
ชวนชิม-ดั่งต้องมนต์ "มันตรา"
"มันตรา" หรือ "มนตรา" ในภาษาไทย คือพลังงานที่กำเนิดมาจากการเปล่งเสียงสวดท่องมนตราต่างๆ หรือการกล่าวคำใดซ้ำๆ กันเพื่อหวังผลสัมฤทธิ์อย่างที่ใจปรารถนา พอคำนี้แวบเข้าหูด้วยความถี่สูง มารู้สึกตัวอีกทีก็เหมือนต้องมนต์อยู่ใน "มันตรา เรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์" ร้านอ
หลายคนรู้จักที่นี่ ด้วยเพราะความแปลกตาในเรื่องการออกแบบตกแต่งที่เข้าใจคิดหยิบเอาเสน่ห์ของเอเชี่ยนโดยเฉพาะความเป็นจีน อินเดีย และตะวันออกกลาง มาคลุกเคล้าศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัวและมีระดับ สีแดงเร่าร้อนชวนสัมผัส พอๆ กับเฟอร์นิเจอร์ที่คัดสรรอย่างตั้งใจ ที่แน่ๆ บานกระจกใสโดยรอบช่วยให้บรรยากาศยามพระอาทิตย์ลับเส้นขอบฟ้าและทะเลแสนจะโรแมนติก
ยิ่งบรรยายก็เหมือนกับว่าตัวเองกำลังร่ายมนต์ให้เชื่อตาม แต่ทั้งหมดดูจะไร้ความหมายหากมั่นคงในคำว่า "อย่าเชื่อจนกว่าจะได้ลอง" เริ่มจากการลิ้มรสชาติซาบซ่าดับกระหายในโซนบาร์ของร้าน ซึ่งมีเครื่องดื่มสารพัดให้เลือกสั่ง เสียงเล่าอ้างหนาหูถ้าไม่ได้ลองค็อกเทลสีแดงเพลิง "มันตรา ตินี่" ก็เหมือนกับว่ายังมาไม่ถึง
แต่ก่อนที่ลิ้นจะชาใบหน้าอาบด้วยสีแดง จนไม่อาจแยกแยะรสชาติอาหารของมันตราว่าสมคำร่ำลือหรือไม่ ต้องรีบพาตัวเองเข้าภายในร้าน เดินผ่านครัวเป็นแนวยาวตั้งแต่ประตูทางเข้าเบ็ดเสร็จตั้ง 7 ครัวแน่ะ! ทั้ง ไทย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ยุโรป เมดิเตอร์เรเนียน และปิ้งย่าง ปรุงกันอย่างไรให้อร่อยสำแดงอยู่ตรงหน้าเปิดครัวให้ชมเห็นๆ ไม่ว่าจะนวดแป้งพิซซ่า ปั้นซูชิ ละเลงอาหารจีน หรือโรยเครื่องเทศหอมฟุ้งบนแป้งนานอย่างอินเดีย
อย่าเชื่อจนกว่าจะได้ลอง คำนี้ยังใช้ได้ดีเสมอ และนั่นเองสำหรับคนที่ชื่นชอบชูชิต้องลอง "ซูชิตับห่าน (Sushi Foie Gras)" อาหารที่สร้างสรรค์ไม่ซ้ำใคร ปั้นมาพอคำราดด้วยซอสเทอริยากิ บอกไว้ก่อนว่าสั่งแล้วต้องรีบคีบชิมรส ความกลมกล่อมของตับห่านสุดหรูไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์เข้ากับเม็ดข้าวนุ่มๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ย้ำอีกเที่ยวต้องสำหรับคนชอบเท่านั้นถึงจะรู้สึกอย่างนี้ แล้วต่อด้วย "สลัดกุ้งทอด" หน้าตาคุ้นเคยดี แต่เนียนนุ่มละมุนลิ้นด้วยน้ำสลัดที่ปรุงมาเป็นพิเศษ คุณสาวๆ น่าจะชอบนะจานนี้
นั่งอยู่กับที่แล้วก็เหมือนมนต์สะกดให้อยากลองนี่โน่นนั่นไม่มีหยุด ยังมีจานเด็ดปรุงจากกุ้งอย่าง "......." จัดแต่งมาในจานอย่างสวยงามเห็นแล้วน้ำลายไหลพร้อมอารมณ์อยากเก็บไว้ยลนานๆ แต่เพราะกลิ่นที่หอมฉุยเป็นต้องชิมรสให้รู้ซึ้งถึงเนื้อใน แต่ใช่ว่าหรูหรากล่อมอารมณ์อย่างนี้จะมีแต่เมนูแปลกตาเท่านั้น รายการอาหารพื้นๆ ที่หากินได้ริมทางก็มีให้เลือก อย่างหมูแดง หมูกรอบ และเป็ดย่าง ต้องบอกว่าเด็ดจริงๆ โดยเฉพาะหมูกรอบไม่ลองไม่ได้หนังที่บางกรอบมาพร้อมเนื้อนุ่มๆ หั่นมาพอดีคำ อร่อยมาก
ของหวานล้างปากของที่นี่ก็น่าลิ้มลอง อย่าง "โคนครีมเสาวรส" หวานมันด้วยครีมที่เนียนคล้ายไอศกรีม แต่อมเปรี้ยวตามแบบฉบับของเสาวรส ซึ่งตัดรสชาติและสีสันด้วยโทนสีม่วงๆ ของเบอร์รี่อย่างบลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ ชื่นใจเชียวละ ถ้ายังไม่พอก็มีข้าวเหนียวมะม่วงอบเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมกะทิ อร่อยขอบอก โดยเฉพาะต้องแปลกตากับข้าวเหนียวมูนที่ห่อด้วยแป้งกรอบ ติดลิ้นติดใจจนไม่อยากจะวางช้อนกันทีเดียว
ก่อนที่จะถูกกล่อมจากภาพและตัวอักษรจนถอนตัวไม่ขึ้น ถ้ามีโอกาสแวะไปคลายอารมณ์ที่พัทยา ก็ลองแวะไปต้องมนต์มันตรากันดู ร้านตั้งอยู่หน้าโรงแรมอมารี ออคิด พัทยาเหนือ บนถนนเลียบชายหาด สังเกตง่ายๆ บริเวณหัวโค้งพอดี เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 5 โมงเย็นเรื่อยไปจนถึงราวตีหนึ่ง ถ้าไม่แน่ใจก็กริ๊งไปสอบถามก่อนก็ได้ที่เบอร์ 0-3842-9591
มันตราอาจไม่ใช่ร้านใหม่กิ๊ก ทว่าแวะมาเยือนกี่ครั้งก็ดั่งต้องมนต์ทุกคราสิน่า!...



