ข่าว

ปฏิรูปประเทศต้องข้ามพ้นรัฐบาลชุดนี้

ปฏิรูปประเทศต้องข้ามพ้นรัฐบาลชุดนี้

11 มิ.ย. 2553

นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศการปฏิรูปประเทศไทย พร้อมออกจดหมายจากนายกรัฐมนตรีถึงประชาชน 63 ล้านคน เพื่อจะวางกรอบและโรดแม็พสำหรับการปรองดองแห่งชาติ

 เป็นความพยายามที่จะให้คนทั้งประเทศมาร่วมไม้ร่วมมือกันเพื่อจะฟื้นฟูประเทศไทย ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างยิ่งยวดจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 ข่าวบอกว่าจะมีการทาบทามอดีตนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน และราษฎรอาวุโส คุณหมอประเวศ วะสี มาเป็นประธานร่วมของคณะกรรมการปฏิรูปทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการเดินสายไปภาคต่างๆ เพื่อระดมสรรพกำลังคนทั้งประเทศมาร่วมกันฟื้นฟูประเทศชาติอย่างแท้จริง ถ้าทำได้ก็จะถือเป็นความริเริ่มที่มีความสำคัญยิ่ง แต่ที่สำคัญก็คือว่าต้องเอาทุกกลุ่มทุกฝ่ายของประเทศชาติมาร่วมกระบวนการเดียวกันนี้

 ขณะเดียวกันก็มีการตั้งหลายคนเพื่อที่จะทำหน้าที่การปฏิรูปสอบสวนหลายเรื่องหลายราว ที่สาธารณชนคนไทยต้องการรู้ เช่นตั้งคุณคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ความรุนแรง ตั้ง พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรอง ผบ.ตร. มาเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งต้องการการปรับปรุงแก้ไขอย่างยิ่งยวดเช่นกัน

 ข่าวบอกว่าจะตั้ง ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ มาเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปทางการเมือง และทางด้านปฏิรูปสื่อนั้นได้มีการพูดถึงคณบดี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ดร.ยุบล เบญจรงค์กิจ ทั้งหมดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปประเทศชาติในทุกรูปแบบและในหลายๆ สาย

 แน่นอนว่าบุคคลบางคนที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรี ถูกมองจากฝ่ายค้านว่ามีความลำเอียงหรือว่ามีอคติ แต่นั่นแหละการที่จะสร้างให้ประเทศไทยสามารถลุกขึ้นมายืนได้อย่างแท้จริงจำเป็นที่จะต้องมีการเริ่มต้นจุดใดจุดหนึ่ง

 ที่สำคัญก็คือว่า คนที่ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งให้เป็นแกนสำคัญในการปฏิรูปด้านต่างๆ นั้น มีความจริงใจ มีคุณสมบัติ และมีความพร้อม ที่จะระดมให้คนที่มีความเห็นแตกต่างมาร่วมกระบวนการเดียวกันได้หรือไม่ เพราะนี่เป็นกระบวนการระยะยาวสำหรับประเทศชาติ

 นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะอยู่ในตำแหน่งอีกนานเท่าไหร่ไม่มีใครทราบ จะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่เมื่อไหร่ไม่มีใครบอกได้ แต่ก็ไม่เกินจากนี้ไป 1 ปี

 ฉะนั้น ก็แปลว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น จะต้องมีการมองด้วยวิสัยทัศน์ยาวไกลกว่าเพียงแค่อายุของรัฐบาลชุดนี้หรือชุดต่อไปหลังการเลือกตั้ง จะต้องเป็นคณะบุคคลที่มีความจริงจังจริงใจที่จะแก้ปัญหาโดยไม่สนใจว่าใครจะมามีอำนาจทางการเมือง ใครจะเป็นนายกฯ หรือพรรคใดจะเป็นรัฐบาล

 เพราะนี่คือภารกิจของประเทศชาติ ที่จะต้องวางระยะห่างให้เหมาะสมกับอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลทางการเมือง ธุรกิจ วิชาการ เพราะว่าทุกคนที่มาร่วมกระบวนการนี้ต้องมองว่าอนาคตประเทศไทยอยู่ในมือของคนไทย และคนไทยทุกฝ่ายด้วยมิใช่คนไทยเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

สุทธิชัย หยุ่น