ข่าว

 "พ่อ"ล่ามือฆ่า..ทพญ.พิชญาหลักฐานมัด."หมอปุรนันท์"

"พ่อ"ล่ามือฆ่า..ทพญ.พิชญาหลักฐานมัด."หมอปุรนันท์"

14 มิ.ย. 2553

เป็นเวลานานกว่า 2 ปี ที่ผู้เป็นพ่อพยายามค้นหาความจริงว่า "ใคร" คือฆาตกรฆ่าลูกสาวและ "ใครอีกคน" นั้นเป็นคนจ้างวานฆ่า ทั้งที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ 5 เดือน แล้วความพยายามก็สัมฤทธิผลเมื่อ 1 ใน 4 ผู้ต้องหาเปิดปากรับสารภาพนำมาสู่ความจริงอันน่า "สะเทือนใจ" เมื่อ

 21 มีนาคม 2551 วงการแพทย์ต้องตกเป็นข่าวครึกโครมอีกครั้งหนึ่ง เมื่อคนร้ายทำทีเป็นคนไข้เข้าไปรักษาฟันที่คลินิกแพทย์ปุรนันท์ ในเขตเทศบาลตำบลสำนักขาม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แล้วใช้อาวุธปืนขนาด .45 ยิง ทพญ.พิชญา อัศวสุนทรเนตร อายุ 26 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างตั้งครรถ์ 5 เดือนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตขณะนำส่ง รพ.สงขลานครินทร์

 หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ รอง ผบช.ภ.8 ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.สงขลา สั่งการให้ พ.ต.ท.ศักดา เจริญกุล สว.สส.สภ.หาดใหญ่ เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

 จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายใช้ชื่อ-นามสกุลปลอมเข้ามารักษา ขณะเดียวกันก็ได้พยานหลายปากให้ข้อมูลเกี่ยวกับตำหนิรูปพรรณของคนร้าย รวมถึงรถกระบะอีซูซุ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน กบ 70xx สงขลา ติดป้ายทะเบียนเฉพาะด้านหน้า และพยานจำเลขทะเบียนได้ไม่หมด จอดอยู่หน้าคลินิกนานผิดสังเกต

 กระบวนการสืบสวนเริ่มต้นจากการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถต้องสงสัย พบว่ากลุ่มหมายเลขทะเบียนและตำหนิรถกระบะต้องสงสัยมีอยู่หลายคัน แต่มีรถกระบะคันหนึ่งเป็นของ "สะฝีอี หมัดหมัน" อายุ 35 ปี ลูกน้องคนสนิทกำนัน ต ผู้กว้างขวางใน จ.พัทลุง ที่มีพฤติการณ์เป็นหนึ่งในซุ้มมือปืนทางภาคใต้

 ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลแสวงหาพยานหลักฐานจับคนร้าย หนึ่งสัปดาห์ให้หลังชุดสืบสวนรับแจ้งว่า มีคนร้าย 3 คนก่อเหตุยิงคนพิการในพื้นที่ สภ.ปากจั่น จ.ระนอง แล้วถูกตำรวจสกัดจับกุมได้ที่ สภ.บางแก้ว จ.ระนอง ชุดสืบสวนจึงนำพยานฆ่า ทพญ.พิชญา ไปดูตัวผู้ต้องหาที่ จ.ระนอง โดยพยานชี้ตัวยืนยันว่าทั้งสามคนเกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรม ทพญ.พิชญา ประกอบกับผลการตรวจสอบปลอกกระสุนปืนที่ตกอยู่ในคลินิก 2 ปลอก ก็ตรงกับอาวุธปืนของคนร้ายในคดีนี้

 คนร้ายทั้งสามคนได้แก่ จับ ชนะสิทธิ์ อายุ 36 ปี, โยธิน นุ่นทอง อายุ 32 ปี และ สุริยา แก้งคนที่ อายุ 31 ปี ถูกตำรวจหาดใหญ่อายัดตัวดำเนินคดีในอีกข้อหาหนึ่ง

 "การสอบสวนในครั้งนั้นผู้ถูกกล่าวหายอมรับสารภาพในชั้นสืบสวนว่า วันที่ก่อเหตุยิง ทพญ.พิชญานั้น สะฝีอี เป็นผู้รับงานมาและทำหน้าที่ขับรถพาหนี สุริยา ทำหน้าที่มือปืน ส่วน โยธิน สวมรอยเป็นคนไข้ใช้ชื่อปลอม ส่วน จับ ทำหน้าที่ดูต้นทาง" ชุดสืบสวนระบุ

 ทว่าในชั้นสอบสวนบันทึกคำให้การผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามคนกลับให้การปฏิเสธและไม่ยอมให้การใดๆ อีก ชุดสืบสวนจึงต้องเริ่มทำงานกันใหม่ โดยพุ่งเป้าไปที่ประเด็นความขัดแย้งของผู้ตายน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องชู้สาวหรือไม่ก็ธุรกิจ

 จากการสอบสวนญาติของผู้ตายยืนยันว่า ทพญ.พิชญาไม่เคยมีปัญหากับใคร เพียงแต่มักมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับ นพ.ปุรนันท์ โลหะนวกุล สามีที่เปิดคลินิกอยู่ในที่เดียวกัน 

 "การสอบสวน นพ.ปุรนันท์ในอดีตไม่พบพิรุธใดๆ ทราบเพียงว่าเป็นคนพูดจาดี รูปร่างสูง หน้าตาดี ลักษณะค่อนข้างเจ้าชู้ แต่พยานหลักฐานมีไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่ามีส่วนรู้เห็นกับการฆาตกรรมภรรยาตัวเอง หนึ่งเพราะฐานะของ ทพญ.พิชญาดีกว่า โดยพ่อของฝ่ายหญิงเป็นคนลงทุนซื้อตึกแถวและเครื่องมือรักษาโรคในคลินิกให้ทั้งหมด" ชุดสืบสวนระบุ

 เมื่อชุดสืบสวนยังไม่สามารถหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้อีก ประกอบกับสะฝีอีติดต่อเข้ามอบตัวสู้คดีแล้วได้รับการประกันตัวไป คดีจึงค่อยๆ เงียบหายไป ตรงกันข้ามในฐานะหัวอกผู้เป็นพ่อที่มีลูกสาวเพียงคนเดียว และถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมพร้อมลูกในท้อง จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะสืบหาข้อมูลด้วยตัวเองว่า "ใคร" คือผู้จ้างวานฆ่าลูกสาว ซึ่งทุกครั้งที่ได้ข้อมูลมาเล็กๆ น้อยๆ จะแจ้งให้ พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบก.ภ.จว.สงขลา ทราบทุกครั้ง

 ความพยายามของผู้เป็นพ่อทำให้ พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ สั่งการให้ พ.ต.อ.เสกสรรต์ ชูรังสฤษฎ์ ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา พ.ต.ท.ศักดา เจริญกุล รอง ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา พ.ต.ท.ดุสิต พรหมสิน รอง ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา หัวหน้าชุดปราบปรามมือปืนรับจ้างพร้อมทีมงาน ประสานข้อมูลกับพ่อผู้เสียหายหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมนำมาสนับสนุนหาตัวผู้บงการ

 ในที่สุดข้อมูลที่พ่อผู้เสียหายได้มาว่า 1 ใน 4 ผู้ถูกกล่าวหาในคดีฆ่าลูกสาวยอมเปิดปากรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก นพ.ปุรนันท์ เป็นเงิน 5 แสนบาท ฆ่าภรรยาตัวเอง ชุดสืบสวนจึงเริ่มขยายผลสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด จนได้ข้อมูลสอดคล้องต้องกัน จากนั้นจึงรวบรวมพยานหลักฐานให้ศาลจังหวัดนาทวี พิจารณาออกหมายจับที่ 154/2553 จับกุม นพ.ปุรนันท์ โลหะนวกุล พร้อมขอหมายค้นคลินิกโอเคสหคลินิก เลขที่ 148, 152 เทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา

 "นพ.ปุรนันท์มีท่าทีตกใจและเครียด ไม่ยอมให้การใดๆ เพียงสอบถามว่าขั้นตอนต่อไปทำอย่างไร จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เพียงแต่พบตะกรุดผูกไว้ที่เอว และพบหนังสือธรรมะเกี่ยวกับทานอุทิศจำนวนหนึ่งเท่านั้น" ชุดสืบสวนระบุ