
มท.3ให้ท้องถิ่นใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณะ
"มท.3"ให้ท้องถิ่นใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณะ รับพูดกรรมาธิการแปรญัตติงบประมาณ"ไพร"วอนกรรมาธิการแปรยัตติงบประมาณ ส.ท.ท.โวยขาดงบประมาณบริหาร ฝากความหวังไว้ อภิสิทธิ์ และกรรมาธิการงบ
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 14 มิถุนายน 2553 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี มอ. อ.หาดใหญ่นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้บรรยายพิเศษเรื่อง ” อนาคตของท้องถิ่น ” ในที่ประชุมสามัญประจำปี 2553 ของสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย(สทท.) โดยมีนายกและปลัดเทศบาลเข้าร่วมประมาณ 2 , 000 คน
นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า ปัญหาของท้องถิ่นในขณะนี้คืองบประมาณลดลง จนไม่พอกับการบริหารจัดการ ส่งผลให้การพัฒนาไม่ตรงกับเป้าหมายแล้วยังส่งผลต่อเงินเดือนพนักงาน ตนต้องการให้ท้องถิ่นช่วยตนเองให้หารายได้จากที่ดินสาธารณะในเขตรับผิดชอบ และจะไปพูดกับคณะกรรมาธิการงบประมาณ ไม่ควรแปรญัตติงบประมาณของท้องถิ่น
นายถาวร เปิดเผยว่า ท้องถิ่นอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน สิ่งหนึ่งที่ตนจะฝากกับท้องถิ่นให้ดำเนินการเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ คือให้นำแผนปรองดองของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งมีหลากหลายวิธี เพราะหากปล่อยปัญหาไว้จะทำให้มีผู้ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง เข้าไปยุยงปลุกปั่นประชาชนลุกขึ้นมาสร้างปัญหาต่อ
นายไพร พัฒโน นายก สทท.เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องงบประมาณของท้องถิ่นยังมีอยู่ ขอวิงวอนกรรมาธิการแปรญัตติงบประมาณอย่าได้ตัดงบของท้องถิ่น สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะสัญญากับท้องถิ่นไว้ ตนไม่ทราบพรรคร่วมรัฐบาล สำนักงบประมาณจะเอาด้วยหรือไม่
ส.ท.ท.โวยขาดงบบริหารฝากความหวังไว้”อภิสิทธิ์” และกรรมาธิการงบ
นายประภัสร์ ภู่เจริญ อดีตนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย(ส.ท.ท.)เปิดเผยในที่ประชุม สทท.ว่าจากการประชุม สทท.ได้รับฟังปัญหาข้อขัดข้อง เป็นปีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)โดยรวมประสบปัญหาขาดงบประมาณในการบริหาร เนื่องจากตั้งงบประมาณโดยหลักการใช้ฐานปีงบประมาณ 2551 รายรับจริงของปี 2553 ต่ำกว่าประมาณการมาก จึงต้องเสนอของบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่ม 28,000 ล้านบาท ขอสัดส่วนงบประมาณปี 25554 เพิ่มขึ้น
นายศูภสัณห์ หนูสวัสดิ์ กรรมาธิการ ส.ท.ท. เปิดเผยว่า จากการฟังผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเรื่องการจัดสรรงบประมาณปี 2554 ให้กับ อปท.แล้ว อปท.ยังต้องประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณในการบริหารจัดการเหมือนเดิม แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้รับปากจะแก้ปัญหา ด้วยการแยกงบประมาณในหมวดบริการสาธารณะที่เป็นนโยบายของรัฐบาลออกจากกัน และจัดสรรงบประมาณให้เกินร้อยละ 25 พอจะมีความหวังบ้าง จึงฝากความหวังกับกรรมาธิการงบประมาณ



