ข่าว

มาร์คไม่พูดถก3ฝ่ายโยนรบ.-ศอฉ.นิรโทษฯแดง

มาร์คไม่พูดถก3ฝ่ายโยนรบ.-ศอฉ.นิรโทษฯแดง

14 มิ.ย. 2553

กฎหมายนิรโทษกรรมส่อเเววเเท้ง "ธาริต" เผยเองสังคมส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ เเต่ในฐานะขรก.ต้องสรุปเรื่องเสนอศอฉ.เเละรัฐบาลตัดสินใจ

เมื่อเวลา 13.15 น.วันที่ 14 มิ.ย.นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าร่วมประชุมกับนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและเลขาธิการศอฉ. พร้อมกับคุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อประชุมพิจารณาการยกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมกับกลุ่มนปช.ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาว่า ศอฉ.มอบให้ตนมาหารือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงกรอบแนวทางเบื้องต้นและข้อดีข้อเสียก่อนที่จะเสนอศอฉ.ต่อไป สิ่งสำคัญที่อยากให้เข้าใจคือเรื่องนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นที่ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ขอย้ำว่ากรอบที่จะพิจารณาคือกรอบความผิดเล็กน้อยคือโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี มุ่งเน้นไปที่คนที่มาร่วมชุมนุมที่ฝ่าฝืนพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ไม่มีเจตนาร้ายหรือไม่ได้กระทำความผิดอื่น ฉะนั้นจะหมายถึงผู้ร่วมชุมนุมที่ผิดกฎหมายเท่านั้น แต่บุคคลอื่นที่วางเพลิง เผาทรัพย์ ปล้นสะดม ก่อการจลาจล ก่อการร้าย กระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ ทำร้ายร่างกายนั้น ไม่ได้อยู่ในกรอบนี้

 เมื่อถามว่าประชาชนที่จะได้รับการนิรโทษกรรมมีเท่าใด นายธาริต กล่าวว่า คนที่เข้าร่วมชุมนุมโดยผิดกฎหมายนั้นนับหลักหมื่นคน เมื่อถามว่าจะเริ่มย้อนกลับไปมีผลบังคับใช้ตั้งแต่นปช.เริ่มชุมนุมวันที่ 12 มี.ค.เลยหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า คณะกรรมการดูเฉพาะกฎหมาย ไม่ได้ดูว่าจะใช้แค่ไหนเพราะเป็นเรื่องของศอฉ.และรัฐบาล

 เมื่อถามว่า หากมีการประกาศใช้ร่างกฎหมายนี้ ผู้ที่กระทำความผิดและถูกลงโทษโดยพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นจะทำอย่างไร นายธาริต กล่าวว่า หากผู้ถูกจับกุมกระทำความผิดเฉพาะการชุมนุมโดยไม่ถูกต้องคือโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีจะอยู่ในกรอบนี้ และตอนนี้มีความลักลั่นกันอยู่เพราะบางคนถูกลงโทษจำคุก 2 เดือน - 6 เดือน - 1 ปี บางคนอยู่ระหว่างการต่อสู้คดี บางคนหลบหนีและบางคนกลับบ้านไปเฉยๆ ตรงนี้มีความลักลั่นกันอยู่ จึงต้องดูในกรอบเดียวกัน ฉะนั้นขอให้สื่อมวลชนทำความเข้าใจกับสาธารณะว่าตรงนี้เฉพาะการชุมนุมโดยไม่ถูกต้องเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับข้อหาอื่นๆที่เป็นความผิดฉกรรจ์ทั้งหลาย ตรงนี้เป็นความผิดเล็กน้อย และขอเรียนว่าเสียงตอบรับไม่ดีเลย เท่าที่ออกมานั้นมีแต่เสียงคัดค้าน ไม่มีคนสนับสนุน แต่ไม่เป็นไรเพราะตนสามคนนั้นศึกษาเฉพาะความเป็นไปได้ส่วนการตัดสินใจนั้นเป็นเรื่องของศอฉ.และรัฐบาล

 เมื่อถามว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นคัดค้านในเรื่องนี้แล้วเพราะเกรงว่าจะเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้สังคมเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย นายธาริต กล่าวว่า ไม่เป็นไร เป็นข้อทักท้วงของกลุ่มไม่เห็นด้วยและเป็นธรรมดาที่เวลาจะทำอะไรจะมีฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พวกตนเป็นข้าราชการประจำจึงศึกษาความเป็นไปได้และรูปแบบเท่านั้น ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นเป็นการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของรัฐบาล ส่วนจะใช้เวลานานเท่าใดนั้นขอเรียนว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีความยุ่งยากในแง่โครงสร้างของกฎหมาย น่าจะประชุม 1-2 ชั่วโมงคงจะเรียบร้อยแต่เรื่องการตัดสินใจเป็นเรื่องใหญ่ของรัฐบาล เมื่อถามว่าจะรายงานผลการประชุมวันนี้ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีรับทราบเลยหรือไม่ นายธาริตกล่าวว่า ต้องรายงานศอฉ.ก่อน และคงยังไม่เสร็จทันทีในวันนี้เพราะต้องไปยกร่างกฎหมายก่อนและเสนอ ศอฉ.ในอีก 1-2 วันข้างหน้า และขึ้นอยู่กับศอฉ.จะว่าอย่างไร หากไม่เห็นชอบก็ตกไป หากศอฉ.เห็นชอบก็จะเสนอรัฐบาลต่อไป

 เมื่อถามว่า สถานภาพของร่างกฎหมายฉบับนี้คือพ.ร.บ.หรือพ.ร.ก. นายธาริต กล่าวว่า เป็นไปได้หลายรูปแบบเพราะในอดีตที่ผ่านมานั้นมีทั้งพ.ร.ก.และพ.ร.บ. หากเป็นพ.ร.ก.คือเป็นกฎหมายของฝ่ายบริหารที่ออกมาบังคับใช้โดยมีผลทันที จากนั้นจึงไปขอให้สภาให้ความเห็นชอบ หากเป็นพ.ร.บ.นั้นต้องใช้เวลาเพราะต้องผ่านความเห็นชอบจากสองสภา  

 เมื่อถามว่าความเห็นของคณะทำงานนั้น สถานการณ์ในช่วงนี้าร่งกฎหมายฉบับนี้ควรจะเป็นพ.ร.บ.หรือพ.ร.ก. นายธาริต กล่าวว่า ตนออกความเห็นแทนคณะกรรมการไม่ได้ แต่ความเห็นส่วนตัว เห็นว่าแนวทางการดำเนินการอย่างนี้น่าสนใจอยู่ ส่วนการตัดสินใจของรัฐบาลนั้นตนไม่ก้าวล่วงว่าจะตัดสินใจอย่างไร หากต้องการใช้เร็วก็ออกเป็นพ.ร.ก. หากต้องการความรอบคอบไม่เร่งรีบเกินไปก็ออกเป็นพ.ร.บ.ตรงนี้ในอดีตมีทั้งสองแนวทาง

อภิสิทธิไม่พูดถก3ฝ่ายโยนรบ.-ศอฉ.นิรโทษฯแดง 

 เมื่อเวลา 16.00 น. ภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ถนนพิษณุโลก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถามของผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ที่ประชุม 3 ฝ่าย คือ ดีเอสไอ กฤษฎีกา และสมช.เสนอให้ศอฉ.และรัฐบาลออกกฎหมายนิรโทษกรรมนปช. โดยออกเป็นพระราชกำหนดหรือพระราชบัญญัติโดยนายกฯ กล่าวสั้นๆว่า “อย่าจู่โจม อย่าจู่โจม” จากนั้นนายกฯก็ขึ้นรถกลับมายังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลทันที