ข่าว

"อภิสิทธิ์"แนะท้องถิ่นประสานข้อมูลกับส่วนกลาง

"อภิสิทธิ์"แนะท้องถิ่นประสานข้อมูลกับส่วนกลาง

14 มิ.ย. 2553

นายกฯพบทูต-ผู้ว่าชายแดนไทย-ลาว แนะท้องถิ่นประสานข้อมูลกับส่วนกลาง

 ที่โรงแรมเรดิสัน เมื่อเวลา 08.30 น. 14 มิ.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเอกอัคราชทูต/กงสุลใหญ่ กับผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน(ด้านไทย-ลาว)ที่โรงแรมเรดิสัน พระรามเก้าว่า ตนขอแสดงความชื่นชมที่กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทยร่วมกันจัดการประชุมวันนี้ ซึ่งจะช่วยให้การบูรณาการและแลกเปลี่ยนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยกรณีของไทยและลาวนั้นสามารถที่จะนำไปสู่ความสำเร็จและ ประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบาย ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางมิติต่างประเทศ เรื่องของความมั่นคง เรื่องการของการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค ที่มีการกำหนดเป้าหมายที่จะส่งเสริมเสถียรภาพความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาค ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวนั้นก็มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความเข้าใจอันดีและความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงกันด้วย รัฐบาลจึงได้ดำเนินการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในทุกสาขา ในกรอบของความร่วมมือทวิภาคี กรอบความมืออนุภูมิภาค และในกรอบของอาเซียนซึ่งเป็นเสาหลักของนโยบายการต่างประเทศของไทยในปัจจุบัน

 นายกฯ กล่าวว่า สำหรับความสัมพันธ์ของไทยและลาวช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ถือว่ามีความราบรื่นมาโดยตลอด ลาวก็เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดที่สุดกับไทย เรามีต้นทุนรากฐานด้านวัฒนธรรม ภาษาใกล้เคียงกัน จึงช่วยเชื่อมความสัมพนธ์ได้อย่างแน่นแฟ้น อย่างไรก็ตามการดำเนินนโยบายกับประเทศลาวนั้นก็คงตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศที่มีพรมแดนติดกันนั้นบางครั้งก็มีประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน เพราะฉะนั้นการดำเนินการต่างๆจำเป็นต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวัง ด้วยความเข้าใจในข้อจำกัดและอุปสรรคต่างๆด้วย

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ตนเห็นว่าความสัมพันธ์ของไทยและลาวที่มีความราบรื่นใกล้ชิดมาโดยตลอดนั้น นอกจากปัจจัยที่กล่าวมาแล้วยังมีปัจจัยสำคัญอื่นๆที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีซึ่งควรได้รับการสนับสนุนส่งเสริมอำนวยความสะดวกดูแลต่อไป ปัจจัยแรกที่สำคัญก็คือ 1. การเยือนในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระเทพฯเสด็จเยือนประเทศลาวเป็นประจำและได้พระราชทานความช่วยเหลือโครงการต่างๆในลาว ทั้งด้านการศึกษา การยกระดับคุณภาพชีวิต เด็กและเยาวชน การเกษตร ซึ่งมีหลายโครงการที่ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดความใกล้ชิดแน่นแฟ้นระหว่างประชาชนสองประเทศ รัฐบาลก็มีหน้าที่ติดตามโครงการเหล่านี้ให้ดำเนินไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการให้เป็นไปตามแนวพระราชดำริ

 นายกฯ กล่าวว่า 2 .เรามีกลไกที่ดูแลร่วมมือและป้องกันแก้ไขปัญหาต่างๆทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น ทั้งในส่วนของคณะกรรมาธิการร่วม การประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดกับผู้ว่าแขวง ฯ ซึ่งกลไกเหล่านี้ทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาซึ่งมีความละเอียดอ่อนและยากลำบาก โดยปัญหาหนึ่งที่คลี่คลายไปและมีผลบวกอย่างมากคือการแก้ไขปัญหาม้งลาว ซึ่งเป็นปัญหาและอุปสรรคมาโดยตลอด แต่การดำเนินการครั้งที่ผ่านมาได้แสดงออกถึงความจริงใจของประเทศไทยและลาวในการแก้ไขปัญหานี้ 3 .มีส่วนช่วยความสัมพันธ์เป็นอย่างยิ่ง คือ การขยายความร่วมมือโดยเฉพาะการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจในกรอบของอนุภูมิภาคต่างๆ ซึ่งไม่เพียงได้รับความสนใจเฉพาะในอนุภุมิภาคเท่านั้น แต่ประเทศที่ต้องการมีบทบาทในการเข้ามาเป็นหุ้นส่วนช่วยเหลือในการพัฒนาทั้งจีนและญี่ปุ่นหรือประเทศคู่เจรจาของอาเซียนจำนวนมาก ก็ส่งเสริมสนับสนุนผลักดันให้เกิดความร่วมมือหลายด้าน จึงเป็นการสร้างโอกาสที่ดีสำหรับทั้งไทยและลาว แต่หากได้รับการส่งเสริมสนับสนุนในระดับท้องถิ่นด้วยก็จะช่วยให้ความร่วมมือมีความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรอบของอาเซียนและอนุภูมิภาคนั้นได้เน้นในเรื่องของการเชื่อมโยง ทั้งกายภาพ เช่น การก่อสร้างสะพานมิตรภาพ ที่ปัจจุบันมีการอนุมัติสะพานมิตรภาพแห่งที่สี่ เรียบร้อยแล้ว และแผนการกระตุ้นการลงทุนและเศรษฐกิจของประเทศก็ได้คำนึงถึงการเชื่อมโยงกับภูมิภาคด้วย จะเห็นได้ว่าโครงการไทยเข้มแข็งก็ได้คำนึงถึงการลงทุนเรื่องของถนน รถไฟ และอื่นๆที่จะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย

 นายกฯ กล่าวว่า ประการที่ 4. เป็นปัจจัยสำคัญ คือ การพัฒนาอย่างรวดเร็วและความสำเร็จของลาวในเวทีระหว่างประเทศ โดยเมื่อปี 2548 ลาวได้จัดการประชุมสุดยอดอาเซียนและปลายปี 2552 ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ซึ่งทั้งสองกรณีไทยก็ได้เข้าไปมีส่วนช่วยเหลือส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จในการจัดกิจกรรมของลาวซึ่งถือว่าทำให้เกิดความแน่นแฟ้นของความสัมพันธ์มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับปีนี้ วันที่ 19 ธ.ค. จะครบรอบ 60 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ฉะนั้นการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมในโอกาสนี้ก็จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราจะแสดงออกถึงความตั้งใจในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน

 นายกฯ กล่าวอีกว่า แม้ว่าปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้ความสัมพันธ์ไทยและลาวเต็มไปด้วยความราบรื่นและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มพูนมากขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ายังมีปัญหาข้อจำกัดอยู่หลายด้าน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากผู้ที่ทำหน้าที่ในระดับชาติและระดับพื้นที่ เช่น แม้ว่าเราจะมีข้อตกลงในลักษณะของการเปิดเสรีหลายด้านมากขึ้น แต่ระดับของการปฏิบัติก็ยังมีปัญหาทั้งในแง่ของความล่าช้าในการทำข้อตกลงย่อยหรือการแก้ไขระเบียบภายในประเทศ เพื่อส่งเสริมหรือการเดินทางข้ามพรมแดน ฯ นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดหลายพื้นที่เพราะว่างบประมาณยังไม่ถูกจัดสรรไปเพื่ออำนวยความสะดวกในการไปมาหาสู่และเชื่อมโยงกันของประชาชนของสองฝั่ง ซึ่งไม่นับว่าเป็นธรรมชาติของพื้นที่ที่อยู่บริเวณชายแดนที่มีปัญหาแทรกซ้อนเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด การค้ามนุษย์หรืออาชญากรรมข้ามชาติ

 “ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมต้องการเห็นการเชื่อมโยงและการบูรณาการในการทำงานระหว่างพื้นที่กับส่วนกลางมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานส่วนกลางจะต้องได้รับรู้ข้อมูลที่มาจากพื้นที่อย่างแท้จริงว่าปัญหาอุปสรรคในการจัดลำดับความสำคัญในเรื่องของบประมาณ เรื่องของการพัฒนาในแต่ละพื้นที่นั้นควรจะเป็นอย่างไร เพราะว่าหลายครั้งเราได้ยินเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่เองว่าโครงการต่างๆซึ่งมีการตัดสินใจจากส่วนกลางไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ “นายกฯ กล่าว

 ในตอนท้ายนายกฯ กล่าวว่า นอกจากนั้นสองประเทศอาจจะมีระดับการพัฒนาในเรื่องของระบบเศรษฐกิจและการเมืองที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจในเรื่องของความแตกต่างตรงนี้รวมไปถึงการไม่ให้เกิดช่องว่างในเรื่องของวัฒนธรรม การสื่อสาร ความไว้วางใจซึ่งกันและกันล้วนแล้วเป็นสิ่งที่มีความสำคัญด้วย ดังนั้นนอกจากกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว มีความจำเป็นที่จะต้องดึงเอาภาคส่วนอื่นของสังคมเข้ามาสนับสนุนและทำงาน โดยไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจเอกชนที่เป็นผู้ปฏิบัติเรื่องของการค้าขาย การแสวงโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมทั้งสื่อสารมวลชนซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างในการสร้างความเข้าใจที่ดีต่อคนสองประเทศ ดังนั้นจำเป็นที่การทำงานระดับชาติและระดับพื้นที่นั้นจะต้องพยายามให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง