ข่าว

คดีสังหารแกนนำแดงโคราชการ์ดแรมโบ้อีสานไม่คืบ

คดีสังหารแกนนำแดงโคราชการ์ดแรมโบ้อีสานไม่คืบ

10 มิ.ย. 2553

คดีสังหารแกนนำแดงโคราช "อ้วน บัวใหญ่ " การ์ดแรมโบ้อีสานไม่คืบ เพื่อนเผยมีคนเตือนให้ระวังตัวหลังก่อเหตุซ่าส์ในม็อบ ทั้งผลักอกนายตำรวจ ป่วนงานพระราชทานเพลิงศพ แต่เจ้าตัวไม่ระวังจนถูกสังหาร

ความคืบหน้าการคลี่คลายคดีนายศักรินทร์  กองแก้ว อายุ 26 ปี หรือที่รู้จักในกลุ่ม นปช.แดงทั้งแผ่นดิน เจ้าของฉายา อ้วน บัวใหญ่  อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 3 ชุมชนบ้านบัว ต.บัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ที่บริเวณทางแยกเข้าชุมชนบ้านบัว ถ.เทศบาล 7 เขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ อ.บัวใหญ่  เมื่อกลางดึกวันที่  9 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น

  ล่าสุดเวลา 12.30 น. วันที่ 10 มิ.ย.53 จนท.ตำรวจ สภ.บัวใหญ่  ได้เคลื่อนย้านศพนายศักรินทร์มาที่ รพ.มหาราช นครราชสีมา เพื่อให้แพทย์เวรนิติเวช ชันสูตรพลิกศพตามกระบวนการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ จากเหตุฆาตรกรรม พบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าที่ศีรษะ และลำตัว อย่างละ 2 นัด จากนั้นได้มอบหมายให้ญาตินำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่ วัดบัวใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ ต่อไป

  พ.ต.ท พงษ์ศักดิ์  บุญดำเนินพาณิชย์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.บัวใหญ่  เปิดเผยพฤติการณ์ของคดีว่า ได้รุดไปตรวจสอบเหตุคนถูกยิง เมื่อเวลา 22.25 น. พบแต่เพียงกองเลือดที่บริเวณทางแยกเข้าชุมชนบ้านบัว ริม ถ.เทศบาล 7 เขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อคือนายศักรินทร์ ได้ถูกหามส่งไปรักษาที่ รพ.บัวใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถทนพิษบาดแผลได้ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ มีปลอกกระสุนปืน ขนาด 11 มม.ตกหล่นจำนวน 1 ปลอก สำหรับพยาน หลักฐานอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เบื้องต้นยังไม่พบแต่อย่างใด  เบาะแสคนร้าย หลังเกิดเหตุ จนท.ตำรวจ ได้วิทยุประสานไปยังสถานีตำรวจ ใกล้เคียงให้ช่วยออกมาตั้งด่านสกัดจับ จนถึงขณะนี้ก็ยังคงไร้วี่แววของคนร้าย 

  พ.ต.อ.สหรัฐ  ประสงค์นิจกิจ ผกก.สภ.บัวใหญ่ ให้สัมภาษณ์ หลังเสร็จภารกิจนำ พล.ต.ต อำนาจ  อันอาตย์งาม รอง ผบช.ภาค 3 ที่เดินทางมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุว่าได้สอบปากคำ พยานแวดล้อม ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ได้เพียง 1 ปากเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้ส่ง จนท.ลงพื้นที่ หาข้อมูลกับญาติ พี่น้อง และ บรรดาเพื่อนของผู้เสียชีวิต ถึงพฤติกรรมสาเหตุการฆาตกรรม แต่ก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเท่าไรนัก หลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุมีเพียงปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ใช้รถปิกอัพ เป็นยานพาหนะ ส่วนประเด็นการสอบสวน จนท.ได้ตั้งไว้ 3 ประเด็นหลัก คือทะเลาะวิวาทในกลุ่มวัยรุ่น ชู้สาว และการเมือง ซึ่งยังคงให้ความสำคัญกับทุกประเด็น ไม่ได้ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการกำชับให้เร่งติดตามสืบสวนหาหลักฐานเพื่อนำไปสู่การจับกุมคนร้าย เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญ คนร้ายไม่มีความเกรงกลัวต่อกฎหมาย

 นายวีรยุทธ  ดีสวน อาสาสมัคร หน่วยภัยฮุก 31 พยานเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ช่วงเวลาหัวค่ำ นายศักรินทร์ รุ่นพี่ ที่รู้จักในกลุ่มอาสาสมัครกู้ภัยฮุก.31 จุด อ.บัวใหญ่ นามเรียกขาน "บัวใหญ่ 16" ได้เดินทางมาพูดคุยกับพวกตนที่บ้านพักในละแวกเขตตลาดสดเทศบาลเมืองบัวใหญ่ ซึ่งทำเป้นประจำ จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.10 น. นายศักรินทร์บอกให้ไปส่งที่บ้านพักเพราะไม่ได้เอารถมา จึงไปด้วยกันโดยนายศักรินทร์เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ ขณะที่รถแล่นมาถึงบริเวณทางแยกเข้าบ้านพัก ได้มีรถปิกอัพมีแค๊ป สีดำ ไม่ทราบยี่ห้อ และเลขทะเบียน แล่นสวนทางมา คนในรถคันดังกล่าว ได้ตะโกนเรียก พร้อมกวักมือส่งสัญญาณ เพื่อจะสอบถามอะไรบางอย่าง อ้วน บัวใหญ่ จึงเลี้ยวรถแล่นกลับไปหา

 นายวีรยุทธ เล่าว่า ในรถปิกอัพมีชายฉกรรจ์อยู่ทั้งหมด 3 คน คนที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับ สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากผู้ที่สอบถามนั่งอยู่ในรถตลอด เขาได้ลดกระจกลงมาสอบถาม " น้อง พุทไธสง ไปทางไหน " นายศักรินทร์จึงได้บอกทาง พอสิ้นเสียงที่ตอบกลับไป คนในรถได้ใช้อาวุธปืนยิงทันที นัดแรกเข้าเจาะร่างนายศักรินทร์  จนฟุบคารถจักรยานยนต์ ความแรงของวิถีกระสุนยังมาเฉี่ยวเข้าที่ต้นแขนซ้ายของนายวีรยุทธ จึงรีบวิ่งหนีตายสุดชีวิต พร้อมกับได้ยินเสียงปืนดังตามมาอีก 5 นัด สิ้นเสียงปืน จึงวิ่งย้อนกลับไปดู เห็นรถปิกอัพ คนร้ายเร่งความเร็วหลบหนีไปทาง อ.คง นครราชสีมา โดยใช้เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างตัวอำเภอ ส่วนนายศักรินทร์ซึ่งขณะนั้นยังไม่เสียชีวิต จึงรีบติดต่อเพื่อนให้ช่วยกนันำส่งโรงพยาบาล บัวใหญ่ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

  รายงานข่าวแจ้งว่า นายศักรินทร์ เป็นแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช ที่อยู่ในสาย " ฮาร์ดคอร์ " ในช่วงการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่ผ่านมา อ้วน บัวใหญ่ ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่การ์ด นปช. คอยติดตามดูแล รักษาความปลอดภัยให้ นายสุภรณ์  อัตถาวงษ์ หรือ แรมโบ้อีสาน โดดเด่น ในช่วงที่ จนท.ตำรวจ เข้ารวบตัวแกนนำ นปช.ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่ง "กี้" อริสมันต์  พงษ์เรืองรอง สามารถหลบหนีได้โดยการโรยตัวมาจากชั้นสาม ส่วน แรมโบ้อีสาน หลบหนีไม่ทัน ถูกรวบตัวได้คาห้องพัก ซึ่ง อ้วน บัวใหญ่ นำกำลังการ์ด ฯ ไปช่วยเหลือนำตัวออกมาจากวงล้อมของ จนท.ตำรวจ มีการผลักอกนายตำรวจใหญ่ และคุมตัวไว้ เพื่อเปลี่ยนตัวกับแรมโบ้อีสาน ทำให้ อ้วน บัวใหญ่ ได้รับคำชม พร้อมกับเคลื่อนไหวลำดับอยู่ใกล้ชิดแกนนำคนอื่นๆ

  ส่วนการเคลื่อนไหวในพื้นที่ อ้วน บัวใหญ่ จะขึ้นปราศรัยด้วยถ้อยคำที่รุนแรงแบบไม่เกรงกลัวใคร  ในวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา อ้วน บัวใหญ่ ได้นำมวลชนคนเสื้อแดง ชุมนุมประท้วงขับไล่ประธานองคมนตรี ในขณะที่มาร่วมเป็น ประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ อดีตนายทหารคนสนิท ที่วัดสุทธจินดา เขตเทศบาลนครนครราชสีมา แม้นงานพระราชพิธีฯจะเสร็จสิ้น แต่ก็ทำให้นายทหาร นายตำรวจ ต่างไม่พอใจ กับการเคลื่อนไหว เริ่มตั้งแต่แขกผู้ใหญ่ ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ ทั้งๆที่มีการเตรียมการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ และยังมีการเปิดเพลงปลุกใจคนเสื้อแดง ในขณะงานพระราชพิธีฯ กำลังเริ่ม ทำให้มีการกระทบกระทั่ง ผลักอก กับนายตำรวจ ระดับ รอง ผกก.นายหนึ่ง ที่พยายามเข้าไปปิดเครื่องขยายเสียง

 ล่าสุดหลังการสลายการชุมนุม อ้วน บัวใหญ่ ถูกเรียกตัวไปพบ จนท.กองอำนวยการรักษาความสงบ กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี ตามอำนาจ พรก. โดย อ้วน บัวใหญ่  ถูกระบุในหมายเรียกลำดับที่ 17 ของแกนนำ นปช.ภาคอีสาน ซึ่งก็ไดพ้เดินทางไปพบ  จากนั้นก็เก็บตัวเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ใช้ชีวิตอยู่กับงานอาสาสมัครกู้ภัย แม้นจะมีการเตือนให้ระวังตัวจากผู้ใหญ่ในกลุ่ม นปช.  อ้วน บัวใหญ่ ก็ไม่ระวังตัว จนกระทั่งถูกยิงเสียชีวิต ส่วนสาเหตุจะเกิดจากเหตุใดทางตำรวจยังอยุ่ระหว่างการตรวจสอบให้แน่ชัด ทั้ง 3 ระเด็น