ข่าว

บาดแผลและความทรงจำ

บาดแผลและความทรงจำ

11 มิ.ย. 2553

จำนวนผู้เสียชีวิต 88 คน บาดเจ็บ 1,885 คน จากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม-19 พฤษภาคม 2553 กำลังเป็นประเด็นทางการเมือง ฝ่ายหนึ่งตอกย้ำคำว่า "ทหารฆ่าประชาชน" หรือ "รัฐบาลฆาตกร"

 แต่อีกฝ่ายหนึ่งก็โต้กลับว่า "พวกหากินกับศพ" หรือ "พวกเผาบ้านเผาเมือง" 

 สัปดาห์นี้ ผมจึงอยากถ่ายทอดทัศนะของผู้ที่ทำงานภาคประชาชนมายาวนาน อย่าง ไพโรจน์ พลเพชร พี่ใหญ่เอ็นจีโอ ในฐานะประธานกรรมการ "ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายจากความรุนแรงทางการเมือง" หรือ ศรส. เขาได้พูดคุยกับทีมงานเนชั่นสุดสัปดาห์หลายเรื่อง

 ศรส.เป็นศูนย์เฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรับเรื่องร้องเรียนกรณีคนตาย สูญหาย ผู้บาดเจ็บ ผู้ถูกจับกุม และให้คำปรึกษาทางกฎหมาย

 "ในกรณีคนสูญหาย เป็นปัญหาของบ้านเรามาโดยตลอด หลังจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลา 2516, 6 ตุลา 2519, พฤษภา 2535 หรือแม้แต่ประวัติศาสตร์ 7 ตุลา 2551 หรือเดือนเมษาปีที่แล้ว ก็ยังมีข้อถกเถียงว่ามีคนหายจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองหรือไม่"

 ผมเห็นด้วยกับไพโรจน์ เราได้ยินแต่เรื่องว่าคนหาย คนตายเท่านั้นเท่านี้ เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 หรือพฤษภา 2535 ก็มีข่าวทหารขนศพไปทิ้ง แต่ไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ จึงควรมีหน่วยงานที่เข้ามาดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ

 อีกประเด็นหนึ่งที่ไพโรจน์มองย้อนอดีต 2-3 เหตุการณ์นองเลือดในมุมประวัติศาสตร์

 "เราไม่เคยชำระประวัติศาสตร์ทางการเมืองได้เลย และเมื่อดูข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านทุกสื่อ บนดิน ใต้ดิน ต่างฝ่ายต่างอ้างความถูกต้องของตัวเองในการอธิบายเรื่องราว ทำให้เป็นความจริงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง"

 ด้านหนึ่งที่มันไม่ได้ชำระประวัติศาสตร์ เนื่องจากมีการนิรโทษกรรมหลังจลาจลแทบทุกครั้ง จึงไม่มีใครกระทำความผิด ถือว่า "เจ๊า" กันไป ด้วยเหตุนี้ จึงอยากมีคนกระทำความผิดซ้ำ

 บ่อยครั้งที่มักมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังจากมีการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม และการเผาบ้านเผาเมือง ทำให้คนบางกลุ่มหวังไต่บันไดอำนาจด้วย "สูตรสำเร็จ" แบบนี้

 สำหรับพฤษภาวิปโยคที่เพิ่งผ่านไป ไพโรจน์ให้ข้อสังเกตไว้น่าคิด

 "เรื่องที่น่าเป็นห่วงคือ การเสียชีวิตของคนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เราไม่ได้เห็นพ้องกันว่า เขาเป็นผู้ที่เสียสละเพื่อประชาธิปไตยแล้ว"

 เนื่องจากในรอบสองสามปีนี้ มีการชุมนุมบ่อยครั้ง และมีกลุ่มการเมืองภาคประชาชนที่แบ่งชัดในเรื่องแนวคิดและอุดมการณ์

 "เพราะจากเหตุการณ์การชุมนุมของพันธมิตร ผู้ที่ตายก็เป็นวีรชนของพันธมิตร คนที่เสียชีวิตของ นปช. ก็เป็นวีรชนชอง นปช. ทหารที่เสียชีวิต ก็เป็นวีรชนของทหาร ทุกคนไม่ได้เป็นวีรชนของประเทศชาติ

 แล้วเราจะอธิบายการเสียชีวิตจากการต่อสู้ทางการเมือง ที่มุ่งหวังให้เกิดการเติบโตทางประชาธิปไตยว่าอย่างไร เพราะคนในชาติไม่เห็นพ้องกันแล้วว่าการตายเป็นการเสียสละเพื่อชาติ"

 เป็นคำถามและความเห็นของไพโรจน์ ต่อสถานการณ์บ้านเมือง ซึ่งหลายคนอาจเห็นแย้ง แต่ผมอยากให้ทุกคนเปิดใจกว้างรับฟังความเห็นอื่นบ้าง

 สรรพสิ่งล้วนเต็มไปด้วยความขัดแย้ง แต่ทั้งขัดทั้งแย้งกันแบบไม่ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน มันก็นำไปสู่การเผชิญหน้าและความรุนแรงในท้ายที่สุด

แคน สาริกา