
สหรัฐหนุนแผนปรองดองของรัฐบาลไทย
สหรัฐสนับสนุนแผนปรองดองของรัฐบาลไทย ด้านที่ปรึกษากม.ต่างชาติของกลุ่มนปช.ไม่เชื่อถือคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสลายม็อบ
(11มิ.ย.) นายสกอต มาร์เซียล รองผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการว่าด้วยเอเชีย แปซิฟิก และสิ่งแวดล้อม ของคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหัวข้อ "ประเทศไทย : หนทางสู่ความปรองดอง"เมื่อวานนี้(10มิ.ย.) โดยบอกว่า ท้องถนนในกรุงเทพฯได้กลับคืนสู่ความสงบแล้ว แต่สถานการณ์ยังเปราะบาง และประเด็นปัญหาที่ต้องแก้ไขเพื่อให้ประเทศเปลี่ยนจากมีความสงบเป็นมีเสถียรภาพ เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและท้าทาย
นายมาร์เซียล ซึ่งควบตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอาเซียน บอกด้วยว่า ประเทศไทยเพิ่งประสบกับความรุนแรงทางการเมืองครั้งเลวร้ายที่สุดในหนึ่งชั่วอายุคน และสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องซับซ้อน รวมทั้งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคาดการณ์ผลกระทบที่จะตามมา ถึงอย่างนั้นก็ยังมีสัญญาณแห่งความหวังเมื่อการถกเถียงทางการเมืองได้กลับเข้ามาอยู่ในรัฐสภาแล้วแทนที่จะไปประท้วงตามท้องถนน
เขายังบอกด้วยว่า รัฐบาลไทยประสบความสำเร็จในการยุติการประท้วงที่ยืดเยื้อนาน 2 เดือนซึ่งจบลงโดยมีผู้เสียชีวิต 88 คนและสร้างความสงบเรียบร้อยกลับคืนมา แต่เตือนว่าความแตกแยกขั้นพื้นฐานในสังคมไทยที่นำไปสู่การประท้วงยังคงอยู่ พร้อมกับกล่าวสนับสนุนแนวทางสร้างความปรองดองของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสนับสนุนการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นและหาตัวผู้รับผิดชอบ
นอกจากนี้นายมาร์เซียล ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายส่งเสริมการเจรจาและการสร้างความปรองดอง สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน และไม่ใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการเมือง
ที่ปรึกษากม.เทศนปช.ไม่ยอมรับกก.สอบสลายม็อบ
นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม นักกฎหมายจาก บริษัท อัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีรอฟฟ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวระหว่างการประชุมที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส ว่า คณะกรรมการที่รัฐบาลไทยจัดตั้งขึ้นเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมประท้วงในกรุงเทพฯ ช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. ขาดความเป็นธรรมและความเป็นอิสระ
นายอัมสเตอร์ดัม กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระในการสอบสวนเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตเกือบ 90 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเรือน พร้อมกับระบุว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นที่รู้กันว่ามักจะจัดการตามอำเภอใจกับผู้ที่เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลตราหน้ากลุ่มคนเสื้อแดงว่าเป็น ผู้ก่อการร้ายโดยไม่มีการไต่สวน และยังคงควบคุมตัวผู้ประท้วงกว่า 400 คน โดยมิได้ทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย และใช้พระราชกำหนดฉุกเฉินเป็นข้ออ้าง
นายอัมสเตอร์ดัม ยังกล่าวหาว่า รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะได้รับประโยชน์จากผลการสอบสวนนี้ จึงเห็นว่า มีเพียงคณะกรรมการระหว่างประเทศเท่านั้นที่สามารถตรวจสอบหลักฐานได้อย่างเป็นอิสระ
นายอัมสเตอร์ดัม เป็นนักกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จ้างวานให้เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของ นปช.



