
ขึ้นอยู่กับจิตวิญญาณ
พอควันไฟจางลง ฟ้าหลังฝนสดใส เรื่องการปฏิรูปวงการตำรวจก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง
ช่วงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงองค์กรตำรวจถูกครหาอย่างหนักว่า ไม่เป็นมืออาชีพ เลือกปฏิบัติ เลือกข้าง ถึงขั้นวางเฉยต่อการกระทำผิดของผู้ชุมนุม
ถูกกระแนะกระแหนว่าเป็น "ตำรวจมะเขือเทศ" ควบคู่กับ "ทหารแตงโม" แม้ว่าลึกๆ แล้วการเลือกข้างอย่างชัดแจ้งอาจจะมีอยู่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์
ทว่าการวางเฉยส่วนหนึ่งอาจมาจากความเกรงกลัวจะตกเป็นจำเลยสังคม เหมือนอย่างเช่นเหตุการณ์ 7 ตุลา 51 ก็ตาม
เมื่อได้โอกาสนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงไม่รีรอที่จะสังคายนาตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีต รอง อ.ตร.เป็นผู้จัดหาคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ
พล.ต.อ.วสิษฐ เคยเป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาข้าราชการตำรวจ เมื่อปี 2549 หลังการปฏิวัติเปลี่ยนอำนาจบริหาร จากรัฐตำรวจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาอยู่ในมือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
มีการพูดถึงในหลายประเด็น ทั้งความพยายามที่จะให้องค์กรตำรวจปลอดจากนักการเมือง การกระจายอำนาจออกไปสู่ภูมิภาค ไม่รวมศูนย์เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ หรือแม้แต่เงินเดือนค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผล ฯลฯ
ความพยายามทั้งหมดก็เพื่อให้องค์กรตำรวจมีอิสระในการบริหารงานตัวเอง ?!!
เมื่อมีอิสระคณะกรรมการหลายคนเชื่อมั่นว่า จะช่วยขจัดปัญหาการการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งให้หมดไปได้
เมื่อการแต่งตั้งโยกย้ายโปร่งใส ทุกคนก็จะตั้งใจทำงาน แข่งขันกันที่ผลงาน ไม่ใช่เด็กของใคร และตั๋วเงิน
เมื่อได้เงินเดือนคุ้มกับค่าความเสี่ยง การเรียกรับสินบนก็จะหมดไป การทุจริตคอรัปชั่นในวงการสีกากีที่ว่ากันว่าฉาวโฉ่และโฉ่งฉ่างที่สุดก็สูญพันธุ์
นั่นคือแนวคิดที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานของการมองโลกในแง่บวก
แต่สิ่งหนึ่งที่ตำรวจทุกคนพึงมีและพึงตระหนัก คือ จิตวิญญาณของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
ต้องมีความรู้สึกรับผิดชอบต่อสังคมและต่อผู้อื่น ถ้าปราศจากส่วนนี้แม้โครงสร้างตำรวจจะดีอย่างไร ก็ไม่อาจแก้ไขให้คนมีคุณภาพขึ้นมาได้
ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูครับว่า เรา (ตำรวจ) มีจิตวิญญาณที่ว่านี้หรือไม่ ?!!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



