
กกต.ชี้เอาผิด"เฉลิม"ยากเหตุอภิปรายในสภา
เปิดกฎหมายพรรคการเมือง หาก เพื่อไทย กลั่นแกล้งจริงถึงยุบพรรค เหลิม มีสิทธิติดคุกด้วย ด้าน สมชัย มองแปลก เอาผิดยาก เหตุเป็นแค่การอภิปรายในสภา
(21มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าข้อมูลที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทยนำมาอภิปรายเป็นความเท็จ และมีเจตนาจะให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหาก ร.ต.อ.เฉลิมพิสูจน์ไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์เองก็จะร้องพรรคเพื่อไทยกลับว่ากลั่นแกล้ง เพราะ ร.ต.อ.เฉลิมทำในนามพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีผลให้ยุบพรรคเช่นกัน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 104 ระบุว่า “พรรคการเมืองหรือผู้ใดสมคบหรือรู้เห็นเป็นใจหรือสนับสนุนให้บุคคลใดดำเนินการใด เพื่อให้บุคคลอื่นหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งหลงเชื่อหรือเข้าใจว่า พรรคการเมืองอื่นหรือบุคคลใด กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยปราศจากมูลความจริง ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดดังกล่าว”
ขณะที่วรรคสองระบุว่า “พรรคการเมืองหรือผู้ใดสมคบหรือรู้เห็นเป็นใจหรือสนับสนุนให้บุคคลใดดำเนินการใดเพื่อกลั่นแกล้งพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมือง กรรมการสาขาพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง โดยปราศจากมูลความจริง ต้องระวางโทษจำคุกสองถึงสิบปี ปรับสี่หมื่นถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
และวรรคสามระบุว่า “ในกรณีพรรคการเมืองเป็นผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ในกรณีที่เป็นบุคคลใดกระทำความผิดให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดห้าปี” ซึ่งหากดูตามมาตราดังกล่าวหากผิดจริงนอกจากพรรคเพื่อไทยจะถูกยุบ ร.ต.อ.เฉลิมเองก็อาจจะต้องมีโทษจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งด้วย
ด้านนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต. ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน กล่าวว่า กรณีการเอาผิดดังกล่าวคงเป็นไปได้ยาก หากดูตามกฎหมาย ก็อาจจะมีช่องทางในการร้องเรียนได้ แต่ยอมรับว่าการเอาผิดคงเป็นเรื่องยาก เพราะร.ต.อ.เฉลิมนั้นไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย อีกทั้งการพูดดังกล่าวเป็นการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรอาจจะมีเอกสิทธิคุ้มครอง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูก่อนว่าจะมีการส่งข้อมูลมาให้ กกต.จริงหรือไม่ และรายละเอียดเป็นเช่นไร เราคงจะไปวินิจฉัยตอนนี้ไม่ได้



