
"ป้าแมว" ประกาศขายกิจการ ยืนยัน ผอ.นัยนา เป็นคนดี ไม่ควรถูกสั่งย้าย
"ป้าแมว" ประกาศขายกิจการ โสธรชัยเนอร์สซิ่งโฮม ยืนยัน ผอ.นัยนา ศบส.5 เป็นคนดี ตรวจละเอียด ไม่ควรถูกสั่งย้ายจากเหตุการณ์นี้
วันนี้ 9 ต.ค. 69 เวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม พร้อมด้วยทีมงานสายไหมต้องรอด ได้นำตัว "ป้าภัทร" ลงพื้นที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โสธรชัย เนิร์สซิ่งโฮม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อชี้จุดที่เคยถูกกักขังและทำร้ายร่างกายภายในศูนย์ฯ
ป้าภัทร เปิดเผยว่า แม้จะคิดว่าตนเองมีความเข้มแข็งขึ้นแล้ว แต่เมื่อกลับมาเห็นสถานที่ที่เคยถูกกักขัง ทรมาน และทำร้ายร่างกาย รวมถึงได้เผชิญหน้ากับ "ป้าแมว" และเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ อีก 2 คนซึ่งเคยลงมือทำร้ายตน ก็ยังรู้สึกหวาดกลัวและสะเทือนใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ มีอาการเกร็งทั่วร่างกายและหน้าซีด จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาดูแลและนำยาดมมาให้ ก่อนขอให้ป้าแมวและทีมงานออกไปนอกพื้นที่ เพื่อดำเนินการชี้จุดจนเสร็จสิ้น
นอกจากนี้ ป้าภัทร ยังได้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและทำแผนที่เพิ่มเติมใน "ห้องลับ" อีก 1 จุด ที่ตนเคยถูกนำไปขัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เคยตรวจพบมาก่อน ป้าภัทรยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคน รวมถึงลูกของตนเองให้ถึงที่สุดตามกฎหมาย
ก่อนที่ "น้องเจแปน" ลูกชายของป้าแมว จะเดินมายกมือไหว้ขอโทษกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งป้าภัทรยอมรับว่าให้อภัย แต่ในทางคดีจะไม่มีการละเว้นใดๆ พร้อมกล่าวรู้สึกดีใจที่เรื่องของตนนำไปสู่การช่วยเหลือผู้สูงอายุรายอื่นในศูนย์ฯ และกระตุ้นให้หน่วยงานรัฐปูพรมตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ
ทางด้าน "ป้าแมว" พร้อมลูกชาย ได้ประกาศขายศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโสธรชัยให้กับนักลงทุนหรือผู้ที่สนใจ โดยระบุว่ามีอุปกรณ์และระบบต่างๆ พร้อมดำเนินกิจการต่อทันที
นอกจากนี้ ป้าแมวยังได้ชี้แจงถึงกรณีที่น้องเจแปน ลูกชาย ไปให้ข้อมูลในรายการโหนกระแสเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างศูนย์ฯ กับ ผอ.สบส. 5 ว่าเป็นการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ไม่เป็นความจริง โดยยืนยันว่าตลอดเวลาที่ ผอ.นัยนา ดำรงตำแหน่ง ได้เข้าตรวจศูนย์ฯ อย่างละเอียด และถือเป็นคนดีที่ไม่ควรถูกสั่งย้ายจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งตนพร้อมที่จะไปออกรายการโหนกระแส เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแก้ต่างให้กับผอ.นัยนา



