
พท.ปูดปชป.'เหนือ-ตะวันออก'จับมือฝ่ายค้าน
"เพื่อไทย"ปูดข่าวปชป.ภาคเหนือและตะวันออกจับมือฝ่ายค้าน มั่นใจโหวตงบฯมีเซอร์ไพรซ์ เชื่อสังคมไทยอยู่กันลำบากหากโผยุบพรรคประชาธิปัตย์พลิก
(12มิ.ย.) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนได้ยินคนใกล้ชิดแกนนำภาคเหนือพรรคประชาธิปัตย์เล่าให้ฟังว่า 2 วันที่ผ่านมามีการจับเข่าคุยกันกับส.ส.และผู้สนับสนุนกลุ่ม ถึงท่าทีในการจะอยู่หรือไป จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งแกนนำบางคนถึงกับมีอารมณ์โกรธชนิดควันออกหู เมื่อพูดถึงเรื่องการปรับ ครม. แบบฟ้าผ่าไม่เห็นหัวว่า ” .... ” ..ก็เป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่เด็กๆจะไล่. ” ..... ” ออกไม่มีบอก ” .... ” ซักคำ...ไอ้. ” ........ ” และถึงขนาดตบโต๊ะว่า “ ทำอย่างนี้ ” .... ” ยิ่งกว่ากระทืบ ” .... ” มันจะอยู่กันได้ยังไง ”
ซึ่งก็สอดคล้องกับคำพูดของ นายนราพัฒน์ แก้วทอง บุตรชายของ นายไพฑูรย์ แก้วทอง แกนนำภาคเหนือ คนสำคัญที่โดน พรรคประชาธิปัตย์เขี่ยทิ้งขนิดไม่มีเยื้อใยว่าวันนี้คงอยู่กับ พรรคประชาธิปัตย์ยาก
นายจิรายุ กล่าวอีกว่า นอกจากมุ้งภาคเหนือที่ออกอาการ“ควันออกหูแล้ว”แกนนำภาคตะวันออก ก็ไม่แพ้กันมีการนัดคุยปรับทุกข์กันในเซฟเฮาท์ แห่งหนึ่งหลายครั้งในจังหวัดชลบุรีถึงท่าที ที่โดนแบบเดียวกันกับกลุ่มภาคเหนือว่าจะเอาอย่างไร โดยแกนนำบางคนบอกว่า “ ไม่น่าเชื่อว่าผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์จะกล้าทำแบบนี้ได้เป็นผู้ใหญ่กันแล้วไม่ใช่ไอ้จุกไอ้แกละ..นึกจะตบหัวก็ตบ...นี่มันฆ่ากันชัดๆ.. ”
ซึ่งท่าทีของ 2 กลุ่มนี้ทำให้อาจเห็นได้ชัดเจนในเร็ววันนี้ ว่าพรรคประชาธิปัตย์ เสียงจะหายไปอีกกี่เสียง และที่ผ่านมา มี สส. ของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลหลายคน ได้เปิดใจพูดคุยกันกับผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยแล้ว ว่า ตลอด ที่ผ่านมาจากการร่วมรัฐบาล ได้เห็นธาตุแท้ของ คนบางคนในพรรคและรัฐบาล และ ทนไม่ได้ ที่จะอยู่ร่วมกับรัฐบาลอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ กำลังใช้สุภาษิต “ เสร็จนาฆ่าโคถึกเสร็จศึกฆ่าขุนพล ” ซึ่ง สส. กลุ่มนี้ก็อาจจะผสมไปกับ สส.ของ พรรคร่วมรัฐบาลที่ถูก ” เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด “ อาจจะมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้ ” ปูพรมแดงอย่างดี ” ไว้รอต้อนรับผู้ทรงเกียรติที่มีอุดมการณ์เพื่อประชาชนโดยไม่เกี่ยงว่าจะเคยใครอยู่ที่ไหนมาก่อน
ส่วนกรณี เสียงสส.ซีกรัฐบาลในการโหวต พิจารณางบประมาณวาระ2ในเร็ววันนี้นั้น นายจิรายุ กล่าวว่า วันนี้ ยอมรับว่าคนในรัฐบาลวิ่งหาซื้อน้ำมันมวยทาน่องกันจ้าละหวั่น เพราะช่วงนี้วิ่งขาขวิดทำทุกวิถีทางให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในการโหวตและมีอำนาจรัฐก่อนการเลือกตั้ง เพราะตนเชื่อว่าขนาดการปรับครม. ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังไม่กล้าแตะ รมต.ของ ภูมิใจไทยจนประชาชนเบือนหน้าหนีสวนกระแสสังคมขนาดนั้น พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังเนียนทำได้ เพราะฉะนั้นเรื่องอื่นๆที่จะทำให้โหวตผ่านงบฯและครองอำนาจที่นานๆมาที ตนคิดว่าเรื่องเล็ก
วันนี้จึงชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์ ทำทุกอย่างได้เพื่อให้รัฐบาลผ่านโหวตงบประมาณ โดยไม่สนประวัติศาสตร์ที่เคยด่ากราดไปทั่วในอดีตหากพรรคการเมืองไหนทำแบบนี้...... ซึ่งก็ชัดเจนแล้วว่าวันนี้ อุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์และกฎเหล็ก 9 ข้อ.. ” เปลี่ยนไปแล้ว ”” แต่พรรคเพื่อไทยเชื่อว่า การโหวตงบฯครั้งหน้านี้ พี่น้องประชาชนขอให้จับตาดูอย่ากระพริบเพราะเชื่อว่า คงมีเซอร์ไฟรซ์ให้ตื่นเต้นในวงการเมือง และรัฐบาลโดยประชาธิปัตย์ อาจได้ชมภาพยนตร์ " เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ภาค 2 ” ชนิดอาจอายจนหาแผ่นดินแทรกหนีไม่ได้เลยทีเดียว
ส่วนคดีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งกลิ่นทะแม่งๆ นั้นแกนนำพรรคเพื่อไทยได้พูดคุยกันแล้วว่า วันนี้ หากกระบวนการพิจารณา ออกมาว่าไม่ยุบ จะด้วยเหตุผลใดสังคมจะตอบเอง พรรคเพื่อไทยก็คงไม่รู้สึก ตื่นเต้นนัก แต่กลับรู้สึกอีกมุมที่จะได้เห็นคำว่าความยุติธรรมไม่มีจริงในยุคนี้ตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 ส่วนประเด็นที่น่าสนใจที่พรรคฯพูดคุยกันมาก่อนการชุมนุม ว่า โอกาสสูงที่จะยุบเพราะหลักฐานชัดแต่ก็มีตัวแปรจากการชุมนุม หากรัฐบาลอยู่ต่อได้ อาจพลิกเพราะคนที่เกี่ยวข้องกับการทำเรื่องนี้ก็จะ กลายเป็น2 กลุ่ม พวกแรกคือ ” บ่าวเลือกนาย “ พวกนี้ชัดเจนก้มหัวให้ ชนิดเห็นขาวเป็นดำเห็นดำเป็นเงิน กับกลุ่มที่ 2 กลุ่มนี้จะเห็น ” กงจักรเป็นกงจักร “ กลุ่มนี้จะ ถอย เพราะไม่ถนัดที่จะทำดำเป็นขาว และไม่อยากถูกบันทึกไว้ในประวัติการทำงานที่ด่างพร้อยของตัวเอง เพราะฉะนั้นจะเห็นว่ามีข้าราชการที่เกี่ยวข้องขอถอนตัวเป็นระยะ ทั้งนี้ฝ่ายติดตามคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ของพรรคเพื่อไทย ได้ตั้งวอลรูม ติดตามกระบวนการพิจารณาอย่างใกล้ชิดโดยมีการระดมนักกฎหมายชั้นครูหลายท่าน ร่วมติดตามคดี



