
มาร์คชี้อานันท์ไม่ปฏิเสธร่วมปฏิรูปไทย
"อภิสิทธิ์"เผย"อานันท์"ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธเป็นประธานชุดต่างๆในแผนปฏิรูปประเทศไทย แจงเหตุไม่ปรองดองกับผู้ก่อการร้าย
(13 มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าพบนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯเมื่อวันที่11มิ.ย.นั้นมีความคืบหน้าในการทาบทามเข้ามาร่วมเป็นประธานชุดต่างๆในแผนปฏิรูปประเทศไทยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ภาคประชาชนจะเสนอขึ้นมา วันนั้นเป็นการคุยกันธรรมดา และโดยปกติตนคุยกับนายอานันท์นานทุกครั้ง
ยืนยันว่าไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธ วันนั้นตนไปคุยเรื่องมาบตาพุดให้เรียบร้อยเพราะเหลืองานอีกสองชิ้นและเหลือเวลาสองสัปดาห์ตามที่นายอานันท์ขอไว้ ยอมรับว่าวันนั้นได้พูดกันถึงเรื่องบ้านเมืองเพราะนายอานันท์เป็นผู้ใหญ่ที่มีมุมมองหลายเรื่องเป็นประโยชน์ ส่วนแผนปฏิรูปประเทศไทยนั้น คุยกันชัดเจนว่าขอให้เป็นเรื่องของภาคประชาชนเดินต่อไป
แจงเหตุไม่ปรองดองกับผู้ก่อการร้าย
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ย้ำอีกครั้งถึงแผนปรองดองแห่งชาติว่า จะไม่มีการละเว้นโทษทางกฎหมายกับบุคคลที่ใช้ความรุนแรงก่อการร้ายและสร้างความเสียหายให้ประเทศ
"การปรองดองไม่ได้บอกว่าจะไปดีกับคนที่ทำร้ายประเทศ ซึ่งไม่ใช่อย่างนั้น และอีกฝ่ายหนึ่งจะพูดว่า พูดปรองดองแล้วทำไมมีการจับกุม เรื่องนี้ต้องแยกให้ชัด ผมย้ำมาหลายครั้งแล้วว่าการไล่ล่าและการนำกฎหมายมากวาดล้างทางการเมืองนั้นไม่มี ฉะนั้นตรงนี้ต้องทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง เพราะคนสองส่วนนี้ยังไม่ค่อยยอมรับการเข้ามาร่วมแผนปรองดองซึ่งต้องเร่งทำความเข้าใจ"
เมื่อถามว่า พรรคการเมืองใหม่ระบุว่าการตั้งนายคณิต ณ นคร เป็นประธานกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงข้อเพื่อการปรองดองแห่งชาตินั้น ไม่ควรตั้งขึ้นมา เป็นการสร้างภาพของนายกฯและซื้อเวลา นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นการซื้อเวลาอะไร เพราะมีคนตั้งคำถามว่า ทำไมต้องตั้งคณะกรรมการ ตนยืนยันว่าเวลาเกิดเหตุการณ์แบบนี้และเกิดความสูญเสียขึ้น มีความจำเป็นที่ต้องหาข้อเท็จจริงเพราะประชาชนทั้งในและต่างประเทศและประชาคมระหว่างประเทศต้องการเห็นการชำระสะสางข้อเท็จจริง ฉะนั้นความจำเป็นในการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ต้องมีแต่ทุกครั้งการตั้งคณะกรรมการแบบนี้ทำได้ยาก เพราะว่ามีคนที่มีมุมมองต่างกันมากและมีอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรงมาก ตนจึงบอกว่าต้องขอบคุณนายคณิต ที่มารับงานนี้และจะให้อิสระ ตอนนี้พูดง่ายๆต้องเปิดให้นายคณิตไปจัดทีมขึ้นมาทำงานและพิสูจน์ด้วยการทำงานว่าจะได้รับการยอมรับนับถือหรือไม่ มันไม่ง่ายหรอกและทุกคนอยากให้เร็วอยู่แล้ว แต่ตนติดตามข่าวสารก็พบว่านายคณิตได้เดินหน้าไปด้วยดี
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า การแต่งตั้งนายคณิตนั้นคล้ายว่ารัฐบาลไม่มั่นใจการทำงานของตัวเองจึงต้องแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา นายกฯกล่าวว่า หากเราไม่ตั้งและไม่ทำอะไรแบบนี้เลยก็จะมีการกล่าวหาอีกว่า ไม่โปร่งใสและเมื่อรัฐบาลยืนยันตั้งแต่ต้นว่า กระบวนการต่างๆต้องพิสูจน์ได้ ก็ต้องทำแบบนี้และเป็นแนวทางสากลที่พยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย แต่กรณีของแกนนำนปช.นั้นเข้าใจว่าต้องแสดงบทบาททางการเมืองในการลดความน่าเชื่อถือ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เรื่องนี้แต่เป็นทุกๆเรื่อง แต่ตนคิดว่าต้องให้ความสำคัญกับสังคมส่วนใหญ่ที่ต้องการเห็นทุกอย่างเดินหน้าตรงไปตรงมา
เมื่อถามว่าประโยชน์ที่น่าจะได้รับจากคณะกรรมการชุดนี้คืออะไร นายกฯ กล่าวว่า "ความจริง" เพราะความจริงเป็นพื้นฐานสำคัญในการที่จะมีความยุติธรรมและเป็นพื้นฐานสำคัญของการปรองดองและยังจะทำให้หลักธรรมาภิบาลเกิดขึ้น
เมื่อถามว่าคณะกรรมการชุดนี้จะได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า มั่นใจ100เปอร์เซ็นต์ว่าได้รับความร่วมมือ โดยเฉพาะพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ให้ความสำคัญมากกับการที่จะให้ทุกอย่างปรากฏออกมาตามความเป็นจริงและได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากผู้ปฏิบัติในทุกระดับ ตนยืนยันว่าสิ่งที่ตนสัมผัสมานั้นเจ้าหน้าที่ได้แสดงความอดทนอดกลั้น มีวินัย พร้อมให้ความร่วมมือ
เมื่อถามว่าการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้จะทำให้ทหารเสียขวัญและกำลังใจหลังจากปฏิบัติหน้าที่แล้วหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่น่าจะมีข้อกังวลเพราะ1.เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ระดับผู้นำเหล่าทัพคุยกันตั้งแต่ต้นคือหลังวันที่10เม.ย.ว่ามีความจำเป็นและทุกคนเห็นพ้องต้องกัน 2. เจ้าหน้าที่ทุกคนมีการคุ้มกันทางกฎหมายตามพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หากปฏิบัติโดยสุจริตและทำตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายนั้นได้รับการคุ้มครองอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่มีเรื่องอะไรไปกระทบกับขวัญและกำลังใจในการทำหน้าที่
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะให้อิสระกับคณะกรรมการนี้อย่างไร นายกฯกล่าวว่า ตอนนี้ตนคิดว่าจะมีความชัดเจนโดยลำดับ ตนบอกไปแล้วว่าเป็นอิสระ นายคณิต ก็ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่าเป็นอิสระและพยายามที่จะดึงทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมและขอเวลาให้นายคณิต ทำงานด้วย
เมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะร่วมมือกับคณะกรรมการ แต่ฝ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้องเช่นพรรคเพื่อไทยและนปช.ระบุว่าจะไม่ร่วมมือด้วย นายกฯกล่าวว่าตนไม่คิดว่าจะเป็นแบบนั้นทั้งหมด คือองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนได้สนใจและต้องให้คณะกรรมการเชิญบุคคลเหล่านี้มา ตนเชื่อว่าทำได้ ตนเห็นแถลงการณ์ขององค์กรนิรโทษกรรมสากลซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ปกติค่อนข้างเข้มข้นอยู่แล้วที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการนี้ ตนเชื่อว่าองค์กรนี้จะมีหน้าที่ให้ความร่วมมือด้วย
เมื่อถามว่าเมื่อมีการค้นหาความจริงแต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับความจริงที่สรุปออกมานั้นจะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับได้อย่างไร นายกฯระบุว่าตนคิดว่าเวลาที่มีการค้นหาข้อเท็จจริงและมีข้อสรุปนั้น มันมีข้อโต้แย้งเป็นธรรมดาแต่เนื้อหาของการทำงานนั้นมันจะบ่งบอกว่ามีเหตุผลและรวบรวมการประมวลอย่างไร
เมื่อถามว่า องค์กรนิรโทษกรรมสากลเรียกร้องให้ยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและขอให้รัฐบาลสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการด้วย นายกฯกล่าวว่า มันเป็นจุดยืนของหลายองค์กร ตนย้ำไปแล้วว่าเรามีหน้าที่ดูแลให้เกิดความสงบและสิทธิที่มีการจำกัดในตอนนี้มีสองส่วนที่สังคมสนใจคือ1.การชุมนุม ตนขอเรียนว่าตอนนี้จำเป็นที่ต้องมีเสถียรภาพอีกระยะหนึ่งและเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในตอนนี้จะเดือดร้อนมากกว่าและมีความรู้สึกถูกละเมิดสิทธิมากกว่าหากมีก่อตัวชุมนุมที่อาจบานปลายเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมายได้ 2.สื่อ ซึ่งมีเหตุผลที่ต้องเร่งกำหนดกติกา คือสื่อวิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต หากทุกคนให้ความร่วมมือทุกอย่างจะเร็ว
เมื่อถามว่า ตอนนี้กังวลหรือไม่เพราะนายกฯอยู่ในสถานะที่คนเสื้อแดงไม่ยอมรับและคนเสื้อเหลืองปฏิเสธแนวทางของนายกฯว่าไม่ใช่คำตอบของบ้านเมือง นายกฯกล่าวว่า คำตอบของแต่ละสีไม่เหมือนกัน ตนมีหน้าที่หาคำตอบที่ดีที่สุดด้วยความรับผิดชอบและตรงไปตรงมาเพราะตนไม่มีประโยชน์ส่วนตัวอยู่แล้ว ฉะนั้นตนมั่นใจว่าต้องเดินตรงนี้และพยายามให้ถึงที่สุดและขอความร่วมมือจากทุกสี
เมื่อถามว่า จะพิสูจน์อย่างไรกับสิ่งที่ได้ทำมาแล้วในวันนี้ไม่ได้ทำเพื่อรักษาสถานภาพนายกฯหรืออาชีพนักการเมือง นายกฯ กล่าวว่า หากตนคิดแต่เรื่องประโยชน์ส่วนตัว ตนคงไม่เดินมาถึงจุดนี้ มีอะไรที่ทำได้ง่ายกว่านี้เยอะ และไม่ได้ยึดถือตามแนวทางที่เคยทำมาในอดีตคือปัดให้พ้นตัว รักษาอำนาจและสถานะ ตรงนี้ไม่ใช่แนวคิดและแนวปฏิบัติของตน
เมื่อถามว่าสิ่งใดที่นายกฯบอกว่าง่ายกว่าเยอะหากทำแบบนั้น ขอให้ยกตัวอย่างออกมา นายกฯกล่าวว่า หลายเรื่องและตนคิดว่าสังคมส่วนใหญ่เข้าใจ แต่เป็นธรรมดาของคนที่มีความคิดต่างกันที่ได้ข้อมูลบางแง่มุมไปและอาจตั้งข้อสงสัยต่างๆได้แต่ตนพร้อพิสูจน์ตัวเองและกระบวนการต่างๆชัดเจนมากว่าเมื่อทำงานและเปิดโอกาสให้ตรวจสอบ รัฐบาลก็ให้รัฐสภาตรวจสอบทั้งๆที่มีคนไม่ยอมตั้งเยอะว่า ทำไมต้องเปิดโอกาสให้พรรคฝ่ายค้านที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดยตรงมีโอกาสพูด แต่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าต้องให้ระบบเดินหน้าและทำงานได้ ตอนนี้ความเข้าใจทั้งในและต่างประเทศก็มีมากขึ้น
เมื่อถามว่านายกฯมั่นใจว่าปัญหาในบ้านเมืองวันนี้แก้ไขได้ด้วยระบบที่มีอยู่ นายกฯกล่าวว่าต้องแก้ให้ได้ภายในระบบ ตนไม่คิดว่าต้องย้อนกลับไปยังสิ่งนอกระบบ และคิดว่าเวลาที่คิดถึงเรื่องนอกระบบนั้นมันง่าย แต่เมื่อมีเรื่องนอกระบบเข้ามามันได้สร้างปมความขัดแย้ง
เมื่อถามว่าตอนนี้บางฝ่ายเริ่มพูดถึงการรัฐประหารและขอนายกฯพระราชทาน นายกฯกล่าวว่า ตนขอย้ำว่า ทุกอย่างนั้น ขอให้อยู่ในกลไกและระบบ



