ข่าว

การเมืองนิ่งผู้บริโภคเชื่อมั่นดีขึ้นครั้งแรกในปีนี้

การเมืองนิ่งผู้บริโภคเชื่อมั่นดีขึ้นครั้งแรกในปีนี้

10 มิ.ย. 2553

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคขยับขึ้นครั้งแรกในปีนี้ รับปัจจัยบวกจากปัญหาการเมืองคลี่คลาย คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้เป็นบวก ระบุหากแผนปรองดองสำเร็จ ส่งผลต่อเสถียรภาพการเมืองดียิ่งขึ้น

 นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยเดือนพฤษภาคม 2553 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมเดือนพฤษภาคมเท่ากับ 67.6 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 67.2 มีปัจจัยบวกคือ ปัญหาการชุมนุมทางการเมืองคลี่คลายลง ส่งผลต่อจิตวิทยาในเชิงบวกว่าการเมืองไทยจะมีเสถียรภาพมากขึ้น หากแผนปรองดองแห่งชาติของรัฐบาลประสบความสำเร็จ

 นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2553 ขยายตัว 12% สูงสุดในรอบ 15 ปี ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ ขยายตัว 4.3-5.8%

  ส่วนปัจจัยลบ ได้แก่ ความวุ่นวายทางการเมือง ยังส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงลบต่อผู้บริโภค เนื่องจากการเมืองและแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ยังเป็นความเสี่ยงสูง สถานการณ์ภัยแล้งที่ขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้พืชผลทางการเกษตรบางส่วนได้รับความเสียหาย ด้านภาวะการค้าระหว่างประเทศพบว่าในเดือนเมษายน การส่งออกชะลอตัวลง และผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับการชะลอโครงการลงทุนที่มาบตาพุด

 ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกือบทุกรายการปรับดีขึ้น เพราะความวุ่นวายทางการเมืองคลี่คลายลงแล้ว จึงทำให้เกิดความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ มากขึ้น และจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

 "แม้ดัชนีความเชื่อมั่นจะดีขึ้นแล้ว แต่ไม่ได้สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น เพราะการจ้างงานยังไม่ดีขึ้น แต่รัฐบาลสามารถทำให้แผนปรองดองแห่งชาติประสบความสำเร็จ และการเมืองมีเสถียรภาพขึ้น จะทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นได้อีก ส่วนการบริโภค ขณะนี้ยังคงทรงตัวจนถึงไตรมาส 3 แต่จะดีขึ้นตามสถานการณ์นักท่องเที่ยว และการส่งออกสินค้าไทยที่คาดจะดีขึ้นในไตรมาส 4" นายธนวรรธน์กล่าวและว่า รัฐควรต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งอย่างรวดเร็ว ดูแลปัญหาภัยแล้ง และราคาสินค้าเกษตรให้มีเสถียรภาพ