ข่าว

ไฟเขียวเที่ยวเองใช้สิทธิลดหย่อนภาษีชี้คนไทยไม่พึ่งทัวร์ 80%-เร่งรัฐรื้อโครงสร้างภาษี

ไฟเขียวเที่ยวเองใช้สิทธิลดหย่อนภาษีชี้คนไทยไม่พึ่งทัวร์ 80%-เร่งรัฐรื้อโครงสร้างภาษี

14 มิ.ย. 2553

กรอ.ไฟเขียวมาตรการอุ้มท่องเที่ยวเพิ่ม เปิดทางประชาชนเที่ยวเองนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีเงินได้รายละไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ชี้คน 80% เดินทางท่องเที่ยวเอง เสนอ ครม.วันที่ 15 มิถุนายนนี้ เอกชนเร่งรัฐปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบเพิ่มขีดแข่งขัน

 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เห็นชอบข้อเสนอและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง ตามข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) โดยให้ประชาชนนำค่าใช้จ่าย ที่พักโรงแรมที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย หักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดารายละ 1.5 หมื่นบาท ในปีภาษี 2553 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งกระทรวงการคลังจะทำรายละเอียดเสนอ ครม.อนุมัติอีกครั้ง

 นอกจากนี้ กรอ.ยังเห็นชอบให้กระทรวงแรงงานจัดการฝึกอบรมด้านภาษา เช่น ภาษาอินโดนีเซีย เกาหลี รัสเซีย บราซิล และภาษาของประเทศในแถบยุโรปตะวันออกให้แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ อาทิ มัคคุเทศก์ ผู้ให้บริการนวดและสปาที่ได้รับผลกระทบจากการขาดรายได้ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง การดำเนินการให้ใช้รูปแบบของโครงการต้นกล้าอาชีพ ระยะเวลาอบรม 2 เดือน คาดจะมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 3,000 คน ส่วนงบที่ใช้ให้ใช้จากโครงการต้นกล้าอาชีพที่ยังเหลืออยู่

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 มิถุนายนนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการทางด้านภาษีช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยวเพิ่มเติม คือจะเสนอให้บุคคลธรรมดานำรายจ่ายค่าที่พัก เช่น โรงแรม หรือรีสอร์ต มาหักลดหย่อนภาษีได้

 “มาตรการเดิมไม่ถือว่าตรงกับวัตถุประสงค์ที่ให้ไว้คือการกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวทั้งระบบ เนื่องจากข้อมูลของการเดินทางท่องเที่ยวที่ผ่านมา พบว่า 80% เป็นการเดินทางท่องเที่ยวเอง ที่เหลือเป็นการซื้อจากบริษัททัวร์ ดังนั้นจึงจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติเพิ่มเติม ส่วนวงเงินที่จะนำมาหักลดหย่อนได้เท่าเดิมคือ 1.5 หมื่นบาท” นายกรณ์ กล่าว

 นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า เอกชนได้ขอให้รัฐบาลปรับปรุงอัตราภาษีทั้งระบบ เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่กระทรวงการคลังแจ้งว่าการปรับปรุงอัตราภาษีต้องปรับโครงสร้างทั้งระบบ ซึ่งจะทำงานร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งคาดว่าช่วงปลายปีนี้จะเห็นการปรับโครงสร้างภาษีที่เป็นรูปธรรม ต้องยอมรับว่าอัตราภาษีของไทยเป็นอุปสรรคต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะที่อัตราภาษีนิติบุคคลของไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่งหลายประเทศ

 "เราเข้าใจว่าการปรับโครงสร้างภาษีต้องใช้เวลา เพราะรายได้จากภาษีถือเป็นรายได้ที่สำคัญของประเทศ ถ้าเราลดภาษีแล้วเราไม่สามารถหารายได้ทางอื่นมาทดแทนแล้วประเทศเราจะเอาเงินจากไหนมา ส่วนการที่เราต้องการให้ปรับปรุงระบบภาษีเพื่อที่ทำให้ประเทศแข่งขันได้ดีขึ้น" นายดุสิต กล่าว