ข่าว

“สัมพันธ์"เสนอแนวปรองดองตั้งรองนายกฯ5ภาค

“สัมพันธ์"เสนอแนวปรองดองตั้งรองนายกฯ5ภาค

11 มิ.ย. 2553

“สัมพันธ์” เสนอแนวทางปรองดองให้ “อภิสิทธิ์” แนะตั้งรองนายกฯ 5 คนจาก 5 ภาค ใช้นักการเมืองท้องถิ่นเป็นหลักแก้ปัญหา 3 จ.ชายแดนใต้ เปลี่ยนค่าใช้จ่ายจากงบส่วนกลางบางส่วนให้ผู้ปฏิบัติงานในท้องถิ่น

 (11มิ.ย.)  นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแผนปรองดองแห่งชาติว่า ตนขอเสนอแนวทางปรองดองต่อนายกรัฐมนตรีดังนี้ 1. ด้านการเมืองการปกครอง รัฐบาลควรมีรองนายกรัฐมนตรีจากทั้ง 5 ภาค และจะต้องเป็นคนในภาคนั้นๆ โดยจะเป็นส.ส.เขต ส.ส.สัดส่วน หรือไม่ได้เป็นส.ส.ก็ได้ แต่ต้องได้รับการยอมรับจากประชาชนในภาคนั้นๆ เพื่อรับผิดชอบกิจกรรมในภาคไม่ว่าจะเป็นความมั่นคง การพัฒนาด้านต่างๆ การปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ควรแบ่งกลุ่มกระทรวงออกเป็น 5 กลุ่มคือ กลุ่มป้องกันประเทศ กลุ่มความมั่นคงภายในประเทศ กลุ่มสังคม กลุ่มเศรษฐกิจ และกลุ่มดูแลปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และให้รองนายกรัฐมนตรีทั้ง 5 คน รับผิดชอบในแต่ละกลุ่มกระทรวง เช่น รองนายกรัฐมนตรีจากภาคกลางดูแลรับผิดชอบกลุ่มดูแลปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นต้น

 นายสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า 2. ด้านการปฏิรูปองค์กรทางพระพุทธศาสนา โดยจัดให้มีองค์กรทางพระพุทธศาสนาเพียงองค์กรเดียวที่รับผิดชอบดูแลและพัฒนาพระพุทธศาสนา องค์กรสงฆ์ เนื่องจากปัจจุบันมี 3 องค์กรที่รับผิดชอบ คือ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงศึกษาธิการ 3. ด้านการปฏิรูปการศึกษา ควรจัดตั้งองค์กรกลางทางการศึกษาขึ้นในแต่ละจังหวัดเป็นคณะกรรมการการศึกษาของแต่ละจังหวัด โดยมีตัวแทนจากวงการศึกษา สาธารณสุข เกษตรกร ศาสนา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ประกอบขึ้นเป็นคณะกรรมการ และ 4. ด้านการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรใช้นักการเมืองระดับท้องถิ่น ทั้ง อบต. อบจ. และสมาชิกเทศบาลเป็นหลักในการปฏิบัติภารกิจทางการเมือง ให้สมาชิกเหล่านี้ลงพื้นที่ของตัวเองจัดตัวแทนไว้ครอบครัวละ 1 คนมาร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ให้ ส.ส.แต่ละจังหวัดคอยให้การสนับสนุนกลุ่มสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการระดมสมอง ระดมตัวแทนครอบครัวมาจัดกิจกรรม ให้ข้าราชการประจำ ผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โต๊ะครู และองค์กรสงฆ์ เป็นที่ปรึกษาของแต่ละอำเภอ แต่ละจังหวัด

 นายสัมพันธ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อทำความเข้าใจกับสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ขอให้มีการสาบานตน ถวายสัตย์กับสถาบันพระมหากษัตริย์ และเมื่อสมาชิกองค์กรส่วนท้องถิ่นถวายสัตน์แล้ว ขอให้นำตัวแทนครอบครัวเข้าถวายสัตย์ต่อไป จากนั้นให้รัฐบาลวางแนวทางแก้ไขปัญหาโดยใช้การปรองดองเป็นตัวตั้งในการดำเนินการ และเปลี่ยนค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งจากส่วนกลางมาเป็นของผู้ปฏิบัติการในระดับท้องถิ่น เท่ากับเป็นการใช้การเมืองท้องถิ่นและการเมืองระดับชาตินำการทหาร อีกทั้งให้ทหารและตำรวจทำหน้าที่สนับสนุนหรือเป็นที่ปรึกษาอยู่แนวหลังและลดจำนวนให้น้อยลง โดยอาจจะมอบหมายให้กองทัพภาค 4 เพียงหน่วยเดียวก็ได้