ข่าว

"กษิต"ไม่หวั่นเสียงหนุนน้อยขอลุยทำงานต่อ

"กษิต"ไม่หวั่นเสียงหนุนน้อยขอลุยทำงานต่อ

21 มี.ค. 2552

“กษิต”ไม่หวั่นเสียงไว้วางใจน้อย ขอเดินหน้าสางงานต่อ ด้าน“กรณ์”พอใจผลคะแนน แนะฝ่ายค้านตั้ง “ครม.เงา” ตรวจสอบการทำงานรัฐบาล ขณะเพื่อไทย ดาหน้าตะเพิด"กษิต” อ้างโชว์สปิริตมาตรฐานเดียวกับ“นพดล”

(21มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุมสภาฯ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้เดินทางออกจากสภา พร้อมให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ขอขอบคุณส.ส.ที่ลงคะแนนให้ ส่วนคะแนนที่ไว้วางใจน้อยกว่ารัฐมนตรีคนอื่นนั้นไม่เป็นไร เพราะการลงมติเป็นอิสระของส.ส. รัฐบาลทำงานเป็นทีม พรรคร่วมรัฐบาลก็ร่วมมือกันดี ไม่มีอะไรมากดดัน ซึ่งผลคะแนนดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการทำงาน อยากให้ดูที่ผลงานที่ออกมามากกว่า

 อย่างไรก็ตามตนไม่ถอดใจและไม่กดดันในเรื่องการทำงานต่อไป แต่จะต้องทำงานให้มีความระมัดระวังมากขึ้น ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาที่ทำงานถูกโจมตีตลอด แต่ไม่มีปัญหา และจะเดินหน้าทำงานต่อไป จากนี้ไปตนต้องเดินทางไปเยี่ยมประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยประเทศแรกจะไปเยือน คือ ประเทศพม่า เพื่อหารือถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และประเด็นเรื่องโรฮิงญา

 เมื่อถามว่ากลุ่มนปช.จะชุมนุมใหญ่วันที่ 26 มี.ค.และจะยึดทำเนียบรัฐบาล นายกษิต กล่าวว่า เป็นเรื่องนปช. แต่การชุมนุมต้องมีเหตุผลตนไม่วิตกอะไร เพราะเราเป็นคนทำงานมาโดยตลอด แม้จะเป็นเป้าก็ไม่เป็นไร เพราะรู้ตัวมาตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งแล้ว ตนพร้อมสู้เพราะอาสามาทำงานการเมือง
 ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวพอใจด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม กับผลคะแนนที่ออกมา ว่า การอภิปรายครั้งนี้เป็นโอกาสดีได้ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงภาพรวมวิกฤติเศรษฐกิจ และเหตุผลของรัฐบาลในการกู้เงิน เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้รู้สึกเสียดายที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ตอนแรกจะอภิปรายเรื่องเศรษฐกิจ สุดท้ายไม่ทราบเหตุผลว่าเพราะเหตุใดถึงไม่พูด ทั้งนี้ตนอยากเสนอให้ฝ่ายค้านตั้ง“ครม.เงา”เข้าตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเป็นตัวเลือกให้กับประชาชนในครั้งหน้า

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางฐิติมา ฉายแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.ฉะเชิงเทรา นายธเนศ เครือรัตน์ ส.ส.ศรีษะเกษ นส.วิสาระดี เตชะธีรวัฒน์ ส.ส.เชียงราย ร่วมแถลงผลการลงมติไม่ไว้วางใจนายกษิต   ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ โดยนางฐิติมา กล่าวว่า จากการที่ตนและส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายนายกษิต ที่ได้สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมการไม่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง และสายสัมพันธ์กับพันธมิตรฯ ส่งผลให้คะแนนนายกษิต ออกมาเช่นนี้ คือ ถูกยกมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ 184 คน นั้น ถือได้ว่ามีเสียงไม่ไว้วางใจมากกว่ารัฐมนตรีคนอื่นๆ ถึง 10 คะแนน ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับสมัยนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ที่ได้คะแนนจากการไม่ไว้วางใจน้อย นายนพดลก็ได้แสดงสปิริตด้วยการลาออกทันที
ดังนั้น นายกษิต ควรแสดงสปิริตลาออก เพื่อเป็นการแสดงมาตรฐานเดียวกัน ด้วยเช่นกัน หากไม่ลาออก ก็สะท้อนว่าไม่มียางอาย โดยหลังจากนี้ ทางพรรคเพื่อไทยก็จะตอกย้ำให้ประชาชนเห็นพฤติกรรมนายกษิต ไปเรื่อยๆ และจะเป็นตราบาปติดตัวนายกษิตไปตลอด