ข่าว

คีร์กีซไฟเขียวทหารยิงผู้ประท้วงรัสเซียยันไม่ส่งทหารไปช่วย

คีร์กีซไฟเขียวทหารยิงผู้ประท้วงรัสเซียยันไม่ส่งทหารไปช่วย

13 มิ.ย. 2553

บิชเคก-รัฐบาลเฉพาะกาลคีร์กีซสถานไฟเขียวให้ทหารยิงผู้ประท้วงระหว่างสลายจลาจลเชื้อชาติ ระดมทหารกองหนุนเสริมกำลังหลังรัสเซียปฏิเสธไม่ยอมส่งทหารไปช่วย

 กระทรวงมหาดไทยคีร์กีซสถานแถลงเมื่อวันอาทิตย์ (13 มิ.ย.) ว่ารัฐบาลเฉพาะกาลได้ขยายเวลาเคอร์ฟิวที่เมืองออชและอีก 2 เมืองทางภาคใต้ของประเทศเป็นตลอด 24 ชั่วโมงจากเดิมที่มีเคอร์ฟิวระหว่างเวลา 20.00-06.00 น. จนถึงวันที่ 20 มิถุนายนนี้

 พร้อมกันนั้น ก็สั่งระดมทหารกองหนุนอายุระหว่าง 18-50 ปีมาช่วยเสริมกำลังลาดตระเวนและรักษาความปลอดภัย ขณะที่จลาจลเชื้อชาติระหว่างชนกลุ่มน้อยคีร์กีซและอุซเบก ซึ่งต่างก็นับถืออิสลามนิกายสุหนี่ ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 82 คน บาดเจ็บอีกกว่าพันคน

 การขยายเคอร์ฟิวมีขึ้นหลังจากรัฐบาลเฉพาะกาลได้ออกกฎหมายพิเศษฉบับหนึ่งเมื่อวันเสาร์ ไฟเขียวให้ทหารและตำรวจยิงผู้ประท้วงได้เพื่อตอบโต้การตกเป็นเป้าโจมตี รวมทั้งเพื่อยุติการทำลายทรัพย์สินของทางราชการและเอกชน ตลอดจนเพื่อปกป้องประชาชนจากจลาจลเชื้อชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนหลายฝ่ายวิตกว่าอาจลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค

 ขณะเดียวกัน โฆษกหญิงของประธานาธิบดีดมิตทรี เมดเดเวฟ แห่งรัสเซียได้แถลงปฏิเสธคำขอของรัฐบาลเฉพาะกาลคีร์กีซสถานที่ขอให้ส่งทหารไปช่วยปราบจลาจลด้วย โดยรัสเซียยืนยันว่าเป็นปัญหาขัดแย้งภายใน ซึ่งรัสเซียยังไม่เห็นเงื่อนไขที่จะเข้าร่วม แม้จะมีทหารประจำการในประเทศนี้ประมาณ 500 คน แต่รัสเซียยินดีจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมรวมถึงช่วยอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ขัดแย้ง หลังจากมีรายงานว่าผู้อพยพหลายหมื่นคนได้มุ่งหน้าไปยังชายแดนติดกับอุซเบกิซสถาน

 โฆษกหญิงวังเครมลินกล่าวด้วยว่า รัสเซียจะนำปัญหานี้ไปหารือกับภาคีความมั่นคงของอดีตเครือรัฐสหภาพโซเวียตถึงความเป็นไปได้ที่จะส่งกองกำลังผสมรักษาสันติภาพไปช่วยดูแลแทน

 ด้านโฆษกรัฐบาลรักษาการคีร์กีซสถานก็ปิดปากเงียบไม่ให้ความเห็นใดๆ ว่าพร้อมจะหันไปขอความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐแทนรัสเซียหรือไม่ โดยกล่าวสั้นๆ เพียงแค่ว่ารัสเซียเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ

 องค์การนิรโทษกรรมสากลแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลคีร์กีซช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของชนกลุ่มน้อยอุซเบกจากจลาจลเชื้อชาติครั้งนี้ รวมทั้งให้ประเทศเพื่อนบ้านช่วยเปิดชายแดนรับผู้อพยพหนีภัยจากจลาจลเลือดที่ถือว่าเป็นเหตุรุนแรงครั้งเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่อดีตประธานาธิบดีกูร์มานเบค บากิเยฟ ถูกประชาชนโค่นอำนาจเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา