
ธาริตหารือกอร์ปศักดิ์ถอนหมายแดงตามฉุกเฉิน
"ธาริต รุดเข้าพบ กอร์ปศักดิ์ หารือ ถอนหมายพรก.ฉุกเฉินแกนนำเสื้อแดง ยันสามารถเคลียร์ปัญหาภายในได้ คุณหญิงสุพัตรา ยัน ภาคปชช. ไม่ถอดใจ ร่วมปรองดอง แผนไม่สะดุด 3 ปี สำเร็จ
(14มิ.ย.) ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อเวลา 17.30 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาหารือกว่า 2 ชั่วโมงว่า ยอมรับว่า ดีเอสไอมีแนวความคิดที่จะถอนหมาย ฉ. ของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มีความผิดตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
โดยหลังจากนี้จะมีการดำเนินการตามประมวลกฎหมาย ป.วิอาญา ซึ่งแกนนำจะต้องเข้ารายงานต่อศาล ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะขอถอนการควบคุมตัวตามหมาย ฉ. จากนั้นดีเอสไอจะขอศาลเพื่อดำเนินคดีการก่อการร้ายต่อ ซึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขอหมายจับอีกครั้ง ขณะเดียวกันดีเอสไอก็จะสอบสวนพร้อมขอฝากขังต่อไป และหากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวนั้นแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงก็จะคุมขังที่ เรือนจำทันที
นอกจากนี้อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า ตนยังไม่สามารถพูดจา และแก้ไขปัญหาภายในดีเอสไอได้ ภายหลังที่ตนเปิดเผยว่ามีอดีตผู้บริหารดีเอสไอ สร้างข้อมูลช่วยเหลือกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งยังไม่ต้องรายงานต่อนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการทำงานจะไม่มีปัญหาและอุปสรรค
“คุณหญิงสุพัตรา"ยัน“ภาคปชช.”ไม่ถอดใจร่วมปรองดอง
คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ภาคประชาชนถอดใจไม่ร่วมแนวทางปรองดองของรัฐบาล ว่า ไม่เป็นความจริง ภาคประชาชนไม่ได้ถอดใจ ยังคงจะร่วมแนวทางปรองดองกับรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลไม่ได้เพิ่งจะเริ่มทำแต่ทำมาตั้งแต่เสนอแผนปรองดอง 5 ข้อ เมื่อครั้งที่มีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงที่ผ่านมา และตนก็เห็นด้วยกับที่นายกรัฐมนตรีบอกว่า 3 ปีแผนปรองดองจะเริ่มเห็นความสำเร็จ และ 6 เดือน แผนจะเสร็จสิ้น ยืนยันว่าแผนปรองดองไม่ได้สะดุดรัฐบาลยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
กทม.ประกาศอาคารไฟไหม้3แห่งที่ราชประสงค์ไม่ต้องปรับปรุงผังเมืองรวม
นายถนอม อ่อนเกตพล โฆษกกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหาร กทม. ถึงเรื่องการประกาศเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไฟไหม้ในย่านราช ประสงค์ที่ได้รับความเสียหายอย่างมาก ว่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ที่ทาง กทม.ประกาศให้พื้นที่ทั้ง 3 แห่งในพื้นที่ราชประสงค์ ได้แก่ 1.ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (ฝั่งเซน) 2.ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชดำริ และ 3.บริเวณโรงหนังสยามตลอดจนพื้นที่สยามสแควร์ซอย 4, 5 , และ 6 เป็นเขตพื้นที่เพลิงไหม้นั้น หลังจากที่สำนักงานเขตปทุมวันส่งเรื่องให้ทางสำนักผังเมือง(สผม.)เข้าไปตรวจ สอบทั้ง 3 แห่ง เพื่อประเมินว่าทั้งทั้ง 3 แห่ง เป็นพื้นที่เขตเพลิงไหม้ที่ต้องมีการปรับปรุงหรือไม่ เบื้องต้น สผม. สรุปว่า อาคารที่ถูกเพลิงไหม้ทั้ง 3 แห่ง เป็นเขตเพลิงไหม้ แต่ไม่จำเป็นต้องปรับปรุงผังเมืองรวม อาทิ
ทางเข้าออก การใช้ประโยชน์ที่ดิน การเข้าถึงพื้นที่คมนาคมขนส่งและการเข้าถึงพื้นที่บริเวณรอบ เนื่องจากอาคารขนาดใหญ่ทั้ง 3 แห่งนั้นอยู่ติดถนนใหญ่ และไม่ได้สร้างความรำคาญ หรือผลกระทบต่อประชาชนโดยรอบ จึงไม่จำเป็นต้องมีการปรับผังเมืองแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวจะมีการนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาแผน ผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ และคณะกรรมการควบคุมอาคารที่มีผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธานจะประชุมในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ เพื่อหาข้อสรุปในขั้นตอนสุดท้ายว่าสมควรจะมีการให้ปรับปรุงเขตพื้นที่เพลิง ไหม้หรือไม่
ด้าน น.ส.อัญชลี ปัทมาสวรรค์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการควบคุมอาคารมีข้อสรุปแล้ว ผู้ว่าฯ กทม.จะลงนามส่งเรื่องไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อติดประกาศในพื้นที่ 3 จุด ซึ่งนับจากวันประกาศไปอีก 45 วัน เจ้าของตึกจึงสามารถเข้าพื้นที่ได้



