ข่าว

ลั่นเลิกกดค่าแรงลดเหลื่อมล้ำ ศก.กกร.เร่งพัฒนา 4 ด้านกระจายรายได้-การลงทุน

ลั่นเลิกกดค่าแรงลดเหลื่อมล้ำ ศก.กกร.เร่งพัฒนา 4 ด้านกระจายรายได้-การลงทุน

13 มิ.ย. 2553

กกร.เปิดแผนปฏิบัติการลดความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจ เร่งพัฒนา 4 ด้าน ลั่นภาคธุรกิจนำร่องเลิกกดค่าแรงงาน เพิ่มรายได้สาวโรงงาน อาสาเป็นพี่เลี้ยงธุรกิจให้ชาวนา-ชาวไร่

 นายดุสิต นนทะนาคร ประธานหอการค้าไทย กล่าวถึงแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยด้านการลดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ว่า ที่ประชุมร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย มีมติเห็นชอบร่วมกันให้ดำเนินการลดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ของประชาชน โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ 1.ด้านการเกษตร 2.ด้านการตลาด 3.ด้านการผลิตและเทคโนโลยี และ 4.ด้านอุตสาหกรรม

 ทั้งนี้ในส่วนของการเกษตรจะส่งเสริมให้เกษตรกรมีความร่วมมือระหว่างกันภายในชุมชน โดยรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์และสามารถใช้เครื่องมือการเกษตรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้สามารถส่งผ่านเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อปรับโครงสร้างการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เป็นต้น ด้วยการจัดทำทะเบียนเกษตรกรอย่างจริงจังและสำรวจรายได้ที่แน่นอน หากพบว่ารายใดมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ควรได้รับความช่วยเหลือ ส่วนเกษตรกรที่มีรายได้เพียงพอแล้วให้ช่วยเหลือในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น การส่งเสริมความรู้ การแทรกแซงกลไกตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ควรทำเท่าที่จำเป็น

 “กกร.ได้มอบหมายให้หอการค้า สภาอุตสาหกรรมของแต่ละจังหวัดเข้าไปดูว่าจะเข้าไปช่วยเหลือเป็นพี่เลี้ยงได้อย่างไร ช่วยวางแผนด้านการผลิต การลดต้นทุน การตลาด เพื่อเร่งให้เกิดธุรกิจขนาดเล็กที่เลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งทางด้านรายได้ให้แก่ชาวนาในระยะยาว ลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” นายดุสิต กล่าว

 ส่วนด้านการตลาด จะดำเนินการจับคู่ธุรกิจและจัดแสดงสินค้าทุกจังหวัด โดยผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและองค์การบริหารส่วนจังหวัด เข้าไปให้การสนับสนุนชุมชนซึ่งขาดโอกาสทางการตลาด ขณะที่ด้านการผลิตและเทคโนโลยีจะส่งเสริมให้มีการกระจายการลงทุนด้านการผลิตไปยังส่วนภูมิภาค เพื่อสร้างงาน และยกระดับรายได้ของแรงงานในภูมิภาค เป็นต้น

 “ต่อจากนี้ไปภาคธุรกิจจะเป็นผู้นำในการปรับเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการกำหนดค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ โดยไม่เอาเปรียบด้วยการกดค่าแรงให้ต่ำๆ ที่สุด เท่าที่ทำได้ แต่จะกำหนดในอัตราที่เหมาะสม ซึ่งจะต้องสูงขึ้นเพื่อยกระดับรายได้ให้แก่ภาคแรงงาน ด้วยการเร่งพัฒนาคุณภาพของทักษะฝีมือแรงงานให้มากขึ้น” นายดุสิต กล่าว

 ส่วนด้านอุตสาหกรรมจะมุ่งเน้นให้มีการเชื่อมโยงการผลิตภาคอุตสาหกรรมกับท้องถิ่น เน้นการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน การจับคู่ธุรกิจโดยผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจัดแสดงสินค้าเพื่อแสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การผลิต และนวัตกรรมใหม่ๆ ของภาคอุตสาหกรรม