
"วีระ"รับได้"คณิต"นั่งกก.สอบสลายม็อบ
คณิต บุกค่ายนเรศวร ขอข้อมูล วีระ หาแนวทางหาข้อเท็จจริงการสลายม็อบชื่นมื่น "วีระ"ยัน"คณิต"นั่งกรรมการไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ โฆษกปชป.เชื่อแผนปรองดองนายกฯเป็นทางออกให้ประเทศ แจงได้รับการยอมรับจากประชาคมโลกถือว่าสำคัญที่สุด ชี้เพื่อไทยขวางเพราะเป็น
(14มิ.ย.) ที่ค่ายนเรศวร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.10 น. นายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุดในฐานะประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ได้เดินทางมาที่ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อขอข้อมูลและแนวทางในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองจากนายวีระ มุสิกพงษ์ แกนนำ นปช. ที่ถูกควบคุมตัว ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยก่อนพบนายวีระ นายคณิต ได้กล่าวว่า เบื้องต้นในฐานะที่เป็นคนใต้ด้วยกันจะขอพูดคุย และหาข้อมูลจากนายวีระเพียงคนเดียวก่อน และหลังจากนั้นอาจจะพูดคุยกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และหลังจากนั้นอาจมีการพูดคุยกันเป็นกลุ่ม เนื่องจากตนมีเวลาทั้งวัน
ต่อมา เวลา 14.20 น. เจ้าหน้าที่ ตชด.ได้นำตัวนายวีระ เดินทางมายังอาคารเอนกประสงค์ ซึ่งเป็นสถานที่ในการพูดคุย โดยสวมเสื้อสีแดงที่หน้าอกมีข้อความสกรีนว่า “หัวหิน” สวมกางเกงเล มีผ้าขาวม้าคาดเอว โดยนายวีระเมื่อได้พบกับนายคณิต ต่างคนก็เข้าไปจับไม้จับมือ โอบกอด พร้อมทั้งหัวเราะอย่างอารมณ์ดี และทักทายกันเป็นภาษาใต้ และในระหว่างที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพก่อนหารืออย่างเป็นทางการ นายวีระกล่าวว่า มาอยู่ที่นี่รู้สึกว่าน้ำหนักขึ้นอย่างน้อยสองกิโลกรัม
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าแต่ละวันทำกิจกรรมอะไรบ้าง นายวีระกล่าวว่า “ทำอย่างหมูๆ คือ กินแล้วนอน” ผู้สื่อข่าวจึงได้ทักทายต่อว่า ดูท่าทางนายวีระแข็งแรงขึ้น นายวีระ จึงได้กล่าวตอบว่า ได้พักผ่อนเลยดูแข็งแรงขึ้น เมื่อถามว่าแกนนำคนอื่นเป็นอย่างไรบ้าง นายวีระ กล่าวติดตลกว่า หลายคนบอกว่าไม่อยากกลับบ้าน เพราะมาอยู่ที่นี่มีรถไฟหลายขบวน ขืนกลับบ้านไปเดี๋ยวรู้ว่าใครเป็นใคร
เมื่อถามต่อว่าขณะนี้มีคนมาเยี่ยมตลอดหรือไม่ นายวีระ กล่าวว่า มีคนมาเยี่ยมอยู่ตลอดเวลาและรู้สึกดีใจเป็นธรรมดา และคนที่มาเยี่ยมก็มาเล่าข่าวคราวให้ฟัง
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองนายคณิตที่มาเป็นคณะกรรมการฯอย่างไร นายวีระ กล่าวว่า เรื่องคุณสมบัติไม่มีปัญหาพวกเราเคารพนับถือกันอยู่แล้วรู้จักกันมาก่อน เมื่อถามว่าจะมีการเสนอใครเข้าร่วมเป็นกรรมการหรือไม่ นายวีระ กล่าวว่า ยังไกลเกินไป วันนี้เท่ากับมาเยี่ยมคุยกันก่อน
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่านายคณิตทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง นายวีระ กล่าวว่า ต้องคุยกันก่อนคุยจบถึงจะมีประโยชน์กว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นทั้งคู่ได้เข้าห้องประชุมเพื่อพูดกัน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปร่วมรับฟัง มีเพียงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยดูแลเท่านั้น ทั้งนี้หน้าห้องยังมีตชด. พร้อมอาวุธครบมือดูแลความสงบเรียบร้อย
โฆษกปชป.เชื่อแผนปรองดอง“นายกฯ”เป็นทางออกให้ปท.
ที่พรรคประชาธิปัตย์นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความมั่นใจว่า 5 แผนหลักในกระบวนการปรองดองที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นำเสนอนั้นจะเป็นทางออกสำคัญให้กับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยึดหลักยุทธศาสตร์ของการมีส่วนร่วมของประชาชนและสังคมเป็นเจ้าของนั้น จะเป็นแนวทางสำคัญที่รัฐบาลจะทำหน้าที่เพียงให้เงินสนับสนุนด้านงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนกระบวนภายใต้แผนปรองดองเท่านั้น สิ่งที่เป็นรูปธรรมที่ปรากฎในขณะนี้คือในส่วนของคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดคือ คณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และคณะกรรมการศึกษากติกาทางการเมืองและกลไกกระบวนการของ 2 ภาคีคือ ภาคีปฏิรูปประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และภาคีของการปฏิรูปสื่อโดยองค์กรทางวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งทั้ง 2 คณะกรรมการและทั้ง 2 ภาคีอยู่บนพื้นฐานของการทำงานที่เป็นอิสระและมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จะเป็นพลังสำคัญในการนำพาบ้านเมืองพ้นวิกฤติ และมั่นใจว่าสังคมส่วนใหญ่จะให้โอกาสประเทศโดยการให้การสนับสนุนและเป็นส่วนร่วมสำคัญของกระบวนการนี้
นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า กระบวนการนี้ได้มีการชี้แจงให้สื่อต่างประเทศรวมทั้งในการพบปะผู้นำต่างประเทศในหลายครั้งก็ยังได้รับการสนับสนุนในกระบวนการปรองดองนี้ด้วย พรรคมองว่าการได้รับการยอมรับจากประชาคมโลกในการสร้างความสมานฉันท์ให้กับประเทศนั้นถือว่ามีความสำคัญ เพราะรูปแบบหลายส่วนได้มีการศึกษาผ่านในหลายกรณีที่เคยมีความขัดแย้งทางการเมืองและมีการสร้างกระบวนการปรองดองโดยเฉพาะในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น ได้มีการศึกษาในกรณีของแอฟริกาใต้ด้วย ที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสมานฉันท์หลังจากประเทศมีความขัดแย้งทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านเครือข่ายต่างประเทศนั้น สร้างความเข้าใจผิดและลดความน่าเชื่อถือของกระบวนการปรองดองและประเทศไทย ทั้งนี้เชื่อว่าคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดและทั้ง 2 ภาคีจะมีแนวทางที่จะให้องค์กรระหว่างประเทศสามารถเข้ามาศึกษาและตรวจสอบในลักษณะคู่ขนานแต่ไม่แทรกแซง ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและทำให้การเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณไม่สัมฤทธิ์ผล
นพ.บุรณัชย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่า รูปธรรมในการแก้ไขปัญหาของประเทศของ นายกรัฐมนตรีเป็นเพียงแค่การขายฝันไปวันๆด้วยว่า เห็นได้ชัดเจนว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยก็มีส่วนสำคัญที่เป็นอุปสรรคและดูเหมือนว่ามีวัตถุประสงค์ไม่ต้องการให้กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้น ซึ่งไม่ทราบว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเพราะพรรคเพื่อไทยมีส่วนในการนำประชาชนเข้าไปสู่ฝันร้ายของคนทั้งชาติใช่หรือไม่ ส่วนกรณีที่มีการหยิบยกเรื่องที่นายกรัฐมนตรีศึกษากรณีของต่างประเทศว่าไม่สอดรับกับวุฒิภาวะในการแก้ไขปัญหาการปรองดอง พร้อมทั้งยกตัวอย่างอดีตประธานาธิดีเนลสัน แมนเดลา มาเปรียบเทียบกับพ.ต.ท.ทักษิณนั้น อยากให้สังคมใช้วิจารณญาณในการไตร่ตรองว่า ระหว่างฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นนักโทษการเมืองกับอีกฝ่ายหนึ่งที่เป็นนักโทษก่อการร้ายนั้น ฝ่ายหนึ่งใช้กระบวนการสันติภาพแต่อีกฝ่ายหนึ่งมีความเชื่อมโยงกับกองกำลังติดอาวุธ เชื่อว่าสังคมโลกจะมีวิจารณญาณในการเปรียบเทียบถึงความแตกต่างตามข้อเท็จจริงและการกระทำของแต่ละคน
นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่อ้างว่า การศึกษาต่างประเทศอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างหนึ่งอย่างใดนั้น ขอชี้แจงว่าไม่ว่าจะเรียนมาจากประเทศใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือทำอะไรให้กับประเทศของตัวเองหรือไม่ ทำดีหรือไม่ และทรยศต่อบ้านเกิดของตนเองหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ต้องดูที่การกระทำของแต่ละคน สำหรับกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณออกมาระบุว่า การปฏิเสธกระบวนการสันติภาพทำให้รัฐบาลไม่สามารถเจรจากับคู่กรณีได้นั้น ขอชี้แจงว่าสังคมได้รับทราบมาโดยตลอดว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้เปิดช่องทางการเจรจาตั้งแต่เริ่มเกิดวิฤติทางการเมือง รวมทั้งลงไปเจราจาด้วยตัวเองมาโดยตลอด แต่กลุ่มนปช.ปฏิเสธกระบวนการเจรจาจนเป็นเหตุให้วิกฤติการทางการเมืองนำไปสู่ความรุนแรง ส่วนข้อเสนอของนายนภดลที่ระบุว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดึงต่างประเทศเข้ามาแต่โฆษกพรรคเพื่อไทยกลับระบุว่าองค์กรเดียวที่จะเข้ามาสร้างความปรองดองได้คือองค์กรระหว่างประเทศนั้น เห็นได้ชัดเจนว่ามีความขัดแย้งกันในตัวเอง
นพ.บุรณัชย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งคำถามเรื่องความผิดและการนิรโทษกรรมว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอสนับสนุนนายกรัฐมนตรีในการแยกผู้ก่อการร้ายและผู้ใช้กำลังสร้างความเสียหายออกจากผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมที่มีความแตกต่างทางความคิดกับรัฐบาล สาระสำคัญคือผู้ที่ลงมือกระทำกับประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องมีกระบวนการให้ความเป็นธรรมกับผู้สูญเสียและผู้ที่บาดเจ็บด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่า แนวทางของพรรคในฐานะแกนนำรัฐบาลนั้นไม่เคยมีความคิดที่จะใช้วิธีอุ้มฆ่าเหมือนในอดีตที่ขณะนี้หลายฝ่ายพยายามสร้างความเข้าใจที่ผิดเพื่อสร้างความเกลียดชัง และปลุกระดมไปสู่เงื่อนไขความขัดแย้งอีกครั้ง กรณีที่แกนนำหลายคนเช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช.ได้รับการประกันตัวนั้น เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลไม่มีเจตนาในการไล่ล่าบุคคลเหล่านั้น เพราะฉะนั้นเงื่อนไขสำคัญคือ หากทุกฝ่ายสามารถเข้ามาร่วมในกระบวนการได้ ความเป็นธรรมก็จะเกิดขึ้น และการนิรโทษกรรมในบางส่วนก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ปฏิเสธเช่นเดียวกันหากไม่เป็นการนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสูญเสียของชาวไทย
นพ.บุรณัชย์ ยังกล่าวถึงข้อเสนอของพรรคการเมืองใหม่ด้วยว่า ข้อเสนอของพรรคการเมืองใหม่ 4 ข้อและการวิจารณ์ว่าเป็นแผนของนายกรัฐมนตรีในการซื้อเวลาโดยใช้กระบวนการปรองดองเป็นเงื่อนไขนั้น ขอเรียนว่า สังคมได้ติดตามจุดยืนและแนวทางของนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีพยายามหาทางออกให้กับบ้านเมืองรวมถึงลดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งในฐานะนายกรัฐมนตรีด้วย ทั้งนี้ในส่วนของข้อเสนอข้อที่ 1 . ที่พูดถึงคณะกรรมการปฏิรูปประเทศว่าควรจะมีระยะเวลาผูกพันรัฐบาลชุดนี้ด้วยนั้น นายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนว่ากรอบเวลาควรจะมีรูปธรรมเริ่มตั้งแต่ 6 เดือนและใช้ระยะเวลาโดยรวมไม่เกิน 3 ปี ส่วนข้อ 2 . ที่ระบุว่ากระบวนการปรองดองต้องอยู่บนพื้นฐานของการรักษาระบบนิติรัฐและสร้างระบบนิติธรรมให้เกิดขึ้นนั้น ถือเป็นแนวทางที่ตรงกัน ข้อ 3 . เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าไม่มีธง ซึ่งคณะกรรมการของนักวิชาการจะดำเนินการอย่างไรนั้นรัฐบาลไม่มีการชี้นำหรือแทรกแซงอย่างเด็ดขาด และ 4. ข้อเสนอเรื่องการทุจริตนั้น รัฐบาลมีความจริงจังในการดำเนินการต่อการทุจริตทุกรูปแบบด้วยกฎเหล็กทั้ง 9 ข้ออยู่แล้ว
นพ.บุรณัชย์ กล่าวด้วยว่า ข้อเสนอทั้ง 4 ข้อของพรรคการเมืองใหม่นั้น พรรคไม่ขัดข้องที่จะรับไปดำเนินการ เพราะแนวคิดนั้นถือว่าสอดคล้องกับแนวทางการทำงานของพรรคและรัฐบาลอยู่แล้ว เพียงแต่รูปแบบการทำงานอาจจะมีความแตกต่างกันในนัยสำคัญในบางส่วน
"มาร์ค" เย้ยทนายฝรั่งแค่ลูกจ้าง"แม้ว"
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความชาวแคนาดาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โจมตีรัฐบาลและผู้นำประเทศไทยไม่มีความน่าเชื่อถือที่จะดำเนินนโยบายตามแผนปรองดองว่า นายอัมเตอร์ดัม บิดเบือนข้อเท็จจริงมาหลายครั้งแล้ว และทราบว่าเคยมาปรากฏตัวที่หลังเวที นปช.ที่แยกราชประสงค์ และพยายามพูดกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่าการชุมนุมไม่มีอาวุธ ซึ่งคนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ชุมนุมก็พยายามทักท้วงกับนายอัมเตอร์ดัมว่ายัง ไม่เห็นอีกหรือ แต่นายอัมเตอร์ดัมก็ไม่ได้สนใจ เพราะเขาก็เป็นแค่ลูกจ้าง



