
แยกแยะถูกผิดเพื่อปรองดอง
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คุณคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องความรุนแรง เดินทางไปพบกับคุณวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. ที่ค่ายนเรศวร ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีถ้าพูดคุยกันเพื่อจะเอาความจริงมาเสนอต่อพี่น้องประชาชนว่า เกิดอะไรขึ้นเบื้องหลังการ
และคุณคณิต ในฐานะที่ต้องการความจริงสู่สาธารณชน จะสามารถขุดคุ้ยข้อเท็จจริงเหล่านี้มาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบได้อย่างไร
คุณวีระ มีภารกิจที่จะต้องบอกกล่าวแก่คนไทยด้วย ในฐานะที่เป็นแกนนำของการประท้วง ว่าเป้าหมายจริงๆ ของการประท้วงคืออะไรกันแน่ เกี่ยวข้องไม่เกี่ยวข้องกับคุณทักษิณ ชินวัตร อย่างไร เพราะคุณคณิตบอกว่าก็พร้อมที่จะพูดคุยกับคุณทักษิณ ถ้ามีเรื่องจะพูดคุยกัน
ขณะเดียวกันประเด็นเรื่องนิรโทษกรรมก็เป็นเรื่องร้อนที่ควรจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบด้านรอบคอบ และให้ประชาชนคนไทยได้เข้าใจว่าจุดมุ่งหมายคืออะไร เพราะการปรองดองแห่งชาตินั้นย่อมไม่หมายความว่าความผิดทุกอย่างจะได้รับการอภัยโทษ
คนที่เข้าไปเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสันติที่แท้จริงควรที่จะได้รับการพิจารณา แต่คนที่ถูกกล่าวหาก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมืองอยู่เบื้องหลังความรุนแรง ถ้าหากมีการนิรโทษกรรมก็จะทำให้ความศักดิ์สิทธิ์แห่งกฎหมายบ้านเมืองนั้นหย่อนยานไปอีกรอบหนึ่ง
ฉะนั้นคนไทยพร้อมที่จะให้อภัยคนที่เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสันติ ขณะเดียวกันกฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ ใครที่อยู่ดีๆ จะข่มขู่และกระทำจริงๆ ด้วยความรุนแรง การเผาบ้าน เผาตึก รวมไปถึงการที่มีการปะทะกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหารหรือว่าฝ่ายผู้มีอาวุธของผู้ประท้วงหรือว่าเป็นผู้ที่แปลกปลอมเข้ามาจะต้องมีการสอบสวนทวนความให้ชัดเจนก่อนที่จะมีการพิจารณาเรื่องนิรโทษกรรม
แน่นอนคนที่ถูกกักขังขณะนี้ประมาณ 200 คนในข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ย่อมที่จะได้รับการพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับข้อหาก่อการร้ายหรือไม่อย่างไร เพราะว่าการปรองดองนั้น จะต้องเริ่มด้วยการให้โอกาสคนที่ไม่ได้ตั้งใจกระทำความผิดหรือว่ามาเรียกร้องตามความเข้าใจว่ามีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ
แต่คนที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงจนทำให้มีคนตายกว่า 80 คนเป็นอย่างน้อย บาดเจ็บไม่ต่ำกว่าพันกว่าคนนั้น จะต้องตอบสังคมว่าใครต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าผู้นั้นจะอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายประท้วงก็ตาม
สุทธิชัย หยุ่น



