ข่าว

"ทนายตั้ม" ส่งหลักฐานเชือด "กัน จอมพลัง" เชื่อเงินหมุนเวียนทะลุพันล้าน

"ทนายตั้ม" ส่งหลักฐานเชือด "กัน จอมพลัง" เชื่อเงินหมุนเวียนทะลุพันล้าน

06 พ.ย. 2569

"ทนายตั้ม" ส่งหลักฐานเชือด "กัน จอมพลัง" ปมฟอกเงิน - เว็บพนัน - งบชายแดน 200 ล้านไม่ตรงปก คาดไม่เกิน 10 วัน DSI ออกหมายเรียก เชื่อเงินหมุนเวียนทะลุหลักพันล้าน

วันนี้ (6 พ.ย.69) เวลา 10.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พร้อมด้วยพล.ร.ต.ชรัมม์ภากร พรหมภากร อดีตรองผู้บัญชาการกอง บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กปช.จต.) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ข้อมูลพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบการดำเนินงานมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ 

 

ทนายตั้มระบุว่า ตนได้ยื่นเรื่องให้ DSI ตรวจสอบมานานกว่า 2 เดือนแล้ว โดยก่อนหน้านี้มีการเชิญเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล กระทั่งมีหนังสือเชิญให้อดีตรองผู้บัญชาการ กปช.จต. เข้าชี้แจงในวันนี้ซึ่งเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจกรรมของกัน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคม ช่วงถึงปลายเดือนเมษายน 2569 ที่ตนรับผิดชอบพื้นที่อยู่

ด้านพลเรือตรีชรัมม์ภากร กล่าวว่า การเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่นายกัน จอมพลังเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ ซึ่งมีการระบุว่าทำไว้ 5 โครงการ แต่จากข้อมูลที่ตนทราบพบว่ามีการดำเนินการจริงเพียง 3 อย่าง ได้แก่ การสร้างบังเกอร์ // ติดตั้งกล้องวงจรปิด // และติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าพร้อมเดินสายไฟเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ  // ส่วนเรื่องถนนหรือห้องน้ำไม่ทราบว่านายกันได้ดำเนินการไว้ที่ใด เนื่องจากไม่พบในพื้นที่ของตนเองแต่อย่างใด

 

ส่วนหลักฐานที่นำมามอบให้ DSI เป็นภาพถ่าย เนื่องจากการเข้ามาดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ไม่ได้มีการยื่นหนังสือขออนุญาตอย่างเป็นทางการ แต่เข้ามาด้วยคำสั่งทางวาจา โดยภายหลังเกิดประเด็นดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ออกคำสั่งให้ผู้ที่จะเข้าพื้นที่ต้องทำหนังสือขออนุญาตให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นไม่มีเอกสารดังกล่าว และเมื่อดำเนินการแล้วก็ไม่มีการลงนามรับหรือส่งมอบงาน จึงไม่มีเอกสารหลักฐานเป็นทางการ มีเพียงภาพถ่ายแสดงสิ่งที่กัน จอมพลังได้ดำเนินการในพื้นที่

 

พลเรือตรีชรัมม์ภากรยืนยันว่า การเข้ามาทำกิจกรรมของนายกัน จอมพลัง ไม่มีหนังสือขอความอนุเคราะห์ แต่เป็นการประสานผ่านคำสั่งทางวาจาตั้งแต่ระดับผู้บังคับบัญชาจนถึงหน่วยงานในพื้นที่ โดยนายกันอ้างว่าต้องการเข้ามาช่วยเหลือพื้นที่ชายแดนในเขตเศรษฐกิจ ภายหลังฝ่ายทหารยึดพื้นที่และวางแนวป้องกันได้สำเร็จในเขตเศรษฐกิจทมอดา ก่อนเข้ามาวางตู้คอนเทนเนอร์และดำเนินโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่านการประสานงานของอดีตผู้บัญชาการทหารเรือ โดยปัจจุบันตู้คอนเทนเนอร์ กล้องวงจรปิด รวมถึงสายไฟต่าง ๆ ยังคงอยู่ในพื้นที่

 

"ทนายตั้ม" ส่งหลักฐานเชือด "กัน จอมพลัง" เชื่อเงินหมุนเวียนทะลุพันล้าน

​ทนายตั้ม เปิดเผยว่า วันนี้ขอวัดใจการทำงานของกระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอว่าจะสามารถดำเนินคดีเอาผิดได้หรือไม่ โดยไม่อยากมองเรื่องสีเสื้อหรือมิติทางการเมือง เพราะเจ้าหน้าที่ต้องมีความเป็นกลาง แม้หลายฝ่ายอาจตั้งข้อสังเกตว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายการเมืองหรือไม่ แต่ตนยังเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่จะเดินหน้าอย่างเต็มที่ ส่วนฝ่ายคู่กรณีมองว่าคงไม่สามารถออกมาชี้แจงอะไรได้ นอกจากไปทำบุญและเหน็บแนมคดีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ซึ่งตนเชื่อว่าอีกไม่ช้ากฐินกองใหญ่จะตกใส่ตัวของนายกัณฐิศว์ พงศ์ไพบูลย์ หรือกัน จอมพลัง เอง

​

ทนายตั้มกล่าวต่อว่า หากมีหมายเรียกหรือหมายจับออกมา ขอฝากไปยังคุณกัน ด้วยว่าให้รับสารภาพ อย่าคิดสู้คดี เพราะเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานไว้ละเอียดมาก สู้ไปอย่างไรก็ไม่รอด พร้อมฝากเตือนผู้ร่วมขบวนการ ให้ดูช่างเอ๋เป็นตัวอย่าง ที่รีบเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ หากใครไม่อยากตกเป็นผู้ต้องหาร่วมและประสงค์จะกันตัวเองเป็นพยาน ให้รีบติดต่อตนผ่านทางเพจเฟซบุ๊กได้ทันที

 

"ทนายตั้ม" ส่งหลักฐานเชือด "กัน จอมพลัง" เชื่อเงินหมุนเวียนทะลุพันล้าน

 

เมื่อถามว่าจากหลักฐานทั้งหมดที่มีจะสามารถเอาผิดกัน จอมพลัง ได้หรือไม่ ทนายตั้มกล่าวว่าจะสามารถเอาผิดได้อย่างแน่นอน เนื่องจากดีเอสไิทำงานอย่างเต็มที่และตรวจพบความผิดปกติของเส้นทางการเงิน การจัดซื้อสิ่งของในราคาที่สูงเกินจริง รวมถึงมีเส้นเงินปริศนาโอนมาจากต่างประเทศ ซึ่งกำลังตรวจสอบว่าเป็นการฟอกเงินผ่านมูลนิธิหรือไม่ คาดว่าภายในไม่เกิน 10 วันนี้น่าจะมีการออกหมายเรียกให้เข้ามาพบ ทั้งนี้ขั้นตอนของ ดีเอสไอ จะเปิดโอกาสให้มาชี้แจง หากชี้แจงไม่ได้จึงจะออกหมายจับตามขั้นตอน

 

นอกเหนือจากหลักฐานเบื้องต้นที่มี จะมีไม้เด็ดอะไรงัดออกมาอีกหรือไม่ ​นายษิทรา กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าดีเอสไอ เจอของเด็ดๆเยอะที่จะสามารถดำเนินคดีได้ แค่เอาเงินมูลนิธิจ่ายค่าจ้างการ์ด แค่นี้ก็ผิดแล้ว หลักฐานชัดเจนซึ่งตนได้มอบสลีปให้เจ้าหน้าที่ไปแล้ว รวมถึงการตั้งบริษัทนอมินี นอกจากนี้เรื่องการตั้งบริษัทนอมินี การพัวพันกับเว็บพนันออนไลน์ ข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกระหว่างไทยกับกัมพูชาทุก 3 วันในช่วงเวลาที่ทำเว็บพนัน รวมถึงตนได้พาพยานซึ่งเป็นเจ้าของตึกให้เช่ามายืนยันว่ามีการเช่าสถานที่เพื่อทำเว็บพนันออนไลน์จริง จะเอาอะไรไปรอด หลักฐานทั้งหมดถือว่าครบองค์ประกอบความผิด เหลือเพียงการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำและแกะรอยเส้นทางการเงินในวงรอบที่ 3 4 ต่อไป

 

"ทนายตั้ม" ส่งหลักฐานเชือด "กัน จอมพลัง" เชื่อเงินหมุนเวียนทะลุพันล้าน

 

​ทางด้าน พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการที่ กัน จอมพลัง อ้างว่านำเงินมาช่วยเหลืองานชายแดนถึง 200 ล้านบาท ว่า ตนมาทบทวนดูแล้ว ยอดเงินที่ใช้จริงตนมองว่า 50 ล้านบาทก็ยังชี้แจงยาก ดีไม่ดีอาจไม่ถึง 10 ล้านบาทด้วยซ้ำ เพราะสิ่งปลูกสร้างอย่างบังเกอร์นั้นไม่มีการก่อสร้างเลยแม้แต่อันเดียว มีเพียงตู้คอนเทนเนอร์มือสองประมาณ 50–60 ตู้ ที่เจ้าตัวเคยพูดเองว่าซื้อมาตู้ละ 30,000 บาท รวมถึงกล้องวงจรปิดและการเดินสายไฟหม้อแปลง ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างไรก็ไม่ถึง 200 ล้านบาทแน่นอน

 

พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร  กล่าว ต่อไปว่า ภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ติดตั้งเพื่อให้ทหารได้ใช้งาน แต่ติดตั้งไว้สำหรับทีมงานไลฟ์สดของ กัน จอมพลัง ที่เดินทางขึ้นมาทำคอนเทนต์เพื่อโปรโมตและเปิดรับบริจาคเข้าบัญชีธนาคาร 

 

​พล.ร.ต.ชลัมภ์ กล่าวถึงชนวนเหตุความขัดแย้งในอดีตว่า เริ่มต้นเมื่อช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้เข้าไปตักเตือน กัน จอมพลัง เรื่องการเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนที่อาจขัดต่อบันทึกข้อตกลงและมาตรการลดความตึงเครียดตามกลไกของกระทรวงกลาโหม ทำให้ กัน จอมพลัง ไม่พอใจและไปออกสื่อกล่าวหาตนว่าเป็นนักรบห้องแอร์ เมาสุราโทรไปต่อว่า พร้อมทั้งใช้คอนเทนต์และกลุ่มแฟนคลับกดดันให้ตนถูกย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อแสดงอิทธิพลหรือพาวเวอร์ว่าตนเองมีอำนาจเหนือข้าราชการ สามารถสั่งย้ายนายทหารระดับสูง หรือแม้กระทั่งขึ้นไปนั่งหัวโต๊ะสอบสวนแทนตำรวจและตำหนิรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้ 

 

ทนายตั้ม กาวเสริมว่า รวมถึงการนั่งเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และการพาบอดี้การ์ดเดินเข้า-ออกพื้นที่สู้รบชายแดนได้อย่างอิสระ ซึ่งแม้แต่ภรรยาของนายทหารในพื้นที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป ทั้งนี้ตนมองว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์หาประโยชน์เข้ามูลนิธิ

 

​ในช่วงท้าย ทนายตั้ม ได้กล่าวสรุปว่า ปัจจุบันมีพยานเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับทาง ดีเอสไอ แล้วกว่า 10 ปาก และจะมีทยอยเข้ามาเพิ่มเรื่อย ๆ ตนยอมรับว่าคดีของ กัน จอมพลัง มีความยากและซับซ้อนกว่าคดีของ น.ส.ปนัดดา มาก เนื่องจากเคสของ น.ส.ปนัดดา เป็นการโอนเงินเพียงไม่กี่ทอด แต่ในเคสของ กัน จอมพลัง ตนมองว่ามีลักษณะของการวางแผนจัดตั้งมูลนิธิขึ้นมาเพื่อโกงเงินอย่างเป็นระบบและซ่อนเงื่อน ซึ่งตนขอชื่นชมตำรวจสอบสวนกลางที่เร่งรัดคดี น.ส.ปนัดดา ได้อย่างรวดเร็ว และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ เดินหน้าทำคดีนี้ให้เสร็จสิ้น พร้อมยืนยันว่าตนและทีมงานจะคอยติดตามและกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดต่อไป 

 

เมื่อถามถึงกรณีที่บุ๋ม ปนัดดา และสามีกำลังถูกควบคุมตัวมาดำเนินคดีที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายษิทรา ได้ให้ความเห็นในฐานะผู้เคยผ่านประสบการณ์ว่า แนะนำให้ญาติเตรียมฟูกและหมอนมาให้ เนื่องจากในห้องควบคุมไม่มีให้ ต้องนอนบนพื้นแข็ง เชื่อว่าทั้งสองคนคงมีความทุกข์ใจอย่างมาก ทั้งนี้คาดว่าในวันพรุ่งนี้พนักงานสอบสวนจะคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง ซึ่งโอกาสได้รับการประกันตัวแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากคดีมีผู้เสียหายจำนวนมากและมูลค่าความเสียหายสูง ตำรวจคัดค้านแน่นอน ต้องไปรอลุ้นความเมตตาจากศาลอย่างเดียว

 

ส่วนประเด็นที่ น.ส.ปนัดดา เคยยื่นหนังสือแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยอ้างเหตุผลภาระดูแลลูกเล็กนั้น นายษิทรา กล่าวว่า มองว่าไม่มีน้ำหนักพอ เพราะผู้ต้องหาทุกคนต่างก็มีลูก ศาลจะพิจารณาจากอัตราโทษและความหนักเบาของข้อหาเป็นหลัก ซึ่งกรณีนี้มีโทษสูงถึง 20 ปี ดูจากเส้นทางการเงินแล้วแทบสู้ไม่ได้ คดีนี้รับสารภาพกลับสู้แล้วแพ้โทษก็เท่ากันคือ 20 ปี 

 

ทั้งนี้ ทนายตั้มยังยืนยันว่า ยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีของมูลนิธิกันจอมพลังมีมากกว่ามูลนิธิของบุ๋ม ปนัดดาหลายเท่า แม้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ตนเชื่อว่ามียอดเงินหมุนเวียนมากกว่า 1,000 ล้านบาททั้งที่มูลนิธิตั้งขึ้นในปี 2568 

 

"ทนายตั้ม" ส่งหลักฐานเชือด "กัน จอมพลัง" เชื่อเงินหมุนเวียนทะลุพันล้าน