ข่าว

ศิริโชคเผยควงกรณ์เจรจาเทมาเส็กซื้อไทยคมคืน

ศิริโชคเผยควงกรณ์เจรจาเทมาเส็กซื้อไทยคมคืน

14 มิ.ย. 2553

"ศิริโชค"เผยควง"กรณ์"ไปเจรจาเทมาเส็กหวังขอซื้อไทยคมคืน เผยผลเจรจาเบื้องต้นเทมาเส็กไม่ขัดข้อง แย้มนายกฯเห็นด้วยแนวคิดนี้ เล็งตัวเลือกให้กสท.-อสมท.ซื้อ

 (14มิ.ย.)  นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวคิดที่รัฐบาลจะซื้อหุ้นของบริษัท ไทยคม จำกัด(มหาชน) จากบริษัท เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ของประเทศสิงคโปร์ ว่า ดาวเทียมเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้นำไปขายให้สิงคโปร์ รัฐบาลจึงมีความคิดที่อยากจะนำดาวเทียมกลับมาเป็นทรัพย์สินของคนไทยอีกครั้ง

พรรคประชาธิปัตย์มีความคิดตั้งแต่สมัยที่เป็นฝ่ายค้านว่าสล็อตวงโคจรดาวเทียมเป็นทรัพย์ของคนไทย จึงไม่ควรถูกนำไปขายให้ต่างชาติ และเมื่อพรรคมาเป็นรัฐบาล เราก็เห็นว่าดาวเทียมมีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก จึงมีนโยบายที่จะเอาดาวเทียมไทยคมคืนมา ซึ่งจะต้องมีการไปพูดคุยกับบริษัท เทมาเส็กฯ ที่เป็นเจ้าของดาวเทียมไทยคม ทั้งนี้นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และตน ได้เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์เพื่อพูดคุยเรื่องนี้ในเบื้องต้นกับทางเทมาเส็กฯแล้ว เมื่อ 1 - 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งทางเทมาเส็กฯไม่ขัดข้อง แต่จะขอดูเงื่อนไขต่างๆ เพราะมันเป็นเงื่อนไขในเชิงธุรกิจ เนื่องจากเขาต้องตอบผู้ถือหุ้นของเขาให้ได้

 นายศิริโชค กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการซื้อหุ้นดังกล่าว มีหลายแนวทาง ซึ่งรัฐบาลต้องให้กระทรวงการคลัง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)ไปพูดคุยตกลงกันว่าจะให้รัฐวิสาหกิจใดไปซื้อ เช่น อสมท. หรือบริษัทกสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) เป็นต้น เพราะรัฐวิสาหกิจอาจมีเงินสะสมของเขาอยู่แล้ว ซื้อในราคาที่เท่าไหร่ และประชาชนจะมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของได้หรือไม่ ซึ่งรัฐบาลก็อาจตั้งเป็นกองทุนซื้อดาวเทียมไทยคมกลับคืนมา โดยจัดเป็นหน่วยลงทุนให้ประชาชนระดมทุนเข้ามา และเมื่อได้ข้อสรุปรูปแบบที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ รัฐบาลก็จะดำเนินการยื่นข้อเสนอในการขอซื้อหุ้นต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะซื้อกลับมาหมดหรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า ต้องดูที่ตัวบริษัท ไทยคมฯ ซึ่งมีธุรกิจหลักเป็นอย่างไร เพราะที่ถ้าดูตามรายได้หลัก คือ การให้บริการโทรศัพท์มือถือในประเทศลาว และธุรกิจที่ลงทุนมาก คือ ในส่วนของดาวเทียม ซึ่งรัฐบาลต้องพิจารณาว่าจะซื้อทั้งหมดหรือซื้อเฉพาะในส่วนของดาวเทียม เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายศิริโชค กล่าวว่า ความคิดโดยรวมตั้งแต่สมัยที่เป็นฝ่ายค้าน และเมื่อดูทิศทางการทำงานของนายกรัฐมนตรี ก็เห็นว่านายกรัฐมนตรีค่อนข้างเห็นด้วยในการที่จะนำดาวเทียมไทยคมกลับมาเป็นของไทย

 เมื่อถามว่าทำไมเทมาเส็กฯจึงยอมที่จะขายหุ้นนี้ให้กับไทย นายศิริโชค กล่าวว่า เขาคงเข้าใจว่าประเทศส่วนใหญ่ต้องรักษาวงโคจรของดาวเทียมเอาไว้ ซึ่งเป็นทรัพยากรของประเทศนั้นๆ และมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ แต่เขาชี้แจงว่ากรณีของเขา ไม่ได้เป็นผู้บริหาร แต่เป็นเพียงผู้ถือหุ้น และรับผลประโยชน์จากการปันหุ้นถ้าบริษัท ไทยคม มีกำไรดี

 ต่อข้อถามว่าการที่เกิดปัญหาเรื่องของสัญญาณดาวเทียมที่มีผลในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง คิดว่าเป็นเพราะเทมาเส็กฯ ที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชินวัตร มาถือหุ้นใช่หรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า แม้ทางเทมาเส็กฯเข้าถือหุ้นไทยคมแล้ว แต่โครงสร้างของบริษัท ไทยคมฯ ยังเป็นชุดเดิม จึงย่อมมีความคิดที่เอนเอียงไปทาง พ.ต.ท.ทักษิณ พอสมควร ทั้งที่บริษัทนี้ควรเป็นของประเทศไทย รวมถึงผู้บริหารต้องเป็นกลางและไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

นายกฯรับรบ.คิดซื้อดาวเทียมคืนจากเทมาเส็ก

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง ครั้งที่ 4/2553 ณ ห้องประชุมกระทรวงฯ ชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถนนพระราม 6 ถึงกระแสข่าวที่ว่ารัฐบาลมีแนวคิดซื้อดาวเทียมไทยคมคืนจากกองทุนเทมาเส็ก ของประเทศสิงคโปร์ว่า ทางกระทรวงการคลังเขากำลังพิจารณาอยู่ เหตุผลก็คือจริงๆแล้วถ้าเกิดเราคำนึงถึงผลกระทบต่อความมั่นคงในเรื่องของดาวเทียวก็เป็นเหตุเป็นผล แต่เราก็ต้องดูว่าถ้าจะมีการไปดำเนินการซื้อก็จะต้องมีความโปร่งใสในเรื่องของราคาแล้วก็เงื่อนไขต่างๆ นอกจากนั้นถ้าเราย้อนกลับไปดูช่วงที่เทมาเส็กซื้อหุ้นของบริษัทแม่ ก็ได้เคยชี้แจงไว้ต่อสาธารณะ และเข้าใจต่อตลาดหลักทรัพย์ด้วยว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะมาซื้อเรื่องของดาวเทียม

 “เพราะฉะนั้นก็อยู่ในข่ายที่น่าพิจารณา แล้วทางกระทรวงการคลังเขากำลังไปเจรจา ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ถ้าได้คืนมา แต่เราก็ต้องดูความสมเหตุสมผลในเรื่องของเงื่อนไขราคาอะไรต่าง” นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่าเท่ากับว่ามีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ที่เราจะได้ นายกฯ กล่าวว่า “ใช่ครับ ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ครับ” เมื่อถามว่าวิธีการที่จะได้มาต้องทำอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังต้องไปเจรจากับทางเทมาเส็ก แล้วก็คงต้องมาดูด้วยว่าถ้าเกิดจะมีการซื้อ เมื่อเป็นเจ้าของแล้วองค์กรการบริหารควรจะอยู่ในรูปไหนในสังกัดใด

 เมื่อถามว่าจะซื้ออะไรคืนมาบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ซื้อเฉพาะดาวเทียม ส่วนจะใช้เวลาอีกนานหรือไม่ต้องถามกระทรวงการคลัง เมื่อถามว่าเห็นว่าจะใช้งบประมาณราว 5 พันล้านบาทจริงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ยังไม่ได้รายงานตัวเลขกันเลยครับ”