ข่าว

ดีเอสไอ-สมช.-กฤษฎีกาเห็นพ้องนิรโทษฯเสื้อแดง

ดีเอสไอ-สมช.-กฤษฎีกาเห็นพ้องนิรโทษฯเสื้อแดง

14 มิ.ย. 2553

“ธาริต”เผยผลประชุม “ดีเอสไอ-สมช.-กฤษฎีกา” เห็นพ้องออกกม.นิรโทษกรรมชุมนุมเสื้อแดงโทษไม่หนัก อ้างอดีตออกกม.นิรโทษกรรมหลายครั้งแล้ว ยกข้อดีสอดคล้องแผนปรองดองรบ. "ธาริต - กรณ์ - องอาจ"ดอดพบนายกฯที่ตึกไทยคู่ฟ้า "กษิต" เตรียมชี้แจงฮิวแมนไร พร้อมหนุน นิรโทษกรรม

 (14มิ.ย.) เมื่อเวลา 15.30 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อวางกรอบการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้ร่วมชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงเดือนเม.ย.ถึงเดือนพ.ค. ว่า คณะทำงานได้เห็นร่วมกันว่า หากมีการออกกฎหมายยกเว้นโทษในลักษณะการออกกฎหมายนิรโทษกรรมสามารถทำได้ด้วยการออกเป็นพระราชกำหนด หรือพระราชบัญญัติ แต่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าเห็นสมควรหรือไม่ ซึ่งจะได้มีการร่างขึ้นและเสนอศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เร็ววันนี้

 ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการพูดถึงข้อดีและข้อเสียในการออกกฎหมายนิรโทษ โดยข้อดีคือ โดยเห็นว่า ในอดีตที่ผ่านมาเคยมีการออกกฎหมายในลักษณะเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง ยกเว้นที่เป็นความผิดเล็กน้อย คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี แต่เป็นผู้ที่อยู่ร่วมชุมนุมไม่ได้กระทำความผิดอื่น และไม่ได้กระทำความผิดที่เป็นข้อหาฉกรรจ์ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางปรองดองที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ ส่วนข้อเสียคือ จะกลายเป็นบรรทัดฐานไม่ยำเกรงกฎหมาย ก่อให้เกิดการกระทำความผิดซ้ำ ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานจะนำรายละเอียดในการหารือครั้งนี้ไปประมวลก่อนที่จะเสนอ ศอฉ.ต่อไป

 เมื่อถามว่าในการพิจารณาครั้งนี้ได้ความคิดเห็นและกระแสสังคมมาประกอบการพิจารณาด้วยหรือไม่ นายธาริต กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ ไม่มีการหยิบยกมาพิจารณา เพราะถ้าเรานำกระแสสังคมมาพิจารณาเกรงว่าการพิจารณาจะไม่ครบถ้วน ดังนั้นเราจึงไม่นำกระแสสังคมมาพิจารณา และขอให้เป็นเรื่องของศอฉ.และรัฐบาลตัดสินใจ หากตัดสินใจว่าจะมีกฎหมายดังกล่าว ก็จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกฤษฎีกาในการยกร่างกฎหมาย

ธาริต - กรณ์ - องอาจดอดพบนายกฯที่ตึกไทยคู่ฟ้า

 เมื่อเวลา 17.15 น. นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้นเวลาประมาณ 16.00 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ก็ได้เข้าพบนายกฯภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม 3 ฝ่าย ในการหารือข้อกฎหมายที่จะนิรโทษกรรมกลุ่มนปช. ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ซึ่งคาดว่านายธาริตจะนำผลการประชุม 3 ฝ่ายมารายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ

"กษิต"หนุนนิรโทษกรรมม็อบเสื้อแดง

 เมื่อเวลา 16.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีฮิวแมน ไรท์ วอช และองค์กรเอกชนสากลหลายแห่ง ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ว่า การดำเนินการของรัฐบาลตามแผนปรองดอง 5 ขั้นตอน เริ่มลงตัวแล้ว โดยได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการสอบสวนฯ ซึ่งกระทรวงก็จะได้มาชี้แจงและรับฟังข้อห่วงใยถึงการปฏิบัติตามแผนปรองดอง ส่วนการชี้แจงต่อองค์กรสากลต่างๆ นั้น ทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศเองก็ได้ประมวลผลการสอบสวน และการทำงานของศอฉ. ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ได้เวียนข้อมูลไปยังสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทั่วโลกเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการชี้แจงต่อรัฐบาลประเทศนั้นๆ ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศก็ได้รายงานชี้แจงต่อสถานเอกอัครราชทูตและองค์การระหว่างประเทศที่ประจำการในประเทศไทยให้ได้ทราบถึงพัฒนาการของเหตุการณ์มาโดยคลอด ซึ่งก็เตรียมจะจัดชี้แจงให้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน เอ็นจีโอ ในวันที่ 28 มิ.ย.ด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวความคิดในการยื่นขอนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม นายกษิต กล่าวว่า เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดไว้ก็เป็นท่าทีของรัฐบาลไทย ผู้ประท้วงก็มีสิทธิในการชุมนุมเรียกร้อง โดยขณะนี้พวกเขาสามารถร้องทุกข์ แจ้งถึงปัญหาผ่านทางคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมาได้ ทั้งเรื่องปัญหาไม่ได้รับความธรรม รวมไปถึงการปฏิรูปการเมือง อย่างไรก็ตาม ตนขอวิงวอนให้ผู้ที่มุ่งร้ายกับประเทศไทย ได้กลับใจ และกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เรายังมีช่องทางแก้ไขปัญหาทางการเมือง คือระบบรัฐสภา ตนไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงเพื่อล้มล้างสถาบัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีประเทศใดรับได้ เราเป็นคนไทยด้วยกันก็จับเข่าคุยกันได้ มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจก็มาบอกให้ทราบ เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าเห็นด้วยกับแนวทางการนิรโทษกรรมใช่หรือไม่ นายกษิตตอบว่า เราเป็นคนพุทธ อะไรที่อภัยให้กันได้ก็จะทำ ไม่อยากประหัดประหารกัน ซึ่งไม่ใช่แต่คนไทย 60 ล้านคน ยังมีคนกลุ่มน้อยที่ประสงค์ใช้ความรุนแรงก็ต้องกลับใจ

 เมื่อถามถึงกรณีที่นายรอเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายชื่อดัง เจ้าของสำนักงานกฎหมายระดับโลก รับเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มผู้ชุมนุมนปช. นายกษิต กล่าวว่า ต้องกลับไปถาม พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าได้ประโยชน์อะไรที่จะสร้างความแตกแยกให้กับสังคมเพียงเพื่อให้ตนเองกลับมามีอำนาจในประเทศไทย แต่ตอนนี้ประเทศไทยต้องการความสงบ ไม่ต้องการความรุนแรง กลับมามีเสถียรภาพ กลับมาสู่ความเจริญก้าวหน้าและธรรมาภิบาล ศีลธรรม ตนเห็นว่ามาร่วมกันสร้างบ้าน หากยังไม่จบสิ้นในเรื่องใฝ่หาอำนาจในวิถีทางที่ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง นี่เป็นรัฐบาลชอบธรรม สิ่งที่เราธรรมเปิดเผยให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ จะร้องแร่แห่กระเฌอเพื่อกลบเกลื่อนความผิด ตนคิดว่าหลอกชาวบ้านไม่ได้ หลอกต่างประเทศไม่ได้ ต้องยุติความคิดในเรื่องบิดเบือน อย่ามาทำความแตกแยกต่อเนื่อง ไม่มีทางจะเอาชนะสิ่งที่ดีงามได้