯได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูเรื่องของรายละเอียด ว่า ควรจะดำเนินการอย่างไร ให้เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม

 สำหรับวิธีการในการเข้าไปซื้อหุ้นกลับคืนก็มีหลายวิธีการอย่างการให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าไปจัดซื้อ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานนั้น ๆ ด้วยอย่างอสมท.หรือกสท.ที่จะต้องพูดคุยกันด้วยรวมทั้งการตั้งกองทุนโดยเปิด ให้ประชาชนร่วมเป็นเจ้าของ ส่วนวิธีไหนจะดีกว่านั้นความจริงมีข้อดีและข้อเสียหลายด้าน ซึ่งเราก็ต้องพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม จะไปบอกว่า ทุกอย่างดีหมด ทุกอย่างเสียหมดไม่ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมที่สุด บ้านเมืองประเทศชาติได้ประโยชน์ที่สุดอยู่ตรงไหน ก็พยายามไปสู่จุดนั้นมากที่สุด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เม็ดทุนที่จะซื้อมูลค่าเท่าไร นายองอาจ กล่าวว่า นั่นเป็นเรื่องรายละเอียดต้องคุยกันพอสมควร แต่ก็ขึ้นอยู่กับคนขายด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่แนวโน้มที่ทางนายกรณ์ จาติกวานิช รมว.คลัง และนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา คนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี ไปพูดคุยแล้ว เห็นว่าเทมาเส็กก็ต้องการขาย รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ก็คุยเรื่องทั่ว ๆ ไป แต่ยังไม่ถึงขั้นตัดสินใจ อยู่ในกระบวนการของการพูดคุยกันมากกว่า

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบุว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าทางไทยคมได้ละเมิดสัญญาหรือไม่ ที่ปล่อยสัญญาณให้สถานีโทรทัศน์พีทีวีถ่ายทอดออกอากาศการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ผ่านมา โดยจะขอเวลา 21 วันก่อนที่จะเสนอเข้าครม. นายองอาจ กล่าวว่า จะดูเรื่องไอซีทีเป็นหลัก ส่วนอะไรที่เกี่ยวข้องกับสำนักนายกรัฐมนตรีเราก็คงจะนำเสนอในที่ประชุมครม.

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นความผิดทางอาญาสามารถดำเนินการได้เลยใช่หรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ต้องรอให้เขาพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าไปถึงขั้นไหนซึ่งตามหลักจะต้องยึดสัมปทานคืนหรือไม่ ต้องดูว่าไปถึงขั้นไหน อย่างเพิ่งไปไกลถึงขนาดไหน