
หนทางสู่ความปรองดอง
วันนี้รัฐบาลเริ่มเข้าเกียร์เดินเครื่องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจในการที่จะนำพาชาติบ้านเมืองเข้าสู่ความปรองดอง หลังจากเหตุรุนแรงเกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง รวมผู้เสียชีวิต 88 ศพ บาดเจ็บทางร่างกายนับพันคน
ส่วนบาดเจ็บทางจิตใจไม่อาจคำนวณได้
หากฟังกระแสข่าวที่ออกมาจากรัฐบาลว่าจะทำในหลายด้านเพื่อให้เกิดความปรองดอง ก็พอจะพยักหน้าคล้อยตามได้ว่า...น่าจะเป็นไปได้
แต่ถ้าคิดกันให้ละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ต้องยอมรับว่า สภาพที่บ้านเมืองแตกแยกอย่างรุนแรงแบบนี้รัฐบาลในฐานะที่จะต้องรับผิดชอบในการแก้ปัญหาจะทำอย่างไร
ในแผนปรองดองนั้นยังมีเรื่องการเยียวยา การเข้าไปดูแลปัญหาอันเป็นต้นเหตุให้คนเสื้อแดงส่วนหนึ่งออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ
ที่สำคัญ รัฐบาลจะทำอย่างไรเพื่อให้การเรียกร้องหาความเป็นธรรมนั้นปรากฏเป็นรูปธรรมที่สัมผัสได้
เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมันเกี่ยวพันกับการเมืองไปเสียหมด
แม้กระทั่งความช่วยเหลือ การเยียวยา หรือการเสนอโครงการดีๆ เพื่อคนในสังคม รัฐบาลยอมรับหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่อาจเข้าถึงชาวบ้าน เพราะติดปัญหาเรื่องการเมือง
แต่ "ปัญหาการเมือง" ก็ไม่อาจนำไปอธิบายเพื่อให้มีน้ำหนักว่า ที่รัฐบาลไม่สามารถ "ทำหน้าที่" ในบางพื้นที่ของประเทศไทยได้ เพราะเรื่องการเมือง
ไม่ใช่เหตุผลที่จะบอกว่า นี่คือการหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น เพราะรัฐบาล หรือตัวแทน หรือรัฐมนตรี พยายามจะนำโครงการ หรือความช่วยเหลือ หรือกระทั่งความรู้และทรัพยากรเข้าไปให้ชุมชน ตามหลักเกณฑ์ของการบริหารราชการแผ่นดิน
เพราะในความเป็นจริงแล้ว ก่อนที่โครงการหรือทรัพยากรที่รัฐเป็นฝ่ายแบ่งสันปันส่วนจะลงไปหาชาวบ้านในพื้นที่นั้น มันควรจะต้องไถ่ถาม เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม
เรื่องแบบนี้ไม่ควรจะไปยัดเยียดกันอยู่แล้ว
นั่นหมายความว่า การที่รัฐมนตรีจะเดินดุ่ยๆ เข้าหมู่บ้าน ในวันนี้พรุ่งนี้ ก็ควรจะหาวิธีส่งสารไปถึงชาวบ้านก่อน ว่าจะเอาแบบนี้ไหม หรือต้องการอย่างไร
พอๆ กับแผนปรองดองที่รัฐบาลกำลังเดินเครื่องอยู่นั่นแหละ
เอาเข้าจริงได้เคยถามไถ่คนทุกภาคส่วน ทุกกลุ่มบ้างหรือไม่ ?
หรือคิดเพียงแค่ว่า คนเหล่านั้นน่าจะเอาอย่างที่รัฐบาลได้ข้อสรุป
ความแตกแยกของบ้านเมืองในขณะนี้ รุนแรงและยากที่จะเยียวยาก็จริง แต่เมื่อเป็นรัฐบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบแล้วถึงอย่างไรก็ต้องหาวิธีที่ดีที่สุด เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากทุกฝ่าย
วิธีที่ดีที่สุดก็คือให้โอกาสเขาเสนอสิ่งที่เขาต้องการ !



