ข่าว

"มาร์ค"ลุยปรองดองเป็นของขวัญปีใหม่

"มาร์ค"ลุยปรองดองเป็นของขวัญปีใหม่

11 มิ.ย. 2553

นายกฯ แถลงแผนปรองดอง ชวนคนไทยร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ใช้เวลา 6 เดือนเสร็จทันสิ้นปีเป็นของขวัญปีใหม่ ยันความเคียดแค้นชิงชังไม่สามารถสร้างอนาคตประเทศได้ "ปณิธาน"เผยรัฐบาลเตรียมแปลจดหมาย “มาร์ค” ลุย “ปรองดอง” เผยแพร่ “ทั่วโลก”

 (10มิ.ย.) หลังจากเคารพธงชาติ เวลา 18.01 น. ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้อ่านจดหมายจากนายกรัฐมนตรีถึงประชาชนชาวไทย ประกาศเชิญชวนประชาชน "ร่วมเดินหน้าปฏิรูประเทศไทย" ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ดังนี้

"พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รัก หลายปีที่ผ่านมาเราได้สะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่สร้างความบอบช้ำให้ประเทศชาติและประชาชนอย่างรุนแรงหลายเหตุการณ์ สิ่งที่น่าเจ็บปวดที่สุดก็คือความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมด ล้วนแล้วแต่มาจากการกระทำของคนไทยด้วยกันเองทั้งสิ้น ผมมั่นใจว่าพี่น้องที่รักชาติบ้านเมืองทุกคน ไม่มีใครอยากเห็นความรุนแรง หรือความสูญเสียเกิดขึ้นอีก เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายลึกซึ้งเกินกว่าที่จะเยียวยาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นทางด้านจิตใจ

วันนี้ประเทศไทยต้องเดินหน้า แต่ความโกรธ ความเคียดแค้นและความชิงชัง ไม่สามารถสร้างอนาคตให้ประเทศไทยและลูกหลานไทยได้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะปรองดองเพื่อปฏิรูปประเทศไทย รวมใจเป็นหนึ่งเพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติ สร้างความเสมอภาค สื่อสารถึงกันอย่างสร้างสรรค์ ค้นหาและยอมรับความจริง โดยมีการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ทั้งหมดนี้รัฐบาลจะทำให้เกิดขึ้นฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่พี่น้องประชาชนทุกคน ทุกฝ่าย จะต้องช่วยกัน โดยผมจะจัดให้มีการรับฟังทุกเสียง ทุกความคิด ให้เราก้าวข้ามวิกฤตเพื่อสร้างอนาคตใหม่ให้ประเทศไทย

ถึงเวลาแล้วที่เราจะร่วมกันสร้างบ้านของเราด้วยกัน ผมจึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมกันเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ด้วยความเชื่อมั่นในพี่น้องคนไทยทุกคน สวัสดีครับ"

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ กล่าวผ่านทีวีพูลโดยมีตัวแทนภาคส่วนต่างๆที่ร่วมประชุมกับนายกฯยืนรวมกันที่บันไดภายในตึกไทยคู่ฟ้าว่า วันนี้ตนและรัฐบาลอยากจะเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนร่วมกันปรองดองเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปสร้างอนาคตใหม่ให้กับประเทศไทย ซึ่งวันนี้รัฐบาลได้จัดกิจกรรมหลายกิจกรรมเพื่อเป็นการส่งสัญญาณของการเริ่มต้นในกระบวนการนี้ เมื่อเช้านี้ (วันที่ 10 มิ.ย.) ได้จัดพิธีทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลต่อประเทศไทย ซึ่งการหลอมรวมจิตใจการขับเคลื่อนโดยการเชิญชวนทุกภาคส่วนของสังคมเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในเรื่องของการปรองดอง เพื่อนำไปสู่การปฏิรูป ในช่วงเย็น (วันที่ 10 มิ.ย.) ตนได้เชิญหลายภาคส่วนที่จะช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทย อาทิ ครม. ราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน สื่อสารมวลชน ตัวแทนภาควิชาการ ภาคธุรกิจเอกชน เป็นต้น

  สิ่งที่น่ายินดีนอกเหนือจากที่ประชาชนจะได้รับรู้รับทราบความพยายามในการขับเคลื่อนแผนปรองดอง 5 ข้อ ได้มีการรายงานความคืบหน้าในการตั้งกลไกต่างๆ ซึ่งทุกภาคส่วนได้ทำงานล่วงหน้าไปแล้ว มีความคิดริเริ่มมีกิจกรรมดีๆหลายกิจกรรม ซึ่งจะส่งเสริมทำให้การปรองดอง การปฏิรูป นำไปสู่การสร้างบ้านที่เป็นอนาคตใหม่ของประเทศไทย น่าจะเป็นไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นองค์กรส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง ได้มีการริเริ่มทำความเข้าใจ และระดมประชาชนมาทำกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีตามแผนปรองดอง กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีความพร้อมมีเครือข่ายที่จะทำความเข้าใจกับประชาชน ถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายสำคัญของแผนปรองดอง เป็นต้น ภาคธุรกิจเอกชนเริ่มทำงานแล้ว ในการจับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจที่จะมาหนุนช่วย ให้เรื่องการสร้างความเสมอภาคสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจมีความเป็นไปได้ ธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ธุรกิจชุมนุม สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นมิตร

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับสื่อสารมวลชนได้มีการทบทวนถึงบทบาทต่างๆที่จะนำไปสู่ความจำเป็นในการปฏิรูปการใช้ทรัพยากรของภาคสื่อสารมวลชนเอง ในการขับเคลื่อนแผนปรองดองและการปฏิรูปประเทศไทย รวมไปถึงภาควิชาการที่จะมีบทบาทสำคัญยิ่งในการระดมพลังที่จะเป็นพลังที่สำคัญที่สุดพลังหนึ่งคือ พลังของคนหนุ่มสาวที่มีทั้งความบริสุทธิ์ มีทั้งพลังแห่งการสร้างสรรค์ในการที่จะมาขับเคลื่อนเรื่องของกระบวนการปรองดองและการปฏิรูป และที่มายืนอยู่ตรงนี้เป็นเพียงส่วนเล็กๆของสังคมที่มีความพร้อมและได้เริ่มเดินหน้าไปแล้ว แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน มีความคิดความอ่านทางการเมืองอย่างไร ผมขอยืนยันว่าวันนี้เราพร้อมแล้วที่จะให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับกระบวนการนี้

 นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนได้ติดตามข่าวสารเพื่อจะได้ทราบถึงช่องทางในการที่จะเข้ามามีส่วนร่วมทั้งการให้ความคิดเห็นที่จะเผ้นประโยชน์กับกระบวนการ ทั้งในส่วนที่จะมีโอกาสในการขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ช่องทางที่เราจะเปิดไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปสำรวจความคิดเห็นก็ดี การมีโรศัพท์ การมีช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ล้วนแล้วแต่จะเป็นโอกาสสำหรับประชาชนทุกคนในการที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการสำคัญ กระบวนการประวัติศาสตร์ตรงนี้ ตนขอเรียนยืนยันกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่า การทำงานในเรื่องนี้จะไม่มีโอกาสสำเร็จได้เลย ถ้าประชาชนทุกคนไม่เข้ามาช่วยกันผลักดันให้นำไปส่ความสำเร็จ และตนทราบดีว่ากระบวนการนี้ซึ่งจะต้องแก้ไข คลี่คลายปัญหาต่างๆ รวมทั้งปรับปรุงเปลี่ยแปลงปฏิรูปโครงสร้างด้านต่างๆ จะต้องใช้เวลา

 ตนตระหนักตั้งแต่ต้นว่ากระบวนการนี้จะต้องใช้เวลายาวนานกว่าอายุของรัฐบาลชุดนี้ แต่ตนต้องการจะให้ในอีกหลายเดือนข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะเวลาที่เหลืออยู่ในปีนี้เราสามารถผนึกกำลังของคนทั้งประเทศ มีแผนของการที่จะนำไปสู่การปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศของเราให้หลุดพ้นจากภาวะวิกฆติและความรุนแรง และสร้างชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีและบ้านเมืองที่ดีสำหรับประชาชนทุกคน มีข้อตกลงเป้นรายละเอียดที่นำไปสู่การปฏิบัติได้ มีความชัดเจนว่าแต่ละภาคส่วนในสังคม รวมทั้งรัฐบาลจะต้องให้การสนับสนุนกระบวนการต่างๆอย่างไร และเสร็จทันภายในสิ้นปี เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

 นายกฯ กล่าวว่า งานใดก็ตามมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการและมีความพร้อมที่จะทำในปีนี้ก็จะสามารถเดินหน้าได้ทันที ตนขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนอีกครั้ง และขอเรียนว่าการทำงานในครั้งนี้เป็นการทำงานเพื่อส่วนรวมและบ้านเมือง ตนตระหนักดีว่าความคิดเห็นที่แตกต่างในสังคมเป็นธรรมชาติเป็นสิ่งที่มีอยู่ได้ และเป็นสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แผนปรองดองที่จะนำไปสู่การปฏิรูปจะไม่ไปทำลายความหลากหลาย ไม่ไปทำลายความแตกต่าง และเหตุการณ์ใดๆที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องมีการแสดงความรับผิดชอบใดๆก็ขอให้เป็นไปตามความเป็นจริงที่ขณะนี้รัฐบาลก็เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบ ค้นหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่

 “ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนอีกครั้ง และด้วยความเชื่อมั่นในพี่น้องประชาชนคนไทยและสังคมไทย ผมมั่นใจว่าความร่วมมือของพี่น้องประชาชนนั้นจะทำให้อนาคตของประเทศไทยเป็นอนาคตที่สดใส และทำให้บ้านเมืองก้าวพ้นวิกฤติ และประเทสไทยจะเป็นประเทศที่ได้รับความเชื่อถือ ความเชื่อมั่นและมีบทบาทสำคัญในสังคมโลกต่อไป” นายกฯ กล่าวปิดท้าย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนที่นายกฯจะขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาลผู้สื่อข่าวได้ถามนายกฯว่ามั่นใจในแผนปรองดองครั้งนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “มั่นใจครับ มั่นใจ ”

ประชุมภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนแผนปรองดอง

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 16.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี(หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์พร้อมด้วยรัฐมนตรีและที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมร่วมกับผู้แทนจาก 4 ภาคส่วน ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และสื่อมวลชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแผนปรองดองและการปฏิรูปประเทศไทย มีสาระสำคัญ ดังนี้

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณผู้แทนทุกภาคส่วนที่ได้มาร่วมการประชุมดังกล่าวเพื่อขับเคลื่อนแผนปรองดองและการปฏิรูปประเทศไทย พร้อมกล่าวถึงความก้าวหน้าในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับแผนการปฏิรูปประเทศไทยและแผนปรองดองก่อนที่จะขอความร่วมมือและความเห็นจากทุกภาคส่วนดังกล่าวว่า แนวความคิดในเรื่องของการจัดทำแผนปรองดองและการปฏิรูปประเทศไทยนั้น เกิดขึ้นในช่วงที่ได้มีการชุมนุมในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นนายกรัฐมนตรีได้ทำแนวทางในเรื่องของแผนปรองดองขึ้นมา ด้วยหวังว่าจะเป็นทางออกสำหรับการชุมนุม รวมทั้งได้มีการเชิญชวนทุกฝ่ายให้เข้ามาร่วมในแผนและทำงานในเรื่องนี้ ทั้งนี้เมื่อมีการประกาศแผนออกไปในครั้งแรกนั้นก็ได้รับการสนองตอบเป็นอย่างดีจากประชาชนทุกกลุ่มรวมไปถึงในส่วนของแกนนำผู้ชุมนุมเองที่ปรารถนาที่จะเข้ามาร่วมในกระบวนการปรองดองดังกล่าวด้วย

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แต่ในที่สุดแม้จะมีการตอบรับในเบื้องต้นแต่ก็ไม่ได้นำไปสู่การยุติการชุมนุมเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในขณะนั้น จนกระทั่งต่อมาจึงมีความจำเป็นของภาครัฐในการที่เข้าไปดำเนินการเพื่อให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างก็ไรก็ตามแม้แผนดังกล่าวจะไม่ได้รับการตอบรับในลักษณะของการเข้าร่วมด้วยการยุติการชุมนุมจากแกนนำผู้ชุมนุม และแม้เหตุการณ์จะคลี่คลายไปในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม ตนและรัฐบาลก็ยังมีความตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะเดินหน้าตามเจตนารมณ์ของแผน ซึ่งสรุปสาระสำคัญมี 5 ส่วน ดังนี้
 
เรื่องแรกคือ การร่วมใจพี่น้องประชาชนคนไทยเป็นหนึ่งเดียวในการที่จะปกป้องเทิดทูนสถานบันหลักของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่อยากจะให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันเพื่อให้เราสามารถที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาทั้งการล่วงละเมิดสถานบัน และการนำเรื่องของสถานบันเข้าไปอยู่ในความขัดแย้งทางการเมือง

เรื่องที่สองคือ ความตั้งใจในการที่จะแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับความเหลื่อมล้ำ ความไม่เสมอภาคในสังคม ซึ่งมักจะเป็นเงื่อนไขที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเพราะว่าเป็นความเดือดร้อนที่อยู่ในใจของประชาชนจำนวนมากและทำให้กลายเป็นเงื่อนไขที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในการเคลื่อนไหวชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นในทางการเมืองหรือเรื่องอื่นอยู่เกือบตลอดเวลา

เรื่องที่สามคือ ต้องการที่จะเห็นกลไกที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารมวลชนทั้งหมด สามารถที่จะมีบทบาทในการลดความขัดแย้งหรือไม่เป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งและความเกลียดชังเสียเอง ตรงนี้ก็พยายามที่จะหาแนวทางที่ไม่ขัดกับหลักในเรื่องของสิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชนและการนำเสนอข่าวสารต่าง ๆ สู่พี่ประชาชน

 เรื่องที่สี่คือ ในเหตุการณ์ของการชุมนุมก็ได้มีปัญหาของความสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นที่จะต้องให้สังคมได้สามารถเข้าถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด เพราะฉะนั้นก็จะมีเรื่องของการที่จะมีกลไกที่จะเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหลายทั้งปวง

เรื่องที่ห้าคือ เฉพาะในส่วนของประเด็นที่เกี่ยวข้องกับระบบการเมืองโดยตรงซึ่งยังคงเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งอยู่ก็ควรที่จะได้มีการนำเอาประเด็นของความขัดแย้งเหล่านี้มาพิจารณาอย่างเป็นระบบอีกครั้งหนึ่ง

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความตั้งใจเดิมว่า ถ้าหากทุกฝ่ายได้เข้าร่วมและไม่มีเหตุการณ์การปะหรือความขัดแย้ง หรือความรุนแรงขึ้น รัฐบาลก็ตั้งใจว่าจะทำให้การขับเคลื่อนตรงนี้สามารถเดินหน้าไปได้พร้อมจะจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 แต่เมื่อมีปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจึงคิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องสร้างบรรยากาศหรือสภาวะแวดล้อมที่ดีก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไปซึ่งในชั้นนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะกำหนดวันได้ แต่ก็เป็นความตั้งใจของรัฐบาลว่าถ้าเราสามารถขับเคลื่อนองค์ประกอบต่าง ๆ ของแผนนี้ซึ่งทราบดีว่าบางเรื่องจะต้องใช้เวลาเกินกว่าอายุของรัฐบาล โดยถ้าสามารถทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนตรงนี้ได้และบ้านเมืองสงบสุขรัฐบาลก็จะพิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสมในการจัดให้มีการเลือกตั้งต่อไป เพื่อเป็นการลดเงื่อนไงความขัดแย้งหนึ่งในทางการเมืองด้วย

เตรียม“แปลจม.”“มาร์ค”ลุยปรองดองเผยแพร่“ทั่วโลก”

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังเคารพธงชาติวันเดียวกันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจะอ่าน "จดหมายจากนายกฯถึงประชาชนชาวไทย" เพื่อเชิญชวนคนไทยให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการเดินหน้าแผนการปรองดองแห่งชาติ โดยนายกฯจะได้เปิดเผยถึงความรู้สึกกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และจะได้รายงานแผนการปรองดองที่ผ่านการประชุมร่วม หารือร่วมกับกลุ่มต่างๆ

 "อย่างไรก็ตาม จะมีการแปล “จดหมายจากนายกรัฐมนตรีถึงประชาชนชาวไทย” เป็นภาษาอังกฤษเพื่อเผยแพร่ไปทั่วโลก" นายปณิธาน กล่าว