ข่าว

SMEsไทยเข้มแข็ง2010กรุงเก่าจับคู่ผู้ค้าหวังฟื้นศก.

SMEsไทยเข้มแข็ง2010กรุงเก่าจับคู่ผู้ค้าหวังฟื้นศก.

13 มิ.ย. 2553

หลังจากที่ประเทศไทยเราประสบปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และส่งผลกระทบกับบรรดาผู้ประกอบการณ์ร้านค้ารายเล็กรายใหญ่ สั่นสะเทือนไปทั่วประเทศ ผู้ประกอบการที่มีกำลังก็ต่อเครื่องช่วยหายใจกันมาตลอด แต่บางรายแทบจะหมดหนทาง

ในวันที่ 25-27 มิ.ย.นี้ที่ศูนย์การค้าอยุธยาพาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา จะมีงาน SMEs ไทยเข้มแข็ง ซึ่งงานนี้นับเป็นอีกหนทางหนึ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ต้องการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถยืนอย่างมั่นคง มีเศรษฐกิจที่เติบโต

 นายไพศาล บุรินทร์วัฒนา คณบดี คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์วาสุกรี ที่ปรึกษาการจัดงานเปิดเผยว่า การจัดงาน SME ไทยเข้มแข็ง 2010 เป็นหนึ่งในการจัด 20 ครั้งทั่วประเทศ ในช่วงเดือน เม.ย.-ส.ค.2553 โดยแบ่งเป็นระดับประเทศ 2 ครั้ง ภูมิภาค 5 ครั้ง โดยจัดที่ ตาก สุพรรณบุรี นครราชสีมา ชลบุรี และสุราษฎร์ธานี ส่วนการจัดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นการจัดระดับจังหวัด 1 ใน 13 จังหวัด โดยมีหอการค้าจังหวัด พาณิชย์จังหวัด และภาคเอกชนร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเป็นไปตามนโยบายของ สสว.ในการทำหน้าที่สร้างเสริม เติมเต็มให้กับผู้ประกอบการ SMEs ให้มีความเข้มแข็ง

 โดยเน้นเรื่องการจับคู่ธุรกิจ เช่นทำร้านอาหาร ก็จะมีการจับคู่กับธุรกิจที่เกี่ยวข้องเช่นหาพันธมิตรกับแหล่งวัตถุดิบ แหล่งท่องเที่ยว ก็จะเกิดการจ้างงานของคู่ธุรกิจด้วย เกิดความมั่นคงเช่นเมื่อสั่งซื้อวัตถุดิบอาจจะต้องมีการใช้เครดิต ก็ทำให้คล่องตัวมากขึ้น แต่ก็อยู่ที่ความจริงใจ การดำเนินธุรกิจในชุมชนต้องสร้างเครือข่ายให้มาก ก็จะแข็งแรงมากขึ้น โดยเฉพาะนักธุรกิจหน้าใหม่ที่กำลังประกอบการอยู่ หากมาร่วมงานนี้ ได้มาร่วมจับคู่ธุรกิจซึ่งผู้จัดจะจัดสรรเวลาให้เจรจากัน ก็จะทำให้มีโอกาสเติบโตขึ้น ซึ่งก่อนหน้านั้นก็จะมีการจัดสัมมนาผู้ประกอบการ เพื่อให้มีความเข้าใจในการแก้ไขปัญหา และวางแผนในการดำเนินการ นอกจากการจับคู่ทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการแล้ว งานนี้จะมีการแสดงสินค้าของผู้ประกอบการระดับ SMEs โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มได้แก่กลุ่มมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ จะเป็นร้านค้าเกี่ยวกับอาหารไทย งานฝีมือและหัตถกรรม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ การแพทย์แผนไทย กลุ่มศิลปะ จะเป็นด้านการแสดง ทัศนศิลป์ กลุ่มสื่อ ก็จะมีสินค้าด้านมีเดียร์ ภาพยนตร์ การพิมพ์ ดนตรี และกลุ่มงานสร้างสรรค์และออกแบบ เกี่ยวกับสถาปัตยกรรม การออกแบบ การโฆษณา หรือซอฟแวร์ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีสินค้าที่เกี่ยวข้องมาแสดงและจำหน่ายจำนวนมากกว่า 50 บูท ซึ่งเชื่อว่าจากการจับคู่ธุรกิจ ลงนามความร่วมมือ และการเชื่อมโยง การจำหน่ายสินค้า และผลต่อเนื่องที่จะตามมา น่าจะมีมูลค่าเป็นเงินกว่า 800 ล้านบาท

 นาย สุวรรณลภ ภูวบัณฑิตสิน ประธานหอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่างานนี้จะทำให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็งและมั่นคงมากขึ้น รายได้ของคนอยุธยาอยู่อันดับ 3 เป็นตัวเลขที่สวยงาม ซึ่งงานนี้จริงๆแล้วไม่ได้เน้นเรื่องของการขายสินค้า แต่อยากให้มีการจับคู่กันให้มากที่สุด เพื่อที่ผู้ประกอบการมีแรงผลักดันในการดำเนินการต่อไป โดยไม่ต้องกลัวว่าจะขาดสภาพคล่อง เนื่องจากระหว่างทำธุรกิจหากมีการจับคู่แล้ว มีการทำสัญญากันแล้ว คู่ธุรกิจก็จะสามารถช่วยเหลือเราได้ ดังนั้นการจัดงานนี้จะทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าในกลุ่มนี้ มีความเข้าใจ และมีโอกาสในการเชื่อมโยงทางการตลาดมากขึ้น โดยภาพรวมแล้วก็จะเกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับล่างทั้งแรงงานและแหล่งวัตถุดิบด้วย