
ฆ่าตัดตอน (อีกที)
กระแสเดินหน้าสานต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้เสียชีวิตอันเป็นผลกระทบจากการดำเนินนโยบายต่อสู้ยาเสพติดของรัฐบาลในช่วงต้นปี พ.ศ.2546 เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้นจากการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคงเหลือแต่เพียงคำสั่งแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรีเท่าน
สำหรับผู้คนในแวดวงนี้ส่วนใหญ่แล้วมิได้มุ่งผลเฉพาะเจาะจงไปยังตัวอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นำรัฐบาลในการดำเนินนโยบายต่อสู้ยาเสพติดในขณะนั้นเท่านั้น แต่สิ่งที่ต้องมุ่งเน้นกันในเรื่องนี้เป็นพิเศษคงเป็นเรื่องวิธีการและวิธีคิดในการต่อสู้ยาเสพติดที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับพันคนนั่นเอง และที่ต้องจับตามองกันเพราะผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านรากหญ้าที่มีชีวิตอยู่ในชนบทเสียด้วยซ้ำไป ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วไปว่าคนเหล่านั้นไม่อาจเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้เท่าเทียมกับคนกลุ่มอื่นในสังคมอยู่แล้ว
เป็นที่น่าสังเกตอีกเรื่องหนึ่งก็คือในจำนวนนับพันของผู้เสียชีวิตนั้นปรากฏว่าญาติพี่น้องไม่กล้าเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจโดยมีคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเป็นคดีดำเนินการเพียงไม่ถึง 20 คดี นอกจากนั้นไม่ได้ให้การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกเลย ซึ่งอาจคาดเดาได้ว่าหวาดกลัวจะเคราะห์ร้ายซ้ำอีกหรือเพราะเข้าไปพัวพันกับยาเสพติดจริงก็ไม่อาจทราบได้
ปัญหาที่ตามมาคือความศรัทธาและเชื่อมั่นในระบบงานยุติธรรมของชาตินั่นเอง จริงอยู่ที่ว่าผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในช่วงเวลานั้นให้ความชื่นชมกับการดำเนินนโยบายต่อสู้ยาเสพติดในครั้งนั้นประกอบกับสถิติการใช้ยาเสพติดลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่คิดอีกมุมหนึ่งวิธีคิดและวิธีการที่มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากโดยไม่รู้สาเหตุและระบบงานยุติธรรมไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้เช่นนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือ
สื่อมวลชนและสังคมเข้าใจความหมายของฆ่าตัดตอนร่วมกันไปในทิศทางใดก็สุดจะคาดเดาซึ่งอาจจะสอดคล้องกับความหมายของวิสามัญฆาตกรรม ซึ่งปรากฏอยู่ในหนังสือเวียนของผู้ที่เกี่ยวข้องในขณะนั้นที่กำหนดแนวทางในการลดยอดจำนวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือที่เรียกกันติดปากว่าบัญชีดำภายในกำหนดให้ได้อย่างรวดเร็วและผลที่ตามมาก็คือการล้มตายอย่างไม่รู้สาเหตุนับพันคนทั่วประเทศกับสถิติคดียาเสพติดที่ลดลงเช่นกัน
หันกลับมาที่นโยบายปราบปรามอาชญากรรมของบ้านเมืองโดยรวมไม่ว่าจะเป็นกรณีปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือกรณีการเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อเร็วๆ นี้ ที่บริเวณสี่แยกคอกวัวและราชประสงค์มีผู้คนล้มตายทั้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่มากมาย แม้จะไม่อาจนับเป็นตัวเลขได้เป็นพันเป็นร้อยคน แต่วาทกรรมการปราบปรามการก่อการร้ายด้วยวิธีการที่เรียกว่า กระชับพื้นที่ เป็นคำใหม่ที่ระบบงานยุติธรรมต้องตามให้ทัน
วิถียุติธรรมต้องตามกระแสเรื่องราวเหล่านี้ให้เท่าทันว่าคำเหล่านี้มีความหมายตามกฎหมายและการคุ้มครองปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างไรเช่นเดียวกับการกล่าวอ้าง การเรียกร้องประชาธิปไตยและการสร้างความปรองดอง เพราะวาทกรรมเหล่านี้มีความหมายและนัยแฝงอยู่มากมายตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ที่ต่างกรรมต่างวาระกันไป
สังคมไทยยังคงมีความเหลื่อมล้ำแตกต่างกันในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะการเข้าถึงระบบงานยุติธรรมที่ไม่เสมอภาคกัน ระบบการปกป้องคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญไม่อาจเข้าถึงคนรากหญ้าได้อย่างทั่วถึงเพราะกลไกของรัฐขาดประสิทธิภาพ ประกอบกับคุณภาพของระบบการศึกษาที่เหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน (คนละประเด็นกับการได้เรียนฟรี) ภาพเหล่านี้สะท้อนให้เห็นผลโดยอ้อมในหน้าประวัติศาสตร์การเรียกร้องประชาธิปไตยทุกครั้ง
ชาวบ้านมักจะถูกตัดตอนชีวิตและโอกาสเสมอ หรือนักการเมืองไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นชาวบ้านแล้วหรือ



