
ยิงถล่มโรงแรมนักธุรกิจอินเดีย2ด.โดน3ครั้ง
คนร้ายยิงถล่มโรงแรมนักธุรกิจชาวอินเดียสองเดือนโดนไปแล้วสามครั้ง เจ้าของ วอน ตำรวจคุมเข้มความปลอดภัย
(14มิ.ย.) เวลา 02.30 น. ร.ต.ท.ฉัตรชัย พรเชาวลิตหิรัญ ร้อยเวร สน.ยานนาวา รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันที่หน้าอีรอสเรซิเดนซ์ เลขที่ 703/705ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรักจึงรุดไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบบริเวณกระจกหน้าโรงแรมถูกยิงแตกกระจายทั่วบริเวณจำนวน 2 บาน จากการสอบสวนนายปาเรช ชา อายุ 43 ปี เจ้าของโรงแรมดังกล่าวเปิดเผยว่าอาคารดังกล่าวเปิดทำกิจการห้องพักอาศัยให้กับคนต่างชาติมีทั้งหมด 5 ชั้นรวม 33 ห้อง หลังเกิดเหตุได้เปิดกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวพบคนร้ายขับรถสปอร์ตไรเดอร์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาที่หน้าโรงแรมจนทำให้กระจกแตกและโชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
"ผมไม่เคยมีเรื่องกับใครนอกจากมีปัญหาฟ้องร้องกับหุ้นส่วน เป็นคดีเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัวโดยคดีดังกล่าวขณะนี้อยู่ในชั้นศาล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ผมคิดว่าคนร้ายไม่ต้องการเอาชีวิตใครแต่น่าจะต้องการข่มขู่เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม" นายปาเรซกล่าว
นายปาเรซกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ครั้งแรก เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ยิงถล่มเข้ามาทำให้กระจกแตก ต่อมาครั้งที่สอง คนร้ายใส่หมวกกันน็อคปิดหน้า แต่งตัวรัดกุมใช้ค้อนปอนด์ทุบกระจกแตก จนกระทั่งมาถึงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งในการซ่อมกระจกประมาณ 1-2 แสนบาทด้วยกัน และขอวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานอื่นๆเข้ามาดูแลให้เข้มงวดเพราะลูกค้าที่โรงแรมของตนส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ทำให้ลูกค้าตกใจกลัวและไม่กล้ากลับมาพักอีก โดยช่วงเวลาสองเดือนที่ผ่านมาตนถูกข่มขู่ถึงสามครั้งแล้ว และตนจะเดินทางไปขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ด่านเก็บค่าทางด่วนในบริเวณใกล้เคียงต่อไป
ด้าน ร.ต.ท.ฉัตรชัยเปิดเผยว่าเบื้องต้นให้นายปาเรชไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจเพื่อเป็นหลักฐาน หลังจากนี้จะได้ทำการสืบสวนสอบสวนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายปาเรส ราซิคลาล เจ้าของโรงแรม เปิดเผยอีกว่า กำลังประสานงานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดด่านเก็บค่าผ่านทางด่วน บริเวณสี ลมและสุรวงศ์ เพื่อตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถยนต์สปอตไรเดอร์สีดำที่ขับผ่านช่วงเวลาใกล้เคียงกับการก่อเหตุ เนื่องจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมไม่สามารถจับภาพป้ายทะเบียนรถของคนร้ายได้
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผมเป็นห่วงชีวิตและทรัพย์สิน ผมทำธุรกิจในเมืองไทยมานานแต่เมื่อสองเดือนที่ผ่านมาโดนข่มขู่ถึง 3 ครั้ง อยากให้ตำรวจเข้ามาดูแลให้เข้มงวดเพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ทำให้ลูกค้าหวาดกลัวไม่กล้าเข้ามาพักอีก"นายปาเรสกล่าว



