ข่าว

 แก้ไข รธน.-มุ่ง "สมานฉันท์"สมบัติ ธำรงธัญวงศ์

แก้ไข รธน.-มุ่ง "สมานฉันท์"สมบัติ ธำรงธัญวงศ์

14 มิ.ย. 2553

ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดใจให้สัมภาษณ์กับ "สำนักข่าวเนชั่น" ภายหลังจากได้รับการทาบทามจาก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกฯ ให้เป็น "ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมาย" ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนปรองดองข

    # ได้รับการทาบทามจากนายกฯ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

           ผมได้รับการติดต่อจากนายกฯ ตั้งแต่ช่วงก่อนเหตุการณ์ชุมนุมยุติ หลังจากนั้นก็ได้พบนายกฯและพูดคุยคร่าวๆ ว่ามีงานเช่นนี้และเป็นปัญหาของประเทศที่ยังคั่งค้าง

 และการศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญนี้เป็นการศึกษาชุดเล็กไม่ใช่ชุดใหญ่ โดยเป็นเรื่องที่ต่อยอดมาจากข้อเสนอของกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีนายดิเรก ถึงฝั่ง เป็นประธาน ซึ่งนายกฯ ระบุว่าอยากให้กรรมการมาจากนักวิชาการล้วนๆ เพื่อให้มาดูแง่หลักการผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน เพราะข้อเสนอของกรรมการสมานฉันท์ถูกวิพากษ์เยอะว่าเป็นไปเพื่อนักการเมือง เนื่องจากกรรมการชุดนั้นส่วนใหญ่เป็นนักการเมือง เพื่อจะได้ฟังความเห็นที่มีน้ำหนักมากขึ้น การทาบทามก็ใช้หลักอยากให้มีความหลากหลาย
 ทั้งนี้คณะกรรมการชุดนี้โดยหลักๆ เป็นนักกฎหมายมหาชน และเป็นตัวแทนองค์กรต่างๆ เช่น คณบดีนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณบดีนิติศาสตร์และอดีตคณบดีรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจากคณบดีรัฐศาสตร์คนปัจจุบันเพิ่งเข้ารับตำแหน่งจึงต้องใช้อดีตอาจารย์ด้านกฎหมายมหาชนจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยสยาม มหาวิทยาลัยศรีปทุม อธิการบดีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จะเห็นได้ว่าเรามีทั้งนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และ วิศวกรรมศาสตร์ โดยความหลากหลายจะช่วยให้มีมุมมองที่ต่างกัน

 # กรอบการทำงานจะเป็นอย่างไร?

 เราทำงานต่อยอดจากความเห็นของกรรมการสมานฉันท์ เพราะเขาทำงานมาเยอะ พอมาถึงสภาก็มีการทำต่อ เราจะเอาข้อมูลมาดูให้หมด และจะฟังความเห็นเพิ่มเติม

 หลังจากนั้นก็มาวิเคราะห์ว่าแต่ละประเด็นเป็นอย่างไรก่อนที่จะนำเสนอรัฐบาล อย่างไรก็ตามการเสนอไปนั้นมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นจะเสนอไปด้วยว่าทำอย่างไรรัฐบาลจะทำได้ ในที่สุดอาจจะเสนอว่ารัฐบาลควรทำประชามติ เป็นประเด็นๆ ว่าประชาชนรับหรือไม่รับ หากผ่านก็จะถือว่าได้รับมีฉันทานุมัติ

 ส่วนข้อเสนอที่ออกไปนั้น อาจจะเสนอเป็นเรื่องๆ แต่ในนั้นก็มีมาตราต่างๆ กำกับไว้ชัดเจน เช่น เรื่องการยุบพรรคในมาตรา 237 เรื่องเขตเลือกตั้ง มาตรา 63-68 เรื่องข้อตกลงระหว่างประเทศ มาตรา 190 เราเอาข้อเสนอของกรรมการสมานฉันท์เป็นตัวตั้งจะได้ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ เพราะจะได้มีเหตุผลว่าเป็นความเห็นของนักการเมืองเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้หากคณะกรรมการเห็นว่าอะไรน่าสนใจเสนอเพิ่มได้ ส่วนที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องพิจารณาแก้ไข ข้อเสนอนั้นเปลี่ยนแปลงได้ นายกฯ อยากให้กรรมการชุดนี้เป็นอิสระ ท่านเข้าใจนักวิชาการที่ต้องให้ทำงานเป็นอิสระ ถือเป็นสัญญาณที่นักวิชาการทำงานแล้วสบายใจ แต่หากเสร็จแล้วนักการเมืองไม่ทำตาม ก็ถือว่าหมดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของเรา แต่เราก็ต้องตีกรอบการทำงานให้ชัดเจน เราอาจจะเสนอว่าหากทำไม่ได้ก็ให้ไปทำประชามติ

 #กำหนดตารางเวลาการทำงานอย่างไร?

 หลังจากที่คณะกรรมการได้รับการแต่งตั้งจะนัดประชุมภายในหนึ่งสัปดาห์และเชิญนายกฯ มาให้แนวทางว่าจะให้ทำงานอย่างไร และให้กรรมการถามโดยตรงจะได้รู้ว่าเป็นแบบไหน หลังจากนั้นก็จะมากำหนดกรอบการทำงานว่าภายใต้ภารกิจแบบนี้ต้องทำอย่างไรและพูดเรื่องการรวบรวมข้อมูลว่า ต้องการอะไรเพิ่มหรือไม่ หากต้องเพิ่มก็จะต้องตั้งคณะทำงานเพื่อไปเอาข้อมูลมา ส่วนข้อมูลที่เพิ่มอาจจะไปรับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ และให้แต่ละภาคส่วนพูดให้เต็มที่ อาจจะมีหลายวัน

 หรืออาจจะใช้ช่องทางสมัยใหม่อย่าง "เฟซบุ๊ก" ที่มีผู้ให้ความสนใจโดยมีกรรมการมาดูและกลั่นกรองหรืออาจจะเป็นรายการวิทยุ แล้วมีโฟนอินรับฟังความเห็น โดยเราจะรับให้หลากหลายและใช้สื่อประเภทต่างๆ

  หลังจากนั้นจะนำข้อมูลมาแยกย่อยเป็นประเด็นว่ามีความเห็นอย่างไร และเอามาวิเคราะห์ว่าประชาชนเห็นอย่างนี้ และโดยหลักการควรเป็นอย่างไร จึงจะมาสรุปและเสนอ เราจะทำงานให้เร็วที่สุดเพราะรัฐบาลเองก็คงอยากเร่งรัด ขั้นตอนรวบรวมข้อมูลอาจจะใช้หนึ่งเดือนหากเพียงพอและอีก 1 เดือนก็มาวิเคราะห์

 #การทำงานอาจถูกล็อกด้วยเวลาเนื่องจากนายกฯ ต้องการให้เลือกตั้งต้นปีหน้า?

 เวลาการทำงาน เราจะกำหนดอย่างละเอียด หากจะรับฟังข้อมูลก็จะบอกเลยว่า เวลาเท่านี้ใครทำอะไร รับผิดชอบอะไร แบ่งคนเป็นกลุ่มๆ ว่าจะฟังเรื่องอะไร ถ้ากำหนดแบบนี้จะได้งานเร็ว พอเสร็จก็กำหนดการย่อยวิเคราะห์ และแทนที่จะวิเคราะห์ที่ประชุมใหญ่ทีละประเด็นอาจจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มแยกกันวิเคราะห์แล้วค่อยเอาเข้าชุดใหญ่ โดยส่วนตัวอยากให้เร็วแต่ต้องปรึกษากรรมการก่อน และในวันที่นายกฯ มอบแนวทาง ก็จะถามให้ชัดเจน หากกำหนดของเรากับนายกฯ ไม่ตรงก็จะปรับเปลี่ยน

 #รายชื่อกรรมการหลายคนไม่ได้รับการยอมรับจากหลายฝ่ายรวมถึงคนเสื้อแดง?

 เป็นเรื่องธรรมดา ผมนึกไม่ออกว่ามีใครที่เสนอชื่อมาแล้วมีคนยอมรับทั้งหมด ในสภาพสังคมแบบนี้ ใครยังตราหน้าคนอื่นเป็นสีแดง สีเหลือง คนแบบนี้เป็นคนคิดแบ่งแยกประเทศ การเป็นสีทำให้ประเทศเสียหาย หากใครไปยัดเยียดคนอื่นสีโน้นสีนี้คุณนั่นแหละเป็นตัวการของการแบ่งแยก วันนี้ประเทศจะมีทางออกต้องกำจัดเรื่องสีให้ได้ ประเทศจะก้าวหน้าต้องสามัคคีมีเอกภาพ หากยังปักหลักอย่างนี้ก็เป็นการทำร้ายประเทศชาติ อย่าไปวิตกกับคนคิดทางลบ และเราต้องรู้ว่าคนวิจารณ์เราเป็นคนประเภทไหน โดยส่วนตัวถ้าคนที่คนในสังคมยกย่องว่าเป็นคนดี แล้วมาวิจารณ์ว่าผมบกพร่องผมต้องฟังมาก แต่ถ้าไม่อยู่ในกรอบก็ฟัง แต่ไม่ใส่ใจ

 #รายชื่อกรรมการหลายคนเคยเป็นอดีต ส.ส.ร.รัฐธรรมนูญ 50?

 ตกลงคุณจะเอาใคร นักวิชาการหรือนักกฎหมายที่มีประสบการณ์หรือจะเอานักกฎหมายจบใหม่ที่ไม่เคยทำอะไร คนเคยทำมีประสบการณ์ ไม่ใช่ไปทำอะไรแล้วจะกลายเป็นของเสีย เวลาสื่อมวลชนว่าคนโน้นเคยทำโน่นทำนี่ จะมาทำไม่ได้แล้วจะไปหาใครทำ.. คนที่เคยมีประสบการณ์แต่คนนั้นไม่เชื่อ คนนี้ไม่เชื่อ ถามว่าใครไม่เชื่อ คนที่เสียประโยชน์นั่นแหละที่ไม่เชื่อ

 #รัฐธรรมนูญมาตราไหนมีปัญหา?

 ส่วนตัวเห็นว่ามีปัญหามากคือมาตรา 190 ใครมาเป็นรัฐบาลก็มีปัญหาเรื่องสนธิสัญญาข้อตกลงระหว่างประเทศที่ต้องนำเข้าสภาทุกเรื่อง ทำให้โอกาสเรื่องการเจรจาล่าช้าเสียประโยชน์ เราต้องกำหนดเรื่องประเภทของข้อตกลง ตรงนี้ต้องแก้ อีกปัญหาคือเรื่องการยุบพรรค พรรคเป็นสถาบันการเมืองประชาธิปไตยจะไม่เจริญถ้าพรรคไม่มีเสถียรภาพ

  การลงโทษควรทำเฉพาะคนที่ทำผิด เช่น คนทำผิดก็รับโทษมาก คนไม่ทำผิดก็ไม่ควรรับโทษ แต่พรรคต้องคงอยู่ พรรคเป็นสถาบัน
 แล้วผลเสียคือ คนสำคัญไม่ยอมเป็นกรรมการมีแต่ "หุ่นเชิด" 

 #หากพูดเรื่องนี้อาจจะเข้าทางพรรคประชาธิปัตย์ที่มีคดียุบพรรคอยู่ในศาล?

 ขณะที่ทำ กรรมการสมานฉันท์ คนสนับสนุนเรื่องการยกเลิกเรื่องการยุบพรรคคือพรรคเพื่อไทย และตอนนั้น ประชาธิปัตย์ก็ไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกยุบพรรค ปัญหาคือหลักการไปตรงประโยชน์ของใคร คนได้ประโยชน์จะชอบ

 อย่างเรื่องเขตเล็กเขตใหญ่ หลักการที่ควรเป็นคือวันแมนวันโหวต ที่ทุกวันนี้ใช้เขตใหญ่เรียงเบอร์แต่ละเขตเลือกได้ไม่เท่ากัน แล้วทำไมบางคนเลือกได้ 3 คน บางคนเลือกได้คนเดียว เป็นคนไทยเท่ากันหรือเปล่า มันไม่เป็นไปตามหลัก เราต้องยึดหลักก่อน บางคนบอกเลือกเขตเล็กเดี๋ยวซื้อเสียงหมด เขตใหญ่ซื้อยาก บางคนก็บอกว่าเขตใหญ่คนจนเข้ามายากเพราะใหญ่เกินไป เขตเล็กเคาะประตูได้ เอาเหตุผลอะไรมาอ้างกัน คุณพูดได้หมดเลย บางคนได้ประโยชน์จากเขตเล็กก็เอาเขตเล็ก บางคนได้ประโยชน์จากเขตใหญ่ก็เอา ไม่ได้พูดเรื่องหลักการ หลักคือเราต้องเลือกได้หนึ่งคน จะเอาเขตใหญ่ก็ได้ แต่ต้องเลือกคนเดียว แล้วเอาคะแนนมาจัดอันดับ ผมไม่แคร์เล็กใหญ่ แต่หนึ่งคนหนึ่งเสียง

 #ควรตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมาใหม่หรือไม่?

 หากพิจารณาแล้วก็มีความเป็นไปได้ ที่จะเสนอว่าให้มีการเพิ่มมาตราเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดช่องให้ศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นระบบ


 **อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ**