
เช็กบิล..แก๊งโคลัมเบียเช่ารถฉก 12 ล้าน
การจับกุม 1 ใน 2 แก๊งโคลัมเบียทุบรถฉกเงิน 12 ล้านบาท นอกจากจะทำให้รู้ขั้นตอนการก่อเหตุอันแยบยลแล้ว ยังเป็นการกระชากหน้ากากคนไทยจอมปลอม ที่ร่วมอยู่ในขบวนการทำลายชาตินี้ด้วย ?!!
เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า "ไม่มีคดีใดที่คนร้ายไม่ทิ้งหลักฐานไว้ให้ตำรวจได้สืบสวนต่อ" ดังนั้น ในคดีทุบรถฉกเงิน 12 ล้านบาทของบริษัท ไทสมาร์ทสโตร์ จำกัด เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก็เช่นเดียวกัน มิจฉาชีพทิ้งร่องรอยเอาไว้พอสมควร เพียงแต่อยู่คนละทิศละทาง สะเปะสะปะเหมือนไม่เกี่ยวโยงกัน และหน้าที่นั้นตกอยู่กับ "ชุดสืบสวน" ที่จะนำมันมาปะติดปะต่อเป็นรูปร่างขึ้นมาเหมือนต่อ "จิ๊กซอว์" อันใหญ่
หลักฐานหนึ่งที่พบคือคำให้การของพยานแวดล้อมที่ว่า คนร้ายน่าจะเป็นแก๊งโคลัมเบีย !
เป็นที่รับรู้กันในหมู่นักสืบสวนไม่กี่คนว่า แก๊งโคลัมเบียเข้ามาก่ออาชญากรรมในไทยในหลากหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อทรัพย์ ดังนั้น แก๊งนี้จึงอยู่ในบัญชีอันดับต้นๆ ที่จำเป็นต้องตรวจสอบ ประกอบกับหลักฐานที่ได้จากกล้องวงจรปิดพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กค 924 พัทลุง ที่เชื่อว่าเป็นของคนร้ายขับติดตามรถกระบะโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน ชบ 7463 กรุงเทพมหานคร จนมาสบโอกาสระหว่างจอดอยู่ที่ลานจอดรถแบงก์กรุงไทย สำนักงานใหญ่ สุขุมวิท เมื่อตรวจสอบแล้วจึงพบว่าเป็นรถเช่ามาจาก จ.ภูเก็ต และผู้เช่าใช้หนังสือเดินทางปลอม
...อย่างไรก็ดี ก่อนหน้าจะเกิดเหตุนี้ พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.1 บก.สส.สตม. พร้อมทีมงานกำลังทำคดีแก๊งโคลัมเบียอาละวาดลักทรัพย์ตามเคหสถานต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด กระทั่งจับกุมได้กว่า 10 คน จากการสอบสวนพบว่าส่วนใหญ่เข้ามาในลักษณะนักท่องเที่ยว มาพักอยู่ตามซอยนานา ถนนสุขุมวิท พัฒนาการ และย่านรามคำแหง ฯลฯ
เมื่อมีเป้าหมายชุดสืบสวนก็เริ่มตรวจสอบจากแก๊งนี้จนได้เบาะแสว่า ชาวโคลัมเบียที่เข้ามาก่ออาชญากรรมจะให้ "วินเซนต์ จอห์นสัน" ชาวกานา ทำหน้าที่ปลอมหนังสือเดินทางในราคาเล่มละ 2 หมื่น บาท ไม่นานชุดสืบสวนก็ได้ตัววินเซนต์และรับสารภาพว่า เป็นคนปลอมหนังสือเดินทางให้แก่ 1 ใน 2 แก๊งโคลัมเบียทุบรถฉกเงิน 12 ล้านบาท ราว 2-3 เดือนก่อนเกิดเหตุ โดยคนที่ว่าคือคนสวมเสื้อสีเขียวคาดขาว สวมแว่นตาดำ และน่าจะมีผู้หญิงไทยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
"วินเซนต์บอกว่ามีผู้หญิงไทยคนหนึ่งชื่อกุ้ง เคยทำงานในสถานทูตแห่งหนึ่ง พูดภาษาสเปนได้และมีสามีเป็นชาวกานา แต่ผู้หญิงคนนี้เคยถูกจับในข้อหาเกี่ยวกับทรัพย์ในพื้นที่ สน.หัวหมาก เมื่อตรวจสอบประวัติก็พบว่ามีน้องสาวอีกคนชื่อกบ พักอยู่ในซอยรามคำแหง 56 เคยต้องโทษคดีลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศโคลัมเบีย ถูกตัดสินจำคุก 3 ปี จนพูดภาษาสเปนได้อย่างคล่องแคล่ว" ชุดสืบสวน สตม.ระบุ
ข้อมูลนี้ถูกส่งต่อไปยัง พ.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผกก.3 บก.สส.บช.น. จึงเดินทางไปเชิญ "กบ" มาสอบปากคำอ้างว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับคดีนี้ เพียงแต่มีเพื่อนคนหนึ่งเคยเปิดห้องให้ชาวโคลัมเบียอาศัย โดยภาพชายต้องสงสัยที่ปรากฏในวงจรปิดน่าจะเป็น "โอมาร์ จีโอวานนี โรดิเกวซ อาโพเต้" ชาวโคลัมเบีย วัย 34 ปี
การประชุม 3 ประสาน ระหว่าง พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.น.5 พร้อมทีมงานสืบสวน เกิดขึ้นเพื่อดูโครงข่ายแก๊งโคลัมเบียที่ถูกจับก่อนหน้านี้ รวมถึงความเกี่ยวพันกับหญิงไทยที่ชื่อกบ ณ ห้องประชุม บก.สส.สตม.
การประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลทำให้เชื่อว่า 1 ใน 2 ได้หลบหนีข้ามไปประเทศมาเลเซียแล้ว ส่วนอีกคนน่าจะอยู่ในเมืองไทย ระหว่างนี้ตำรวจท่องเที่ยวกระบี่จับกุมชาวอเมริกัน 1 คน และโคลัมเบียอีก 2 คน ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จึงนำตัวมาสอบสวนและตรวจค้นห้องพักในกรุงเทพฯ จนได้ข้อมูลว่าคนร้ายทุบรถฉกเงินอีกคนที่ตำรวจกำลังตามล่าตัวอยู่ พักอยู่ในซอยรามคำแหง 64 หรือซอยมหาดไทย
ไม่นานชุดสืบสวนก็ได้หลักฐานว่า คนร้ายน่าจะหลบอยู่ในโรงแรมขนาดเล็กในซอยข้างต้น จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมโอมาร์ได้ในเวลาต่อมา สอบสวนให้การรับสารภาพว่าร่วมกับ "อันโตนิโอ ราอูล โกเมซ" ชาวสเปน ซึ่งคาดว่าเป็นชื่อปลอมร่วมกันชิงทรัพย์ โดยโอมาร์ทำหน้าที่ดูลาดเลาและประกบเหยื่อจากร้านแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศย่านราชดำริ แล้วขับรถสะกดรอยตามมาจนถึงลานจอดรถแบงก์กรุงไทย สำนักงานใหญ่ แล้วลงมือ !?!
"โอมาร์อ้างว่าเพื่อนร่วมแก๊งนำเงินออกนอกประเทศไป ส่วนผู้หญิงไทยที่ชื่อกบ ก็ได้เงินไปบางส่วน ตอนนี้ชุดสืบสวนนครบาลกำลังรวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ท้องที่เกิดเหตุ พิจารณาข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอยู่" ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น.กล่าว



