ข่าว

ภาคธุรกิจแนะลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ภาคธุรกิจแนะลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

12 มิ.ย. 2553

"ภาคธุรกิจ"จัดเสวนาทางออกประเทศ ประสานเสียงลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ด้านเอ็นจีโอหวั่น ปรองดอง ถูก ดอง“สมเกียรติ ตั้งกิจวณิชย์ ” เชื่อ รัฐสวัสดิการแก้ปัญหาได้ “อภิรักษ์” ชวนทุกภาคส่วนร่วมหาแนวทางปฏิรูป ด้านเครือข่ายภาคประชาชนเสนอตั้ง กรรมการอิสระลดความเหลื

(12มิ.ย.) เครือข่ายภาคประชาชน คณะกรรมการนักธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เนชั่นชาแนล ประชาชาติธุรกิจ และ สถานีโทรทัศน์ ทีวีไทย ได้จัดเสวนาในหัวข้อ “ เศรษฐกิจเติบโตไม่ได้ ภายใต้สังคมที่ล้มเหลว ” ที่ห้องประชุม “ ประไพวิริยะพันธุ์ ” บริษัทวิริยะประกันภัย (สาขาลุมพินี) โดยมีสิทยากรประกอบด้วย นายสมเกียรติ พ้นภัย ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน นายสมเกียรติ ตั้งกิจวณิช ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ ทีดีอาร์ไอ) นายธวัชชัย ยงกิตติคุณ เลขาธิการสมคมธนาคาร และ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

 โดยนายสมเกียรติ ตั้งกิจวณิชย์ กล่าวว่า หากรัฐทำหน้าที่แม้เป็นยามเฝ้าบ้านไม่ได้ และปล่อยให้มีการเผาห้าง ขโมยของ ก็ถึงจุดที่ว่ารัฐบาลล้มเหลว วันนี้เรามีรากหญ้าที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องความเสมอภาค ความเป็นจริงคือมีโจทย์เรื่องความเหลือมล้ำ และคนรากหญ้าเขาต้องการเรียกร้องความเท่าเทียม จนถึงวันนี้เรามีสี่ทางเลือกให้เดิน แต่จริง ๆ แล้วเลือกได้เส้นทางเดียว 1 .ปราบปรามประชาชน 2 .ถ้าปราบเอาไม่อยู่ก็จะเกิดปฏิวัติประชาชน เช่นในรัสเซีย หรือประเทศไทยช่วง 14 ตุลา 3 .กระจายรายได้ แต่ก็มีมักจะมีประชานิยมเข้ามา สุดท้ายก็รัฐประหาร เพราะประชานิยมก่อปัญหาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังคม หรือเรื่องการคลัง และ 4 .การจัดสวัสดิการสังคมเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมของคนมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางเลือกสุดท้ายนี่น่าจะเป็นทางออก

 นายสมเกียรติกล่าวต่อว่าช่องว่างสำคัญดูได้หลายมิติเมืองและชนบทมีความเหลื่อมล้ำ ความเหลื่อมล้ำรายได้เป็นตัวสำคัญที่จะเชื่อมโยงหลายเรื่องรวมถึงการเข้าถึงทรัพยากร ถ้าจะปิดช่องว่างทางชนชั้นรายได้ ต้องทำสองอย่าง 1 เรื่องหลักประกันสิทธิ และ 2 เรื่องสวัสดิการ จะเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ หากนักธุรกิจ ทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบ รักษาสิทธิของคนที่อยู่กับทรัพยากรธรรมชาติ คนชั้นกลางที่ไต่เต้าทางสังคมก็มาจากการศึกษาดังนั้นต้องรับรองสิทธิในการศึกษา จากการจัดเวทีวิจัย พบว่าในเมนูของสวัสดิการ ตัวที่เลือกมาเด่นมีสองตัวคือการศึกษา เพราะทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ไม่ใช่แค่ฟรีแต่ต้องสามารถเรียนได้สูง และอีกเรื่องคือสิทธิแรงงาน

 นายสมเกียรติ พ้นภัย กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำมีมานานแล้ว แต่ไม่รุนแรง และพออยู่พอคานกันได้ เพราะคนที่เหลื่อมล้ำเรื่องเศรษฐกิจก็ยังมีเมตตาธรรมช่วยเหลือสังคม แต่พอมามีคนกลุ่มหนึ่งเช่น พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ที่กอบโกย โดยไม่มีความเมตตา จนเกิดปัญหา และวันนี้ยังสนับสนุนให้เสื้อแดงมาไล่รัฐบาล เป็นการแย่งชิงอำนาจ ต่อไปหากเหลื่อมล้ำมากๆก็อยู่ไม่ได้ แม้เศรษฐกิจโตประชาชนก็จะตาย

 นายสมเกียรติกล่าวต่อว่า แต่ก่อนใช้คำว่าสมานฉันท์ มาวันนี้ใช้คำว่าปรองดอง ตนตีความว่า ปรองดองหมายถึงอะไร ปรอง หมายถึงหาหมู่หาพวก ดองหมายถึงอะไร ถ้าเป็นผลไม้คงเก็บได้นาน ตนเป็นห่วงเรื่องดอง แล้วทำไมเราจะไม่ถูกดอง ใครจะถูกดอง ประชาชนหรือไม่ การปฏิรูปประเทศไทย มีแผนปรองดองห้าข้อ อาจจะไม่พอ แต่ต้องมาวิเคราะห์ว่าเรากำลังต้องการอะไรบ้างและมาออกแบบ เหมือนกับสร้างบ้านต้องดูว่าต้องการเสาแบบไหนคานแบบไหน แต่ก็ไม่แน่ว่าพอไปกู้เขาจะปล่อยกู้หรือไม่

 “ครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่เราจะได้รับการสังคายนา เมื่อก่อนเราได้รับเกียรติให้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ต่อมากลับให้พวกเราเป็นแค่รากหญ้า ทำอย่างไรจะให้เรากลายเป็นกระดูกสันหลังที่เข้มแข็ง ” นายสมเกียรติกล่าว

 นายธวัชชัย กล่าวว่า เรื่องความเหลื่อมล้ำเราปล่อยให้มีการนำไปใช้หากิน ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงมีเบื้องหลังแฝงทั้งนั้น เรามักจะพูดความเหลื่อมล้ำถึงเรื่องรายได้ แต่ลึก ๆ คือการที่ประชาชนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกรังแก ถูกโกง ถูกฆ่าโดย แต่ไม่มีใครสนใจ การตั้งเวทีไม่ใช่นาทีนี้ ต้องตั้งโดยรัฐบาลที่คนเชื่อว่าไม่ฝักใฝ่ เวทีอยากให้มาจากพลังของทุกกลุ่มชน

 นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ประเด็นส่วนใหญ่ของผู้ชุมนุมสะสมเป็นเวลาหลายสิบปี สิ่งที่รัฐบาลได้นำเสนอแผนปรองดอง คือการพูดถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนทุกภาคส่วนสู่การปฏิรูปประเทศ ถ้ารัฐบาลทำคนเดียวแก้ปัญหาไม่ได้ นี่คือจุดเริ่มต้นที่เชิญชวนคนไทยทั่วประเทศมาร่วมกัน

  ปัญหาวันนี้คือความไม่เป็นธรรม หากเป็นคนจนก็ยากจะเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือสวัสดิการสังคม นอกจากนี้กลไกของรัฐบาลยังมีปัญหาเรื่องการที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ครอบคลุม แม้คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ตั้งใจจะแก้ปัญหาแต่หากใช้กลไกปัจจุบันแก้ไม่ได้  วันนี้รัฐบาลพูดเรื่องกรอบเวลาหกเดือน รัฐาบลไม่ได้บอกว่าจะแก้ปัญหาได้ในระยะเวลาเท่านี้ ได้ แต่หกเดือนจะเป็นเวลาของการรับฟังความเห็นที่แตกต่าง และเข้ามามีบทบาทในการกำหนดอนาคตของตนเอง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการบรรยาย ได้มีผู้เข้าร่วมรับฟังการเสวนาแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง ในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ เอ็นจีโอ หรือตัวแทนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบในหลายๆเรื่อง เช่นสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ กลุ่มคนพิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสะท้อนปัญหาของแต่ละกลุ่ม ว่ามีความต้องการอย่างไร อย่างไรก็ตาม โดยมากเห็นตรงกันว่านักการเมืองมีปัญหาและควรตั้งกรรมการปฏิรูปนักการเมืองมากกว่า

 นอกจากนี้เครือข่ายภาคประชาชน 19 องค์กร ได้มอบจดหมายถึงนายกฯ ผ่านนายอภิรักษ์ โดยมีเนื้อใจความว่า เรื่องการตั้งคณะกรรมการอิสระลดความเหลื่อมล้ำ เพราะหากไม่แก้ปัญหาโอกาสที่จะเกิดวิกฤตถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องได้รับความแก้ไข มิเช่นนั้นกลุ่มการเมืองอาจจะใช้เป็นโอกาสในการสร้างความวุ่นวายได้ โดยการแก้ปัญหาต้องต้องอาศัยความกล้าหาญในการแก้ไข และรัฐต้องอาศัยกลไกของรัฐทำงานอย่างจริงจัง พร้อมทั้งมีข้อเสนอให้รัฐบาลปฏิบัติสามข้อ 1 .ให้รัฐบาลตั้งกรรมการอิสระลดความเหลื่อมล้ำ โดยเชิญ นายอานันท์ ปันยารชุน และ ศ.นพ. ประเวศ วะสี เป็นประธาน 2. ให้มีกฎหมายรองรับคณะกรรมการฯและมีผลผูกพันกับรัฐบาลทุกสมัย และไม่หมดอายุพร้อมรัฐบาล และ 3. ข้อเสนอคณะกรรมการฯต้องมีผลทางกฎหมายที่รัฐบาลต้องทำไปปฏิบัติ