
"กรณ์-จุติจับมือทวงเงิน1.3แสนล้านเล็งฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก3ค่ายมือถือคู่สัญญา
กรณ์ เดินหน้าสางปัญหาสัมปทานโทรคมนาคม มั่นใจ จุติ ไม่นิ่งเฉยพร้อมลุยสร้างความเป็นธรรมให้รัฐบาล เล็งฟ้องเรียกค่าเสียหาย 3 ค่ายยักษ์มือถือ "เอไอเอส-ดีแทค-ทรูมูฟ" แก้ไขสัญญาสัมปทานทำรัฐสูญรายได้กว่า 1.3 แสนล้านบาท
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แล้วในเบื้องต้นเกี่ยวกับปัญหาการแก้ไขสัญญาสัมปทานกิจการโทรคมนาคมกับบริษัทเอกชนในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งทำให้รัฐบาลสูญรายได้ไปเป็นจำนวนมาก โดยในสัปดาห์นี้จะมีการหารือถึงแนวทางแก้ปัญหาให้ชัดเจนก่อนมีการเปิดประมูลใบอนุญาตระบบ 3จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในช่วงเดือนกันยายนนี้
“มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจะต้องจัดการให้เรียบร้อยและควรไปเริ่มต้นตามอัตราที่กฎหมายกำหนดที่เท่าเทียมกันทุกค่ายมือถือ ซึ่งจากนี้ไปรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเดียวกันจะทำให้การทำงานร่วมกันราบรื่นขึ้น เพื่อให้รัฐบาลสามารถสะสางปัญหาที่หมักหมมอย่างยาวนานให้ลุล่วงไปได้ และคงไม่เพิกเฉยเหมือนที่ผ่านมา” นายกรณ์กล่าว
นายกุลิศ สมบัติศิริ รองผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า สคร.อยู่ระหว่างรอกระทรวงต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะในส่วนการกำกับดูแลนั้นพร้อมที่จะดำเนินการตามที่ รมว.การคลังมอบหมายในการดึงผลประโยชน์ของประเทศที่สูญเสียไปกลับคืนมา โดยหลักการที่ยึดถือคือต้องทำทุกอย่างให้มีความเท่าเทียมกัน ส่วนสมบัติที่ควรกลับมาเป็นของรัฐวิสาหกิจทั้งทีโอทีและ กสท.ก็ควรต้องกลับคืนมาโดยการแปรสัญญาสัมปทานให้ถูกต้อง
แหล่งข่าวกระทรวงการคลังกล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานกิจการโทรคมนาคมที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ทำร่วมกับเอกชน เนื่องจากระยะเวลาตั้งแต่ช่วงปี 2540 เป็นต้นมาที่มีการแก้สัญญาสัมปทานหลายครั้ง ซ้ำซ้อน และไม่ทำตามขั้นตอนทำให้รัฐเสียหายรวมถึง 1.3 แสนล้านบาท
“ที่ผ่านมามีการส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความการแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือของบริษัทเอกชนที่ทำกับทีโอทีและ กสท กฤษฎีกาก็ระบุชัดว่าการแก้ไขไม่ถูกต้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่ก็ยังแก้ไขบ่อยครั้งและรัฐสูญเสียรายได้ถึงแสนกว่าล้านบาท มาคราวนี้จึงต้องเรียกร้องกลับคืน แต่ที่ผ่านมาเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับรัฐก็มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับการเมืองทำให้ไม่มีการเคลื่อนไหวเรื่องนี้” แหล่งข่าวกล่าว



