
"จตุพร"ขู่แดงลุกฮือรอบ3ถ้ารัฐไม่หยุดไล่ล่า
"จตุพร"เชื่อรัฐบาลสั่งฆ่า"แกนนำแดงโคราช" ขู่ระวังแดงลุกฮือรอบ 3 หากรัฐไม่หยุดไล่ล่า ยันไม่ใช้วิธีใต้ดินต่อสู้รัฐจวกรัฐแสร้งปรองดอง
(12มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ตนขอประณามผู้สนับสนุน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ขัดขวางการลงพื้นที่ของนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทยที่ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดิน ต.แม่น้ำ อ.เขาแพง จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ เมื่อลงไปยังพื้นที่ปรากฏว่ามีการปลุกระดมผ่านวิทยุชมชนให้ประชาชนไปขัดขวาง โดยมีการขนคนข้ามด้วยเรือเฟอร์รี่ ทั้งที่พรรคเพื่อไทยต้องการชี้ให้เห็นว่าการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องช่วยกันดูแลไม่ใช่มาขัดขวางแต่เป็นเพราะว่าการดำเนินการจัดหาคนมาขัดขวางการตรวจสอบ เพราะฉะนั้นกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรฯ จะต้องดำเนินการเรื่องนี้ เพื่อเอาทรัพยากรของประเทศกลับมา
นายจตุพร กล่าวว่า กรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ ระบุว่า มีบิ๊กดีเอสไอ มาตั้งวอร์รูมให้ข้อมูลกับกลุ่มนปช.นั้น แสดงให้เห็นว่านายธาริต เข้าข่าย สติแตก วีนแตก มีความจงใจที่ต้องการเบี่ยงเบนประเด็น ทั้งกรณีการตั้งข้อหาให้นปช.เป็นผู้ก่อการร้าย รวมทั้งกรณีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกรณีการยุบพรรคประชาธิปัตย์นั้นทางดีเอสไอก็ได้เคยนำสำนวนคดีทั้งเรื่องเงินบริจาคพรรค 258 ล้านบาท จากบริษัททีพีไอโพลีน และเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาการเมือง 29 ล้านบาทจากกกต.นำมาดูก่อน เสมือนเป็นการนำข้อสอบไปบอกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่ทั้ง 2 คดีดังกล่าวก็อยู่ที่การสอบสวนของกกต.อยู่แล้ว ซึ่งได้ผ่านกระบวนการดีเอสไอไปนานแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์นอกจากต้องโดยยุบพรรคแล้ว ยังต้องถูกปรับ 3 เท่าจำนวน 700 กว่าล้านบาท แต่ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ถูกยุบ ทั้งที่มีความผิดชัดเจน ตนคิดว่าต่อไปกระบวนการยุติธรรมต้องใช้ศีรษะเดินแทนเท้า ถือว่าเป็นเรื่องบัดซบเต็มที และขอเตือนพรรคประชาธิปัตย์ระวังกรรมจะตามทัน
นายจตุพร กล่าวถึงกรณีที่นายสกลธี ภัททิยกุล ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุว่าพฤติกรรมของดีเอสไอในอดีตเป็นพฤติกรรมที่เลวทราม ว่า ตนขอถามว่าถ้าความเลวทรามนั้นมีจริง คงต้องไปถามพล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตเลขาธิการ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ผู้เป็นพ่อที่ทำการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 และขอให้ย้อนไปถามพ่อของตัวเองว่าได้ไปทำความเลวทรามยึดอำนาจได้อย่างไร ยืนยันว่า ไม่มีอดีตผู้ใหญ่ของดีเอสไอ ตั้งวอร์รูมมาสนับสนุนกลุ่มนปช. เพราะฉะนั้นนายธาริต นายสกลธี ต้องหยุดใส่ร้ายกล่าวหาด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ
นายจตุพร กล่าวว่า กรณีการเสียชีวิตของนายศักดิ์นรินทร์ กองแก้ว หรืออ้วน-บัวใหญ่ แกนนำนปช.จ.นครราชสีมานั้น นอกจากก่อนหน้านี้ก็ทราบว่ามีแนวร่วมนปช.คนอื่นอีก1คนที่จ.นครพนมที่เสียชีวิต และล่าสุดอีก 1 ศพ เป็นศพที่ 3 ที่พัทยา ซึ่งเป็นการ์ดนปช. แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลดำเนินการไล่ล่าประชาชนทั้งที่ได้ยุติการชุมนุมและเขากลับบ้านก็ยังไปไล่ล่าเขาถึงที่บ้าน ถ้ารัฐบาลไม่ทำแล้วแมวที่ไหนจะทำ อยากถามรัฐบาลว่าจะฆ่าอีกกี่ศพ ขอถามว่าบรรยากาศแบบนี้จะเรียกว่าปรองดองได้อย่างไร บรรยากาศเช่นนี้ถือเป็นการหลอกลวงประชาชน ถ้าคิดว่าพวกตนมีเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ ก็ควรที่จะมีการยุบสภาและขณะนี้ก็ทราบมาว่ารัฐบาลกำลังวางแผนออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับพวกตัวเองในการสั่งฆ่าประชาชนด้วย ทั้งนี้ในวันที่ 13 มิ.ย.เวลา 15.00 น.ตนพร้อมด้วยพ.อ.อภิวันท์วิริยะชัย รองประธานสภา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี จะไปร่วมงานเผาศพนายอ้วน ที่ จ.นครราชสีมา เพื่อเป็นกำลังใจ ด้วย
“ ขอท้านายสุเทพสาบานต่อหน้าวัดพระแก้วว่ากล้าหรือไม่ เพราะทราบมาว่าอาวุธที่ยึดได้ที่ราชประสงค์มีแค่ปืนสั้น 2 กระบอกเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้พรรคพวกที่ร่วมประชุมในศอฉ.ได้บอกกับผมว่าเขารู้สึกอับอาย รวมทั้งกรณีที่มีการนำอาวุธมาจัดฉากอย่างมากมาย ที่ผ่านมามีคนตายกว่า 80 คน การที่รัฐบาลระบุว่า คนที่ตายเป็นมืออาชีพ ที่สามารถนำอาวุธไปทิ้งได้ ขอถามว่าคนที่ตายไปแล้วจะนำอาวุธไปทิ้งได้อย่างไร ถือเป็นการใส่ร้ายแบบปัญญาอ่อน และบรรยากาศเช่นนี้จะหาความปรองดองได้อย่างไร “ ถ้ารัฐบาลยังไม่หยุดการไล่ล่าเข่นฆ่าประชาชนท้ายสุดแล้วต่อให้มีร้อย พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็เอาไม่อยู่ ขนาดสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ไม่เคยสั่งฆ่าประชาชนมากมายเท่านี้ หากไม่หยุดไล่ล่าล่าฆ่าประชาชนสถานการณ์ที่เลวร้ายก็จะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด เพราะประชาชนที่ถูกตามไล่ฆ่า รวมทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องได้รับการเยียวยาสภาพจิตใจ มีความคับแค้น หากไม่หยุดพฤติกรรมไล่ล่าเข่นฆ่าประชาชน เช่นนี้จะเจอประชาชนรอบที่สาม การที่ไปยัดเยียดความตายให้กับเขาแม้ว่าเขาจะกลับบ้านไปแล้ว แต่กลุ่มคนเสื้อแดงก็จะกล้าสุดถึงกล้าที่สุดเพราะขนาดหมาจนตรอกมันก็ยังสู้ ”นายจตุพรกล่าว
นายจตุพร กล่าวถึงกรณีนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ จะเดินทางไปพบแกนนำนปช.ว่า นายคณิตต้องถามใจตัวเองก่อนว่ายังมีหัวใจเป็นธรรมอยู่หรือไม่ ถ้านายคณิตยังดึงดันที่จะเป็นประธานคณะกรรมการนี้อยู่ ก็ไม่มีใครห้ามได้ แต่นายคณิตจะได้รับข้อเท็จจริง ที่ไม่ตรงกับรัฐบาลในหลายเรื่อง ตั้งแต่เหตุการณ์ตั้งแต่ราชดำเนินไปถึงราชประสงค์และผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม ทั้งนี้สาเหตุที่มีการท้วงติงนายคณิตเป็นเพราะพฤติกรรมในอดีต ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหากัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุการตายของแกนนำนปช.ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นเพราะมีการต่อสู้กันใต้ดินระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มคนเสื้อแดงใช่หรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ในส่วนของคนเสื้อแดงขอยืนยันไม่มีแผนที่จะเดินเกมใต้ดินเพื่อต่อสู้กับรัฐบาล แต่เราจะต่อสู้บนดิน เพราะขณะนี้อำนาจเถื่อนอยู่บนดินชัดเจน รัฐบาลมีพฤติกรรมแบบศาลเตี้ย ฝ่ายตนมีหน้าที่ตาย ขณะที่รัฐบาลมีหน้าที่ฆ่าประชาชน
เมื่อถามว่า กระแสข่าวที่ว่านายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หนีกบดานตามตะเข็บชายแดน นายจตุพร กล่าวว่า ทุกวันนี้บุคคลทั้งสองแค่รักษาลมหายใจก็ยังยากแล้ว ส่วนจะอยู่ที่ไหนตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้พูดคุยกัน แต่ยืนยันว่าทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่ และหากมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อไหร่คนทั้งสองและคนอื่นๆ จะเข้ามามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่เอง
เมื่อถามว่า จะมีการชุมนุมใหญ่ของนปช.อีกหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการชุมนุมใหญ่และยังไม่มีความจำเป็น แต่มองว่าหากมีการชุมนุม ประชาชนก็สามารถนำกันเองได้อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องมีแกนนำอย่างพวกตน



