ข่าว

สุเทพเตรียมดำเนินคดี"ตู่"กล่าวหาตั้งมวลชนต้าน

สุเทพเตรียมดำเนินคดี"ตู่"กล่าวหาตั้งมวลชนต้าน

13 มิ.ย. 2553

"สุเทพ"เตรียมดำเนินคดี "จตุพร" กล่าวหาตั้งมวลชนต้าน เพื่อไทย สอบรุกที่บนเกาะสมุย กก.ติดตามฯวุฒิติง รัฐบาลอย่าฝืนกระแส แนะตั้ง คปอ.คู่กรณีต้องยอมรับได้ หนุนเลิก พรก.ฉุกเฉินชี้กระทบสิทธิเกินสมควร เชิญนายกฯ-สาทิตย์แจงเหตุการณ์

เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 13 มิ.ย. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่ม นปช. ออกมาระบุว่ามีการจัดตั้งมวลชนมาขัดขวางการลงพื้นที่ตรวจสอบการรุกที่ดินเขาแพง บนเกาะสมุย ของสมาชิกพรรคเพื่อไทย ว่า ถ้าคุณจตุพรมากล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ ว่าเป็นคนไปจัดตั้งมวลชนมาต่อต้านเขา ตนจะดำเนินคดีกับเขา เพราะเขาพูดเท็จ ลองคิดดูว่าถ้าคุณจตุพรเป็นคนมีหัวใจ คนกำลังจัดทำบุญให้กับคุณพ่อ คุณแม่ จะไปเที่ยวคิดเรื่องพรรค์อย่างนั้นได้อย่างไร ซึ่งตนไม่สนใจเรื่องนี้ เพราะได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว และคิดว่า ส.ส. รวมทั้งประชาชนที่ฟังการชี้แจงก็เข้าใจได้

อีกทั้งตนยังได้ชี้แจงสื่อมวลชนหลายครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่ถามไปแล้วไม่ค่อยเอาไปออกข่าว มีบางคนเท่านั้นที่ออกข่าวและมีลักษณะจงใจเล่นงานตน ซึ่งไม่ค่อยเป็นธรรม แต่ตนจะอดทนที่จะชี้แจงต่อไป ทั้งหมดนี้ไม่ควรเอามาเป็นเรื่องราว เพราะตนเป็นคนสาธารณะ สามารถตรวจสอบตนได้ทุกเรื่อง แต่กรณีนี้เป็นเรื่องของลูกชาย ซึ่งเขามีชีวิตส่วนตัวของเขาต่างหาก ไม่ควรจะไปก้าวก่าย หรือไปดำเนินการอะไรที่ทำให้เขาเสียหาย ทั้งนี้ตนเป็นนักการเมืองมา 31-32 ปี ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของคนอื่น ไม่ทำให้ครอบครัวใครเดือดร้อน ด้วยความอาฆาตมาดร้าย เหมือนที่เขาพยายามจะทำกับตน

 นายสุเทพ กล่าวว่า ตนทราบดีว่าเป็นเป้าหมายของพรรคเพื่อไทย และของกลุ่มบริวารของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ตนก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขาทุกอย่างภายใต้ข้อเท็จจริง ภายใต้กรอบของกฎหมาย ลูกชายตนก็เหมือนคนอื่นในประเทศไทยจำนวนมากที่ไปซื้อที่ดินต่อจากคนอื่นที่เขาครอบครองอยู่ ก่อนซื้อในฐานะต้องเสียเงินเขาก็ใช้สติปัญญาเท่าที่มีในการตรวจสอบว่าที่ดินถูกต้องหรือไม่ เมื่อเห็นว่าถูกต้องก็ทำการซื้อขาย และโอนที่ดินที่สำนักงานที่ดินมีเจ้าพนักงานของรัฐรับทราบ มีการชำระภาษี ตั้งแต่ค่าธรรมเนียมการโอน ภาษีที่ดิน ตามลำดับ และครอบครองมาเป็นเวลา 9 ปีกว่า ตั้งแต่ปี 2544-53 ริงๆ และเรื่องนี้มีความพยายามที่จะตรวจสอบ 2 ครั้ง 2 หนแล้ว ครั้งแรกโดย รมว.ทส. ในยุคของพรรคเพื่อไทย และอีกชั้นหนึ่งคือสมาชิกสภาผู้แทนคนสำคัญของเขาที่อภิปรายเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นตนไม่คิดว่าจะเป็นกังวลอะไร เพียงแต่ว่าน่ารำคาญใจที่คนพวกนี้แทนที่จะพุ่งเป้าเล่นงานมาที่ผมตรงๆ กลับพยายามที่จะไปสร้างความเดือดร้อนให้คนในครอบครัวของตนด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ชาวบ้านแถวนั้นให้ข้อมูลชัดเจนว่าคุณนิพนธ์ พร้อมพันธ์ มีที่ดินอยู่ในบริเวณนั้นด้วยข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า คุณจะหาเรื่องอีกคนหนึ่งหรอ คุณจะเอาอีกคนใช่ไหม คุณไปถามเขาสิครับ ตนจะไปพูดถึงคนอื่นได้อย่างไร ตนพูดถึงลูกตนก็ดีแล้ว จะเอานาย ก ข ค. มาถามตนไม่ได้

กก.ติดตามฯวุฒิติงรัฐบาลอย่าฝืนกระแส หนุนเลิก พรก.

 นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการ เพื่อติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภ า กล่าวถึงปัญหาความไม่ยอมรับในการแต่งตั้งนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด เป็นประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คปอ.) จากฝั่งคนเสื้อแดงว่า รัฐบาลต้องรู้เป้าหมายสำคัญที่ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา เพื่อทำให้ทุกฝ่ายยอมรับในกฎ กติกา การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ตามแนวทางสันติวิธี เมื่อตั้งเป้าแล้วการจะไปให้ถึงเป้าหมายนั้น ทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งจะต้องยอมรับบุคคลที่มาเป็นกรรมการด้วย หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับ ผลการสอบสวนที่ออกมามีปัญหาแน่นอน หากรัฐบาลคิดว่าจะทำความจริงให้ปรากฏ ต้องหาบุคคลที่เป็นที่ยอมรับของคู่ขัดแย้งคือฝ่ายเสื้อแดงให้ได้ แต่หากหาคนที่มีคุณสมบัติแบบนี้ยาก ก็อาจให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายเสื้อแดงส่งตัวแทนฝ่ายละเท่าๆกัน โดยมีคนกลางอีกส่วนหนึ่งมาร่วมเป็นกรรมการ การเริ่มต้นต้องเริ่มให้ดีไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่มนับหนึ่ง

 เมื่อถามว่าทางกลุ่มองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ โดยเฉพาะองค์กรนิรโทษกรรมสากลได้เรียกร้องมายังรัฐบาลให้ยกเลิกการประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินก่อนจะเริ่มกระบวนการสอบสวน นายจิตติพจน์ กล่าวว่า มีหลายองค์กรที่เรียกร้อง อาทิ ที่ประชุมรัฐสภายุโรปได้มีมติสำคัญออกมาทันทีภายหลังเหตุการณ์กระชับพื้นที่ รวมไปถึงกลุ่มฮิวแมนไรท์วอท์ช แสดงความกังวลมายังรัฐบาลในสิ่งที่จะดำเนินการภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ อาจไม่มีความระมัดระวังจนกลายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะกฎหมายฉบับนี้ควรใช้เฉพาะช่วงที่มีเหตุการณ์วิกฤติ ซึ่งขณะนี้ได้พ้นสถานการณ์นั้นไปแล้วจึงอาจไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะอธิบายต่อนานาชาติได้ และกระทบต่อสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนและประชาชนเกินสมควร

 นายจิตตพจน์ กล่าวว่า ขอฝากถึงรัฐบาลว่าการแก้ปัญหานี้ต้องเอาชนะใจประชาชน ด้วยการให้ความเป็นธรรมแก่เขา ไม่ใช่ใช้อำนาจไปบังคับเขา เพราะอำนาจไม่เคยเอาชนะใจใครได้ รัฐบาลควรทบทวนแนวทางด้วย

 เมื่อถามว่าทางกลุ่มเสื้อแดงกังวลว่าการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้เพื่อตามไล่ล่าเขา นายจิตติพจน์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ผู้คนจะสงสัยได้ เพราะขณะที่รัฐบาลคงไว้แต่ยังแกนนำคนเสื้อแดงยังโดนเก็บ จึงเป็นคำถามคาใจว่าการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้มีประโยชน์แน่หรือไม่ แต่โทษมีแน่เพราะสร้างความกังวลให้ต่างชาติ เพราะอธิบายต่อเขายาก อย่างไรก็ตามในการประชุมคณะกรรมการฯวันที่ 14 มิ.ย.นี้ ได้เชิญนายกรัฐมนตรี และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจง โดยทราบว่านายกฯได้ส่งตัวแทนมา ส่วนนายสาทิตย์จะมาเอง จากนั้นนัดต่อไปจะเชิญนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน และนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดงเข้าชี้แจงต่อไป