
หนุ่มเพชรบูรณ์ทำฝันสำเร็จ คว้าแชมป์ภูเก็ตมาราธอน
ชาคริต บุญคง ปอดเหล็กไทยจากเพชรบูรณ์วัย 30 ปีเจ้าของความฝันอยากติดทีมชาติทำสำเร็จ หลังคว้าแชมป์วิ่งมาราธอน 42 กิโลเมตรด้วยเวลา 02:40:08 แซงหน้าแชมป์เก่า สตีเฟน เพนน์ จากแดนจิงโจ้ที่ทำเวลาได้ 02:47:30 ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ สันติ ฟุ้งเฟื่อง อีกหนึ่งจากไทยท
ในการแข่งขัน "ลากูน่า ภูเก็ต มาราธอนนานาชาติ" ครั้งที่ 5 ที่ โรงแรมลากูน่าบีช รีสอร์ท จ.ภูเก็ต วันที่ 13 มิ.ย. 2533 โดยมี นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดการแข่งขัน ซึ่งมีจำนวนนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันในทุกประเภทกว่า 4,000 คน จาก 35 ประเทศทั่วโลก
ขณะที่ประเภทมาราธอนหญิงอันดับ 1 ได้แก่ ธัญธรสมุทรน้อย จากไทย เวลา 03:21:24 สำหรับผลประเภทอื่น ฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร ที่ 1 ได้แก่ กอเดร์ เส็นหมูด จากไทย 01:17:50,อันดับ 2 ไบรอัน มารอทตา จากสหรัฐ 01:18:04 อันดับ 3 ประสิทธิ์ สมุทรน้อย ไทย 01:19:59 วิ่งมินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร อันดับ 1.เจสัน มายีรอฟ (สหรัฐ) 00:34:28, 2.สรศักดิ์ เดชะ (ไทย) 00:36:15, 3.สิทธิพร สังข์ทอง (ไทย) 00:36:28
หลังจากจบการแข่งขัน นายชาคริต บุญคง กล่าวว่า "ตนได้เดินทางมาแข่งขันรายการ "ลากูน่า ภูเก็ต มาราธอนนานาชาติ" เป็นครั้งแรกและรู้สึกดีใจมากที่สามารถคว้าแชมป์มาได้ถึงแม้จะมีอาการเจ็บที่เท้า สำหรับเวลาที่ทำได้นั้นเป็นไปตามเป้าที่ตั้งใว้คือ 2 ชั่วโมง 40 นาที โดยสนามต่อไปนั้น ตนจะไปแข่งรายการคัดเลือกนักกรีฑาเพื่อติดทีมชาติไปแข่งขันเอเชียนเกมส์ หรือกวางโจว์เกมส์ ที่ประเทศจีน ในวันอาทิตย์ที่ 18 กรกฏาคมนี้ ที่เมืองพัทยา ซึ่งตนหวังว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้ติดทีมชาติซักครั้งสำหรับผมงานที่ผ่านมาเข้าร่วมแข่งขันรายการกรุงเทพฯ มาราธอน ทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 34 นาที, รายการสุพรรณบุรี มาราธอน ทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 41 นาที พร้อมกับสามารถลงวิ่งในรายการจอมบึง มาราธอน และ ขอนแก่น มาราธอนทั้ง 2 รายการติดกันได้ดี โดยทำผลงานคว้าแชมป์ทั้งสองรายการสำเร็จ"
ส่วนเจสัน มายีรอฟ จากสหรัฐ แชมป์ วิ่งมินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร ให้สัมภาษณ์ว่า "ผมวิ่งมาหลายมาประเทศแล้ว สำหรับการแข่งขัน "ลากูน่า ภูเก็ต มาราธอนนานาชาติ" ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 วิธีการเตรียมตัวของผมก็คือ ผมไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ใช้ชีวิตดีต่อสุขภาพ กินอาหารดีต่อร่างกาย นอนพักผ่อนเพียงพอ หากคุณอยากจะเป็นนักกีฬาที่ดี ไม่ว่ากีฬาอะไร คุณจะต้องยึดมั่นและฝึกฝนอย่างหนัก ผมเองก็วิ่ง 150-160 กิโลเมตร ต่อสัปดาห์ คงไม่มีพลังพอที่จะไปทำอย่างอื่น สำหรับผมแล้ว ความสวยงามของการแข่งวิ่งมาราธอนคือทุกคนแค่จ่ายค่าเข้าร่วมการแข่งขัน จากนั้นทุกคนก็เท่าเทียมกันหมด คือต้องวิ่งให้ดีที่สุด"เจ้าของแชมป์ 2 สมัยกล่าว



