
ขายพันธบัตรอืดคลังยืดเวลาถึง16มิ.ย.
"กรณ์" ยืดวันขายพันธบัตรไทยเข้มแข็งถึงวันที่ 16 มิ.ย.นี้ หลังรายย่อยจองซื้อต่ำเกินคาด ยันไม่ขยายเพดานซื้อเกิน 1 ล้าน หวังกระจายการออมให้ทั่วถึง ย้ำผลตอบแทนดีกว่าอัตราอ้างอิงและเงินฝากแบงก์ความเสี่ยงต่ำ
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน จนถึงวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา มียอดจองแล้วทั้งสิ้น 6.5 หมื่นล้านบาท จำนวนคนจอง 8.8 หมื่นราย เฉลี่ยรายละ 7.38 แสนบาท กระทรวงการคลังโดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จึงได้ตัดสินใจขยายวันจำหน่ายพันธบัตรออกไปอีกถึงวันที่ 16 มิถุนายนนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีเวลาตัดสินใจและเข้าถึงข้อมูลมากขึ้นโดยเฉพาะในต่างจังหวัด
อย่างไรก็ตาม จะไม่ขยายเพดานการจองสูงสุดที่ 1 ล้านบาทออกไป เนื่องจากต้องการให้ประชาชนรายย่อยที่ต้องการออมได้รับผลตอบแทนสูงกว่าอัตราผลตอบแทนอ้างอิงถึง 0.94% หรือเฉลี่ย 6 ปี อยู่ที่ 4.17% ได้ซื้อพันธบัตรกันอย่างทั่วถึงและไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะขายให้รายใหญ่แต่อย่างใด โดยในปัจจุบันพบว่าความต้องการซื้อพันธบัตรของประชาชนรายย่อยยังมีสูง ซึ่งวัดจากสภาพคล่องในระบบที่มีสูงถึง 1.45 ล้านล้านบาท
"การชี้วัดความสำเร็จของการขายพันธบัตรในครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ระยะเวลาการขายที่สั้นเหมือนครั้งแรกที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่ต้องการชี้วัดจากจำนวนประชาชนทั้งประเทศที่มีโอกาสในการเข้าถึง โดยในปัจจุบันยังอยู่ที่ 8-9 หมื่นราย และคาดว่าเมื่อสิ้นสุดการจำหน่ายยอดจองน่าจะใกล้เคียงกว่าครั้งที่แล้วที่ประมาณ 1.1 แสนราย” นายกรณ์กล่าวและว่า ขณะนี้ยังมีเวลาอีกหลายวันจึงเชื่อว่าน่าจะขายได้หมด 1 แสนล้านบาท แต่หากไม่ครบตามจำนวนก็ไม่เป็นไรเพราะกระทรวงการคลังสามารถระดมเงินผ่านตั๋วสัญญาใช้เงิน 5 ปีมีอัตราดอกเบี้ยเพียง 3% เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เดิมได้ในอนาคต
นายกรณ์กล่าวว่า การขายพันธบัตรที่ใช้เวลามากกว่าครั้งที่ผ่านมานั้น ยอมรับว่าส่วนหนึ่งมีปัญหาทางการเมืองเข้ามาเป็นปัจจัยกดดัน เนื่องจากกระทรวงการคลังต้องเลื่อนการจำหน่ายพันธบัตรไปแล้วถึง 2 ครั้งและการประชาสัมพันธ์ที่ต้องยอมรับว่าอ่อนกว่าการจำหน่ายพันธบัตรครั้งที่แล้วมาก ขณะเดียวกันการที่บริษัทเอกชนเปิดขายหุ้นกู้ในระยะใกล้เคียงกันจึงส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชนบ้าง



