ข่าว

แช่แข็ง"เงินแดง"ลอตที่3แค่ยอดน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำ!

แช่แข็ง"เงินแดง"ลอตที่3แค่ยอดน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำ!

15 มิ.ย. 2553

หลังจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เคยสั่งอายัดธุรกรรมการเงินของบุคคล และนิติบุคคลมาแล้ว 2 รอบ แบ่งเป็นรอบแรก 106 รายชื่อ และรอบที่สองอีก 22 รายชื่อ

 แต่ล่าสุด ศอฉ. ก็เตรียมแช่แข็งธุรกรรมการเงินอีกเป็นลอตที่ 3 โดยคราวนี้มีรายชื่อที่เข้าข่ายอีกประมาณ 80 กว่ารายชื่อ มีวงเงินที่ต้องสงสัยประมาณ 1 หมื่นกว่าล้านบาท !!

 โดย พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ง. ระบุว่า ป.ป.ง.ได้รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลการทำธุรกรรม พบว่า มีความเคลื่อนไหวทางการเงินเป็นจำนวน 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำหรือสนับสนุนการกระทำให้เกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการกระทำความผิดทางอาญากรณีการก่อการร้าย รวมถึงความผิดที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน

 ทั้งยังแย้มเป็นน้ำจิ้มด้วยว่า ในจำนวน 80 กว่ารายชื่อ มีผู้ที่มีรายชื่อเป็นคนดังที่สังคมรู้จักกันดี แต่มีการทำธุรกรรมการเงินผิดปกติ

 "คนระดับนี้เรามักไม่เห็นเขาเดินข้างถนน เพราะมีลูกน้องห้อมล้อมเป็นจำนวนมาก แต่จู่ๆ เขาก็เดินไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มข้างถนนทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่าแสนบาท"

 เมื่อพิจารณาตามข้อมูลเชิงลึกของ ป.ป.ง.แล้ว ยอดเงินต้องสงสัยเบื้องต้นที่ 1 หมื่นกว่าล้านบาท อาจเป็นเพียง "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" ที่โผล่พ้นน้ำเท่านั้น เมื่อเทียบกับกระแสธารของเม็ดเงิน "สีเทา" ที่ไหลหลากอย่างผิดปกติกว่า 1.5 แสนล้านบาท!!!

 น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านี้บุคคลระดับสูงในรัฐบาล โดยเฉพาะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ออกมาพูดสอดรับกันว่า มีกระแสเงินที่ไหลเข้าออกประเทศอย่างผิดปกติประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท ในระหว่างการประชุมเศรษฐกิจโลกที่ประเทศเวียดนาม

 นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในประเด็นเดียวกันว่า

 "จำนวนเงินตรงนั้นจะมีการตรวจสอบอย่างชัดเจนในช่วงที่ใช้กฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยู่ว่าส่วนไหนที่เกี่ยวข้องบ้าง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมถึงสามารถเบิกเงินได้มากขนาดนี้ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่น่าสงสัย"

 ข้อมูลที่สอดรับกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยของคนระดับ "นายกฯ" กับ "โฆษกรัฐบาล" จึงเป็นอะไรที่การันตีได้มาก และนั่นจึงนำมาสู่คำสั่ง (เตรียม) แช่แข็งธุรกรรมการเงิน "บิ๊กลอต" เป็นรอบที่ 3

 สำหรับรายชื่อแม้จะยังไม่เป็นที่เปิดเผยว่าเป็นใครบ้าง แต่ก็เชื่อว่า น่าจะสอดรับกับ 2 ลอตแรกที่ล้วนเป็นคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเดิมจำแนกได้ 7 กลุ่มคือ

 1.ครอบครัว และเครือญาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ฯลฯ

 2.กลุ่มทุนของตระกูลชินวัตร และทุนที่สนับสนุน เช่น บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน ) บริษัท นิวโอ๊ค จำกัด นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายพันเลิศ ใบหยก นายประยุทธ มหากิจศิริ นายไพวงษ์ เตชะณรงค์ ฯลฯ

 3.นักการเมืองทั้งบ้านเลขที่ 111 และนักการเมืองปัจจุบัน เช่น นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ นายการุณ โหสกุล นายนพดล ปัทมะ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายประชา ประสพดี นายยงยุทธ ติยะไพรัช  ฯลฯ

 4.แกนนำนปช.ทั้งแกนนำหลัก และแกนนำระดับรอง เช่น นพ.เหวง โตจิราการ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายขวัญชัย สาราคำ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นายพายัพ ปั้นเกตุ ฯลฯ

 5.นายทหารระดับสูงที่เป็นมันสมอง เช่น พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี พล.ท.มนัส เปาริก พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต และพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ "เสธ.แดง"

 6.ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง และการ์ดนปช.ระดับปฏิบัติการ เช่น นายอารีย์ ไกรนรา พ.ต.ท.ศุภชัย ผุยแผ้วคำ นายวายุภักษ์ โนรี นายเมธี อมรวุฒิกุล ฯลฯ

 7.กลุ่มอื่นๆ ที่เป็นแหล่งพัก และต้องสงสัยว่าต่อท่อน้ำเลี้ยง เช่น นางกาญจนาภา หงส์เหิน (เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน) นายเอกราช ช่างเหลา ฯลฯ

 เชื่อว่า รายชื่อลอตที่ 3 คงไม่พ้นจากกลุ่มที่ว่า แต่อาจจะมีบางรายในกลุ่มนี้ที่ถูก "ปล่อยผี" เพราะยังไม่มีความชัดเจน และเพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมที่รุนแรงจนเกินไป

 ขณะที่ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) มองต่างออกไปว่า แม้จะมีกังวลว่า การออกหมายจับ และอายัดธุรกรรมการเงินแบบเหวี่ยงแหจะทำให้เกิดแรงต้านอย่างรุนแรง แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

 "การดำเนินการตามกฎหมายต้องเดินหน้าไป ส่วนเรื่องปรองดองก็ปรองดองกันไป ต้องแยกออกจากกัน ส่วนที่กลัวกันว่าจะมีแรงต่อต้านนั้น ผมว่าถึงจะอายัดหรือไม่อายัด แรงต่อต้านมันก็ต้องมีโดยธรรมชาติอยู่แล้ว"

 นั่นคือมุมมองของอดีตนักการข่าว และนักรบมือดีของ ศรภ. ซึ่งเคยชี้เป้าให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบเส้นทางทางการเงินของเครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงที่ไหลเข้ามาอย่างทะลักทลาย

 ส่วนคำสั่งแช่แข็งลอตที่ 3 จะทำให้เครือข่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ อ่อนแรงลง หรือยิ่งเผชิญแรงต่อต้านหนักยิ่งขึ้นก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป


ทีมข่าวความมั่นคง