ข่าว

สมช.ยันฟังเสียงค้านนิรโทษกรรมเสื้อแดง

สมช.ยันฟังเสียงค้านนิรโทษกรรมเสื้อแดง

15 มิ.ย. 2553

เลขาฯ สมช.ยันฟังเสียงค้านนิรโทษกรรมเสื้อแดง ด้าน"ปณิธาน" ระบุ ยังไม่ได้ข้อสรุปแผนนิรโทษกรรมผู้ชุมนุม

(15 มิ.ย.) นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแนวร่วมนปช.ว่า ในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)คิดว่าเรื่องนิรโทษกรรมมีเหตุผลมาตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะผู้ที่มาชุมนุมก็เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ครั้งที่ผ่านมามันผิดไปจากเดิมคือนอกจากมีผู้มาชุมนุมแล้วยังมีผู้ที่ยุยงปลุกปั่นที่จะให้เกิดความรุนแรง รวมทั้งมีกองกำลังที่ติดอาวุธซึ่งปรากฏตัวให้เห็นชัดเจนเมื่อวันที่ 10 เม.ย. จึงทำให้เป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเมื่อมีการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานฉุกเฉินขึ้นมาก็ทำให้การชุมนุมนั้นเป็นความผิด ทำให้มีผู้ชุมนุมต้องโทษถูกดำเนินคดี และกำลังถูกดำเนินคดี หรือกลับบ้านไปแล้วก็มี ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีความผิดทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อมีความคิดที่จะให้มีการปรองดองเราก็เห็นกันว่าถ้าให้มีการนิรโทษกรรมบุคคลเหล่านี้ก็น่าจะเป็นผลดี อย่างไรก็ตามก็คงจะนิรโทษเฉพาะผู้ที่ทำผิดพรก.ฉุกเฉินซึ่งมีโทษ 2 ปี ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทเท่านั้น ส่วนความผิดฐานอื่นๆยังดำเนินคดีต่อไป

 “แต่มีหลายท่านบอกว่าอาจจะทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้วก็ไม่เข็ดหลาบกัน แต่ผมมองโลกในแง่ดีว่าคงไม่มีใครอยากให้บ้านเมืองเรากลับไปสู่สถานการณ์ที่เรามีความยุ่งยากค่อนข้างมากอย่างนั้นอีก ส่วนว่าจะออกเป็นกฎหมายแบบไหนนั้นก็คงต้องนำเสนอต่อศอฉ.อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็คงนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป ซึ่งต้องคุยกันอีกครั้งหนึ่งเพราะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ทั้งนี้ทางเทคนิคในแง่ของการร่างกฎหมายไม่มีปัญหา กฤษฎีกาสามารถร่างได้อยู่แล้วและเราก็มีรูปแบบของการทำกฎหมายแบบนี้มาในอดีตหลายครั้งแล้ว โดยจะใช้หลักการเดียวกันที่ไม่ได้มุงถึงตัวบุคคลแต่มุ่งพฤติกรรม ซึ่งจะใช้กับผู้ชุมนุมเท่านั้นเพราะเจ้าหน้าที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามต้องนำเสียงคัดค้านมาพิจารณาด้วยแน่นอน”เลขาสมช. กล่าว

 ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กลัวว่าการนิรโทษกรรมจะกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนั้น นายถวิล กล่าวอีกว่า ตนเรียนแล้วว่าถ้ามองในแง่ที่เป็นข้อเสียคือเมื่อมีผิดแล้วไปนิรโทษกรรมอาจจะทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ แต่มองในแง่ดีคิดว่าบ้านเมืองเราถ้าใครนึกถึง 2-3 เดือนที่แล้วคงยังหวาดผวาอยู่

 เมื่อถามว่าแล้วจะน้ำหนักตรงไหนมากกว่ากัน นายถวิล กล่าวว่า ตนชั่งน้ำหนักไม่ได้ ต้องให้กรรมการชั่งน้ำหนัก เมื่อถามว่าได้ถามกลับไปที่ ศอฉ.หรือไม่ว่าทำไมถึงมีแนวคิดเช่นนี้เพราะก่อนหน้านั้นก็มีการเข่นฆ่ากันมา นายถวิล กล่าวว่า ตนยืนยันในฐานะเลขานุการ ศอฉ.ว่าไม่มีการเข่นฆ่า แล้วเราก็ปรารถนาดีที่จะให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะที่มีการปรองดอง โดยจะมีการแยกแยะผู้บริสุทธิ์ออกจากผู้ก่อการร้าย ซึ่งเราแยกได้ซึ่งทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไป)กำลังทำเป็นคดีพิเศษ 4 เรื่องด้วยกัน คือ ก่อการร้ายร้าย การข่มขู่รัฐบาล การวางเพลิงเผาทรัพย์และคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน โดยจะไม่มีพิจารณาว่าใครติดแบล็คลิสต์หรือไม่แบล็คลิสต์ของดีเอสไอ แต่จะพิจารณาถึงพฤติกรรมในการกระทำความผิด

 ด้านดร.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า แผนนิรโทษกรรมกลุ่มคนเสื้อแดงที่เข้าร่วมการชุมนุมนั้น ยังไม่ได้มีข้อสรุปชัดเจน หากผู้ชุมนุมมาชุมนุมด้วยความสงบ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ก็สามารถทำได้ตามปกติ

        นอกจากนี้ ดร.ปณิธาน ยังกล่าวถึงการติดตามตัวแกนนำคนเสื้อแดงที่ยังหลบหนี คือ นายสุพร อัตถาวงศ์ และนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ว่า หากทั้งสองหลบหนีไปต่างประเทศจริง ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สถานทูตประสานช่วยตรวจสอบอีกทาง แต่ที่ผ่านมายังเป็นเพียงกระแสข่าวลือที่ระบุว่าพบในประเทศกัมพูชา ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ยืนยันชัดเจนว่าอยู่ในประเทศดังกล่าว และขอยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ไล่ล่าเพียงผู้ต้องหา 2 คนเท่านั้น แต่ผู้ใดที่ทำผิดก็ต้องถูกดำเนินการทางกฎหมาย