
วงสัมมนาสิทธิหลังไฟมอดจี้รัฐต้องเร่งทำความจริง
วงสัมมนา สิทธิหลังไฟมอด มองแก้ปัญหาบ้านเมืองได้ รัฐต้องเร่งทำความจริงกรณีพ.ค.เลือดให้ปรากฏ พร้อมต้องยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. คณะกรรมการสิทธิมุนษยชน ได้จัดสัมมนาเรื่อง “สิทธิหลังไฟมอด” โดยนางสารี อ๋องสมหวัง ผอ.มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ความเสียหายหลังไฟมอดมหาศาลโดยเฉพาะชีวิตคน แต่ก็มีปัญหาน่าคิดเวลานี้คือสังคมจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร คิดว่าถ้าจะให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก็ต้องช่วยกันทำให้ทุกอย่างที่เป็นข้อกังขาเกิดความจริงให้ได้ แต่เวลานี้เราไม่ฟังความจริงจากคนที่ไม่ใช่ฝ่ายเราเลย ซึ่งก็ไม่ได้ ต้องฟังความจริงทุกฝ่าย โดยพร้อมยอมรับ อย่าอคติว่าคนนี้ต้องไม่เป็นกลาง ซึ่งตรงนี้ทำให้ขณะนี้สังคมหาคนเป็นกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับไม่ได้
นอกจากนี้ไม่อยากให้มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นแค่เรื่องการจลาจล แต่ควรฉวยเป็นโอกาสที่จะมองว่าทิศทางของประเทศจะไปทางไหน และควรมีการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างไร เช่นในเรื่องคนที่มาชุมนุมไม่เคยมีใครพูดชัดว่ามาเพราะมีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามการเมืองระบบตัวแทนที่ผ่านมาสะท้อนว่าไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา ตรงกันข้ามกลับสร้างปัญหาจึงต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้สังคมไม่เจอเหตุการณ์อย่างนั้นอีก และไม่ทำให้การต่อสู้เพื่อประเทศเป็นแค่เรื่องวาทกรรม
“คิดว่ารัฐบาลต้องทำความจริงให้ปรากฏโดยเร็วที่สุด โดยให้ความเป็นธรรมกับทุกด้วย รวมทั้งเยียวยาทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม อย่างเช่นถ้าสืบค้นจนได้ความจริงปรากฏชัดว่าการเผาที่เกิดขึ้นมีการวางแผนจริง มูลนิธิฯก็ร่วมกับสภาทนายความฟ้องเหมือนกัน” ผอ.มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค กล่าว
นางสารี กล่าวอีกว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะออกกฎหมายควบคุมการชุมนุม เพราะไม่เชื่อว่าจะห้ามนปช.หรือพันธมิตรมาชุมนุมได้ สิ่งที่รัฐควรทำคือสร้างบรรทัดฐานการชุมนุมว่าชุมนุมอย่างไรสามารถทำได้ หรือทำไม่ได้และไม่ควรทำ โดยไม่จำเป็นต้องออกเป็นกฎหมาย อย่างเช่น กรณีที่เกิดขึ้นกับร.พ.จุฬา หรือการตั้งด่านตรวจค้นตามจุดต่างๆ สังคมต้องช่วยกันบอกว่าทำไม่ได้ รวมถึงในสถานการณ์ขณะนี้รัฐบาลไม่ควรคิดว่านปช.จะกลับมาชุมนุมอีก ดังนั้นจึงควรที่จะมีการยกเลิกการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ด้านนายพีรพันธุ์ พาลุสุข ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไฟมันมอดแล้วก็จริง แต่ในใจผู้ถูกระทบไม่มอด กลับลุกเพลิงขึ้น แต่ในสายตาผู้บริหารประเทศแกล้งมองไม่เห็น ถ้าดูในหลักสากลไทยเป็นภาคีอนุสัญญาเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน 7 ฉบับจาก 9 ฉบับ แต่เชื่อกลไกรัฐไม่ปฏิบัติตามอนุสัญญาถึงได้มีคนตายในเหตุการณ์เดือนพ.ค. เลือดจำนวนมาก การที่คนเป็นหมื่นมาชุมนุมเป็นเดือนผิดตรงไหน จะผิดก็แค่กีดขวางการจราจร เวลานี้รัฐกำลังจะออกกฎหมายห้ามชุมนุม ถ้าเอาตามที่ยกร่างไว้ การชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญไม่มีทางจะทำได้ เพราะที่สาธารณะที่กำหนดให้ชุมนุมได้ไม่มี
นายพีรพันธุ์ กล่าวอีกว่า เวลานี้ยังมีความพยายามไล่ล่าอยู่รวมทั้งมีการใช้เงินไปล่อ โดยบอกว่าจะให้เงินสองแสนถ้ายอมบอกว่าใครพาชุมนุมตรงนี้มีเจตนาที่จะเอาคำให้การของคนตรงเหล่านี้โยงไปให้ถึงพรรคเพื่อไทย ดังนั้นที่นายกฯไปพูดกับต่างประเทศว่าไทยสงบแล้วและเสนอแผนปรองดองแล้ว ใครจะเชื่อ ถ้ามองว่าไฟมอดแล้วอยากฟื้นฟู ก็ต้องยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเสีย เพราะการยังคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ก็จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถปฏิบัติตามหมวดสิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญได้อย่างเต็มที่ และเฉพาะหน้าต้องรีบทำให้ความจริงปรากฎ คนที่ไม่เกี่ยวก็ต้องรีบปล่อยตัวเขา ใครมีทำผิดแล้วมีหลักฐานก็ต้องดำเนินคดี แต่ก็ไม่เข้าใจว่าคนที่จะมาทำเรื่องนี้ทำไมรัฐต้องไปพึ่งนายคณิต ณ นคร ตามระบบกรรมการสิทธิก็มีหน้าที่อยู่ ซึ่งกรรมสิทธิก็ควรทำหน้าที่ของตนสอบสวนการละเมิดสิทธิจากการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ส่วนนายพิเชษฐ พัฒนโชติ อดีตรองประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงสร้างความเสียหายให้กับประเทศ แต่ยังสร้างบาดแผลลึกให้กับคนไทย ซ้ำยังสร้างตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับเยาวชน ดังจะเห็นจากการที่นักเรียน รร.มหิดลวิทยานุสรณ์ เผาห้องสมุดโรงเรียนแล้วบอกว่าผู้ใหญ่เผาบ้านเผาเมืองยังไม่เห็นเป็นไร ดังนั้นจึงน่าคิดว่าเราเก็บบทเรียนจากการชุมนุมที่เกิดขึ้นได้อย่างไร การที่พูดว่าการมาชุมนุมเป็นแค่การกระทำผิดกฎหมายจราจร คงจะไม่ได้ เพราะความเสียหายที่ตามมามีมากกว่านั้น จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง



