ข่าว

ไทยพึ่ง"เวิลด์เอ็กซ์โป"ดึงทัวร์จีนลุ้นเจ้าภาพปี2020ช่วยกู้ภาพลักษ์

ไทยพึ่ง"เวิลด์เอ็กซ์โป"ดึงทัวร์จีนลุ้นเจ้าภาพปี2020ช่วยกู้ภาพลักษ์

14 มิ.ย. 2553

แม้เหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองของไทยจะยุติไปเกือบเดือนแล้ว แต่การฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวของไทยคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน เห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะชาวจีนที่เคยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยจำนวนมาก ในปีนี้อาจหายไป

 ที่สำคัญประเทศจีนอยู่ระหว่างการเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมโลก หรือ "เวิลด์ เอ็กซ์โป 2010" ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ทำให้คนจีนแห่เข้าชมงานกันอย่างคับคั่งจากเดือนพฤษภาคม ที่อยู่ระดับ 3 แสนคนต่อวัน แต่เมื่อเข้ามาถึงเดือนมิถุนายน ล่าสุดมีผู้ชมอยู่ที่ 4-5 แสนคนต่อวัน

 "สัญญา" ไกด์หนุ่มชาวจีน ให้ข้อมูลว่า ช่วงแรกคนจีนยังมาเที่ยวไม่มากนัก ซึ่งรัฐบาลจีนอาจจะกลัวเสียหน้าที่กำหนดเป้าหมายไว้ว่าจะมีคนมาเที่ยวชมงาน 70 ล้านคนตลอด 6 เดือน และ 97% เป็นชาวจีน แต่ปรากฏว่าในเดือนแรกของการจัดงาน คนจีนจากเมืองต่างๆ ยังเข้ามาเซี่ยงไฮ้ไม่มากนัก โดยสาเหตุที่เดือนที่สองมียอดเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะรัฐบาลกลางขอให้เมืองต่างๆ จัดชาวบ้านมาเที่ยวงาน พร้อมมีเงินแถมให้คนละ 50 หยวน จึงไม่แปลกที่จะเห็นคนสูงอายุจากเมืองไกลๆ มาเที่ยวงานจำนวนมาก

 จีนทุ่มจัดอลังการ"เวิลด์เอ็กซ์โป"

 จากการเดินทางไปสัมผัสงาน "เวิลด์ เอ็กซ์โป" กับคณะของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ทำให้ได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่อลังการของงาน เพราะงานดังกล่าวถือเป็นมหกรรมแห่งมนุษยชาติที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และฟุตบอลโลก ซึ่งประเทศจีนทุ่มทุนจัดงานด้วยเงินมหาศาล 4.5 หมื่นล้านหยวน แต่หากรวมทุกอย่างก็จะสูงถึง 3 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 1.5  ล้านล้านบาท เพราะยังมีการลงทุนด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ทั้งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากและรถกอล์ฟ รถประจำทางต่างๆ ซึ่งเป็นการลงทุนที่สูงกว่าจัดโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งด้วยซ้ำ และยังมีทีท่าว่าจะขาดทุนซ้ำรอยโอลิมปิกด้วยเช่นกัน

 งานเวิลด์ เอ็กซ์โปปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม-31 ตุลาคม 2553 รวมระยะเวลา 6 เดือนเต็ม มีประเทศเข้าร่วมกว่า 200 ประเทศ จากทุกมุมโลก บนพื้นที่ 5.28 ตารางกิโลเมตร หรือ 3,300 ไร่ สองริมฝั่งแม่น้ำฟวงผู่ ซึ่งมีขนาดเทียบเท่ากับสนามหลวงรวมกัน 48 สนาม ทำให้รัฐบาลจีนต้องสั่งย้ายโรงงานบริเวณนี้ไปสถานที่อื่นจำนวน 270 แห่ง และย้ายชาวบ้านออกไปพักอาศัยนอกเมืองถึง 1.8 หมื่นครัวเรือน ทุกอย่างจึงเหมือนเนรมิตขึ้นมาภายในเวลาอันรวดเร็ว

 แนวคิดหลักของการจัดงานครั้งนี้ อยู่ภายใต้คำขวัญ “Better City, Better Life" จึงทำให้การมีส่วนร่วมของประเทศไทยตกเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งได้จัดสร้างอาคารศาลาไทยในนามรัฐบาลไทยด้วยเงินลงทุน 599 ล้านบาท เพื่อนำเสนอเรื่องราวของความเป็นไทยผ่านเทคนิคทันสมัย ทั้งหุ่นยนต์ยักษ์อินทรชิต ภาพยนตร์ 4 มิติ ซึ่งศาลาไทยนั้นถือว่าได้รับความสนใจจากชาวจีนอย่างคับคั่ง มีการเข้าคิวรอชมนาน 3-4 ชั่วโมง

 จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของบริษัทอินเด็กซ์ อีเว้นท์ เอเจนซี่ จำกัด (มหาชน) ที่รับผิดชอบในงาน ทำให้ทราบว่า ช่วงแรกพาวิลเลียนของไทยมีผู้เข้าชมเฉลี่ยวันละ 3 หมื่นคน แต่ล่าสุดผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 3.5-3.8 หมื่นคน ซึ่งสูงกว่าขีดความสามารถที่รองรับได้ ทำให้ต้องเร่งเวลาต่อรอบให้เร็วขึ้น เหลือเวลาการรอไม่ถึง 2 ชั่วโมง นอกจากนั้น ยังพบว่า อาคารศาลาไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากที่เคยติด 1 ใน 7 ของพาวิลเลียนที่มีคนชื่นชอบล่าสุดขยับขึ้นมาติด 1 ใน 5 ไปเรียบร้อยแล้ว

 “ยอมรับว่าปัญหาที่พบช่วงแรกคือ การไม่เคารพกติกา เช่น การแซงคิว และมีการนำแว่นตา 3 มิติกลับไปถึง 20% ทำให้ต้องมีการชี้แจงทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม มาถึงวันนี้มีผู้เข้าชมศาลาไทยแล้วมากกว่า 1.36 ล้านคน โดย 6 เดือนตั้งเป้ามีผู้เข้าชมประมาณ 7 ล้านคน หรือ 10% ของผู้มาเที่ยวชมงานเอ็กซ์โปทั้งหมด”

 หวังศาลาไทยดึงจีนมาทัวร์ไทย

 อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าจีนมีการวางแผนและจัดงานที่ดีสำหรับรองรับคนเข้าชมงานจำนวนมาก ทั้งที่จอดรถ การจัดเตรียมห้องน้ำและร้านอาหารมีไว้บริการเพียบ และสามารถชมงานแบบวันเดียว หรือซื้อตั๋วแบบ  3 วัน 7 วันก็ได้ เพราะวันเดียวหากดูได้ถึง 5 พาวิลเลียนก็ต้องถือว่าเก่งแล้ว

 สำหรับคนไทยนั้น ต้องไม่พลาดเยี่ยมชมศาลาไทย ซึ่งโชคดีที่มีช่องวีไอพีสำหรับคนไทยไม่ต้องรอเข้าคิวนานจึงนับเป็นความสะดวกอย่างหนึ่ง ส่วนพาวิลเลียนอื่นๆ ที่ไม่ควรพลาด เช่น จีน ญี่ปุ่น เยอรมนี และที่ฮือฮามากมีผู้เข้าคิวรอนาน 5-6 ชั่วโมง คือ ซาอุดีอาระเบีย แต่ของอีก 3 ประเทศ ก็รอไม่น้อยกว่า 3-4 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ของอินเด็กซ์ระบุว่า แต่ละวันมีกรุ๊ปทัวร์คนไทยเข้าชมงานประมาณ 10 คณะ คณะละประมาณ 30-40 คน และปัญหาที่พบขณะนี้ บริษัททัวร์ระบุว่า โรงแรมเกือบทุกแห่งจะเต็ม หรือบางแห่งที่อยู่ในเมืองก็ฉวยโอกาสปรับราคาขึ้น 50% ส่วนมากจึงต้องไปพักชานเมือง ซึ่งนั่งรถออกไปค่อนข้างไกล

 บริษัททัวร์ให้ข้อมูลว่า คนไทยจากบรรยากาศที่น่าเบื่อของการเมืองไทย ทำให้คนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวจีนมากขึ้น แต่ในทางกลับกันยอมรับว่าคนจีนเดินทางมาไทยน้อยลง หรือหายไปเกือบหมดในเดือนพฤษภาคม และต่อเนื่องมาถึงเดือนมิถุนายนนี้ จึงได้แต่หวังว่า ศาลาไทยจะมีเสน่ห์ดึงดูดใจให้คนจีนกลับเข้ามาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น เพราะจากการสอบถามคนจีนที่เข้าชมศาลาไทยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากไปเที่ยวเมืองไทย และรู้จักคำทักทายว่า ”สวัสดี”

ไทยท้าชิงเจ้าภาพจัดงานปี2020

 สำหรับการจัดงาน "เวิลด์ เอ็กซ์โป" ในอีก 2 ปีข้างหน้า จะจัดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้ มีคอนเซ็ปต์เน้นเรื่องการอนุรักษ์สภาพสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกที่กำลังเป็นเรื่องน่าห่วง โดยในส่วนของประเทศไทยก็หวังที่จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัดงานดังกล่าวในอีก 10 ปีข้างหน้าด้วยเช่นกัน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบแนวคิดนี้ไปเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 และขณะนี้สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. โดยคณะกรรมการระดับชาติเพื่อศึกษากรอบการเตรียมความพร้อม ระบุว่ามี 6 จังหวัดที่สนใจและเสนอตัวเพื่อใช้เป็นพื้นที่เสนอจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี ภูเก็ต เพชรบุรี เชียงใหม่ และจันทบุรี

 ดังนั้น สสปน.จึงขอให้ให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับ 6 จังหวัด จัดทำรายละเอียดส่งกลับมาให้ สสปน.อีกครั้ง เช่น แผนอีไอเอ ขนาดจำนวนพื้นที่ที่ต้องไม่น้อยกว่า 1-1.5 ไร่ ซึ่งส่วนนี้ขอให้แต่ละจังหวัดไปตรวจสอบพื้นที่ให้ชัดเจนว่า หน่วยงานใดเป็นผู้ดูแล เบื้องต้นต้องการใช้พื้นที่รัฐบาลก่อน แต่หากมีภาคเอกชนรายใดเสนอพื้นที่เข้ามาเพื่อขอมีการพัฒนาโครงการนี้ก็จะพิจารณาลำดับต่อไป

 ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือจากภาคเอกชน เช่น หอการค้า สภาอุตสาหกรรมจังหวัด หารือว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับโครงนี้มากน้อยเพียงไร โดยในส่วนธีมจัดงานให้แต่ละจังหวัดจัดหาความเป็นไปได้ และเสนอรายละเอียดมายัง สสปน.ภายในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ หลังจากนั้น สสปน.จะรวบรวมรายละเอียดเสนอต่อ ครม.ภายในวันที่ 5 สิงหาคมนี้

 สำหรับการเสนอเข้าร่วมประมูลสิทธิ์การจัดงานเวิล์ด เอ็กซ์โป 2020 ต้องเสนอตัวให้ได้ภายในปี 2011 และยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองยังเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณา ทำให้ สสปน.รอให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติการเมืองไปก่อนจึงจะเสนอแผนดังกล่าว

 ด้านนายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ศักยภาพของ จ.ภูเก็ต ถือว่ามีความพร้อมในหลายๆ ด้าน ทั้งขนาดพื้นที่ ความสะดวกในการเดินทาง ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน แล้วยังมีความแตกต่างทางวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวด้วย ขณะที่ภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวภูเก็ตออกมาสนับสนุนเต็มที่ และเสนอให้นำเสนอจุดขายการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกด้วย เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ได้รับการพิจารณา พร้อมประเมินว่าอาจต้องใช้งบประมาณจัดงานนับหมื่นล้านบาท

 "หากผลักดันให้ไทยเป็นเจ้าภาพงานยิ่งใหญ่อย่างเวิลด์ เอ็กซ์โป จะเป็นการดีต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของไทยในสายตาชาวโลก แต่โอกาสจะมาถึงหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องลุ้นอีก" นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ให้ความเห็น