ข่าว

ธาริตหารือกอร์ปศักดิ์ถอนหมายแดงตามฉุกเฉิน

ธาริตหารือกอร์ปศักดิ์ถอนหมายแดงตามฉุกเฉิน

14 มิ.ย. 2553

"ธาริต” รุดเข้าพบ “กอร์ปศักดิ์” หารือ ถอนหมายพรก.ฉุกเฉินแกนนำเสื้อแดง ยันสามารถเคลียร์ปัญหาภายในได้ “คุณหญิงสุพัตรา” ยัน “ภาคปชช.” ไม่ถอดใจ “ร่วมปรองดอง” แผนไม่สะดุด “3 ปี” สำเร็จ

 (14มิ.ย.) ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อเวลา 17.30 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาหารือกว่า 2 ชั่วโมงว่า ยอมรับว่า ดีเอสไอมีแนวความคิดที่จะถอนหมาย ฉ. ของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มีความผิดตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

 โดยหลังจากนี้จะมีการดำเนินการตามประมวลกฎหมาย ป.วิอาญา ซึ่งแกนนำจะต้องเข้ารายงานต่อศาล ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะขอถอนการควบคุมตัวตามหมาย ฉ. จากนั้นดีเอสไอจะขอศาลเพื่อดำเนินคดีการก่อการร้ายต่อ ซึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขอหมายจับอีกครั้ง ขณะเดียวกันดีเอสไอก็จะสอบสวนพร้อมขอฝากขังต่อไป และหากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวนั้นแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงก็จะคุมขังที่ เรือนจำทันที

 นอกจากนี้อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า ตนยังไม่สามารถพูดจา และแก้ไขปัญหาภายในดีเอสไอได้ ภายหลังที่ตนเปิดเผยว่ามีอดีตผู้บริหารดีเอสไอ สร้างข้อมูลช่วยเหลือกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งยังไม่ต้องรายงานต่อนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการทำงานจะไม่มีปัญหาและอุปสรรค

“คุณหญิงสุพัตรา"ยัน“ภาคปชช.”ไม่ถอดใจร่วมปรองดอง

 คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ภาคประชาชนถอดใจไม่ร่วมแนวทางปรองดองของรัฐบาล ว่า ไม่เป็นความจริง ภาคประชาชนไม่ได้ถอดใจ ยังคงจะร่วมแนวทางปรองดองกับรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลไม่ได้เพิ่งจะเริ่มทำแต่ทำมาตั้งแต่เสนอแผนปรองดอง 5 ข้อ เมื่อครั้งที่มีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงที่ผ่านมา และตนก็เห็นด้วยกับที่นายกรัฐมนตรีบอกว่า 3 ปีแผนปรองดองจะเริ่มเห็นความสำเร็จ และ 6 เดือน แผนจะเสร็จสิ้น ยืนยันว่าแผนปรองดองไม่ได้สะดุดรัฐบาลยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

กทม.ประกาศอาคารไฟไหม้3แห่งที่ราชประสงค์ไม่ต้องปรับปรุงผังเมืองรวม

 นายถนอม อ่อนเกตพล โฆษกกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหาร กทม. ถึงเรื่องการประกาศเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไฟไหม้ในย่านราช ประสงค์ที่ได้รับความเสียหายอย่างมาก ว่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ที่ทาง กทม.ประกาศให้พื้นที่ทั้ง 3 แห่งในพื้นที่ราชประสงค์ ได้แก่ 1.ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (ฝั่งเซน) 2.ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชดำริ และ 3.บริเวณโรงหนังสยามตลอดจนพื้นที่สยามสแควร์ซอย 4, 5 , และ 6 เป็นเขตพื้นที่เพลิงไหม้นั้น หลังจากที่สำนักงานเขตปทุมวันส่งเรื่องให้ทางสำนักผังเมือง(สผม.)เข้าไปตรวจ สอบทั้ง 3 แห่ง เพื่อประเมินว่าทั้งทั้ง 3 แห่ง เป็นพื้นที่เขตเพลิงไหม้ที่ต้องมีการปรับปรุงหรือไม่ เบื้องต้น สผม. สรุปว่า อาคารที่ถูกเพลิงไหม้ทั้ง 3 แห่ง เป็นเขตเพลิงไหม้ แต่ไม่จำเป็นต้องปรับปรุงผังเมืองรวม อาทิ

 ทางเข้าออก การใช้ประโยชน์ที่ดิน การเข้าถึงพื้นที่คมนาคมขนส่งและการเข้าถึงพื้นที่บริเวณรอบ เนื่องจากอาคารขนาดใหญ่ทั้ง 3 แห่งนั้นอยู่ติดถนนใหญ่ และไม่ได้สร้างความรำคาญ หรือผลกระทบต่อประชาชนโดยรอบ จึงไม่จำเป็นต้องมีการปรับผังเมืองแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวจะมีการนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาแผน ผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ และคณะกรรมการควบคุมอาคารที่มีผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธานจะประชุมในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ เพื่อหาข้อสรุปในขั้นตอนสุดท้ายว่าสมควรจะมีการให้ปรับปรุงเขตพื้นที่เพลิง ไหม้หรือไม่

 ด้าน น.ส.อัญชลี ปัทมาสวรรค์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการควบคุมอาคารมีข้อสรุปแล้ว ผู้ว่าฯ กทม.จะลงนามส่งเรื่องไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อติดประกาศในพื้นที่ 3 จุด ซึ่งนับจากวันประกาศไปอีก 45 วัน เจ้าของตึกจึงสามารถเข้าพื้นที่ได้