
ทำลายทิ้งสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญากว่า48ล้านบาท
กรมศุลกากรทำลายของกลางสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจำนวนมาก หลังจับได้ พร้อมเชิญหน่วยงานราชการ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานในการทำงานสินค้าดังกล่าว
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตามแผนปฏิรูปกรมศุลกากรกำหนดให้กรมศุลกากรปรับเปลี่ยนบทบาทจากหน่วยงานจัดเก็บภาษีอากร เป็นหน่วยงานอำนวยความสะดวกทางการค้าและปกป้องสังคม จึงได้กำชับให้กรมศุลกากรเร่งปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการลักลอบนำเข้า-ส่งออกทั้งทางท่าเรือ ท่าอากาศยาน ไปรษณีย์ระหว่างประเทศและพื้นที่ชายแดนของด่านศุลกากรทั่วประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการจับกุมได้เป็นจำนวนมากจากทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
นอกจากนี้ รมช.คลังได้เน้นให้ความสำคัญต่อการแก้ปัญหาสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนผู้บริโภค ประสานความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อส่งเสริมการค้าของเจ้าสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศไทยในเวทีการค้าโลก
นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ของกลางที่นำมาทำลายครั้งนี้ เป็นของกลางที่มีการจับกุมเฉพาะในพื้นที่สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 จำนวนทั้งหมด 47,697 ชิ้น ได้แก่ แผ่นดีวีดีภาพยนตร์ 1,380 แผ่น แว่นตากันแดด 765 ชิ้น กระเป๋า 4,989 ใบ เสื้อผ้า 39,265 ตัว นาฬิกา 665 เรือน หมวก-เข็มขัด 269 ชิ้น น้ำหอม 364 ขวด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 48,739,462 บาท
การทำลายของกลางครั้งนี้ กระทำโดยวิธีตัดและทุบทำลาย จากนั้นจึงนำรถบดมาบดทับทำให้ไม่สามารถนำสินค้าดังกล่าวกลับมาหมุนเวียนในท้องตลาดและใช้ประโยชน์ได้อีก และเพื่อความโปร่งใส กรมศุลกากรจึงได้เชิญตัวแทนจากภาคราชการ ภาคเอกชนของ จ.ภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกวุฒิสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต อัยการจังหวัด อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ ร่วมตรวจสอบและเป็นสักขีพยานด้วย
ในปีงบประมาณ 2552 กรมศุลกากรสามารถจับกุมสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้จำนวน 648 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 29 0ล้านบาท



