ข่าว

อย่าใจเร็วเรื่องนิรโทษกรรม

อย่าใจเร็วเรื่องนิรโทษกรรม

15 มิ.ย. 2553

ข้อเสนอของรัฐบาลเรื่องการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ชุมนุมบางกลุ่ม รวมทั้งแผนปรองดองได้รับความสนใจอย่างมากโดยประชาชนทั่วไป มีทั้งเห็นด้วยและท้วงติงถึงความไม่เหมาะสม เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และสังคมไทยยังไม่สามารถหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ก

เพื่อไม่ให้รัฐบาลสรุปผลเร็วเกินไป และยังหวังจะมีความกระจ่างชัดมากกว่านี้ กลุ่มผู้เกี่ยวข้องด้านกฎหมาย นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ ก็ได้เข้าพบนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา โดยหารือเรื่องของการนิรโทษกรรมให้แก่กลุ่มคนเสื้อแดง และขอให้ทุกฝ่ายพิจารณาให้รอบคอบ เพราะเกรงว่าจะทำให้คนไม่เกรงกลัวกฎหมายกระทบกับหลักนิติรัฐ นิติธรรม ขณะเดียวกันอยากขอให้เร่งช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม และดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นมาอีก

 นายสักยังจะเป็นตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์จลาจล เผาบ้าน เผาเมือง ทำการฟ้องร้องผู้กระทำความผิด เรียกร้องค่าเสียหายสำหรับเหยื่อการก่อการร้าย ทั้งคดีแพ่งและอาญา ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อรักษากระบวนการยุติธรรม ให้กลไกกฎหมายบ้านเมืองบังคับใช้ และเป็นที่พึ่งของประชาชนซึ่งถูกกระทำโดยกฎหมู่ละเมิดกฎหมายหลังจากการหารือ นายประสพสุข มีความเห็นว่า เรื่องนี้ละเอียดอ่อน  อาจจะยังไม่จำเป็นต้องออกเป็นกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะอาจจะใช้หลักรัฐศาสตร์และใช้กฎหมายที่มีอยู่ เช่นในอดีตที่เคยทำมาด้วยการไม่ฟ้องผู้ต้องหาก็สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม ประชาชนกลุ่มอื่นเห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมสมควรถูกซักถามถึงบทบาทว่ามีส่วนเกี่ยวข้องถึงระดับไหน เพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดรอดไปจากการลงโทษตามกฎหมาย

 หลังจากมีเสียงคัดค้าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีกำหนดนโยบายที่จะสร้างความปรองดองในบ้านเมือง ส่วนราชการต่างๆ ก็พยายามช่วยกันคิดในมาตรการที่เป็นรายละเอียด รวมทั้งกรณีที่ชาวบ้านมาชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้เป็นเครื่องมือหรือเป็นบริวารของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน รัฐบาลควรดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวัง ขณะที่แกนนำคนเสื้อแดงยังไม่ละเลิกความพยายามที่จะจัดชุมนุมต่อต้านรัฐบาล และได้แสดงออกถึงการไม่ยอมรับข้อเสนอปรองดอง โดยไม่มีเงื่อนไขของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งยังเป็นศูนย์รวมของการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนเสื้อแดงในฐานะผู้สนับสนุนหลักด้านการเงิน แม้จะได้โอนสัญชาติเป็นชาวมอนเตเนโกรแล้วก็ตาม แต่ไม่ละความพยายามทวงอำนาจคืนด้วยการปลุกระดมมวลชนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และไม่ได้แสดงให้เห็นความสำนึกรับผิดชอบต่อความเสียหายอย่างมากมายในการก่อการร้าย การตัดสินใจในเรื่องนี้จึงสำคัญ ต้องหาบทสรุปที่เหมาะสมกับความมั่นคงของชาติด้วย