ข่าว

ญาติติดต่อรับคนไข้กลับแล้ว "เจ" ลูกชาย "ป้าแมว" เตรียมรับไม้ต่อ แจงปมเตียงกรงเหล็ก

ญาติติดต่อรับคนไข้กลับแล้ว "เจ" ลูกชาย "ป้าแมว" เตรียมรับไม้ต่อ แจงปมเตียงกรงเหล็ก

07 ต.ค. 2569

"เจ" ลูกชาย "ป้าแมว" เตรียมรับไม้ต่อบริหารศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เผยออกแบบเตียงกรงเหล็กเอง ยอมรับกระทบความรู้สึกหลายคน รับมีญาติมาติดต่อ ขอรับคนไข้กลับไปแล้ว 5 ราย

หลายคนยังคงให้ความสนใจ กรณีคุณแม่รายหนึ่ง ร้องขอความเป็นธรรมผ่านรายการโหนกระแส อ้างว่าถูกลูกชายและลูกสะใภ้พาตัวไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ใน อ. ท่าม่วง จ. กาญจนบุรี โดยไม่สมัครใจนานกว่า 2 ปีครึ่ง พร้อมกล่าวอ้างว่าระหว่างอยู่ที่ศูนย์ถูกทำร้าย ข่มขู่ และบังคับให้กินยา ก่อนจะแอบติดต่อให้น้องสาวช่วยพาออกมา

 

โดยภายหลังจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง เข้าตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และต่อมา "ป้าแมว" เจ้าของศูนย์ดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ว่าเตรียมที่จะวางมือ แล้วส่งมอบการบริหารงานศูนย์ให้แก่ลูกชายชื่อ "เจ" มาดูแลเต็มตัว

ด้าน "เจ" ลูกชายป้าแมว เปิดเผยว่า ตนเองไปศึกษาต่อที่ มหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ (The University of Auckland) ประเทศนิวซีแลนด์ ในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ซึ่งตนอยากชี้แจงกับสังคมในประเด็นเรื่องสภาพแวดล้อมและนวัตกรรมภายในศูนย์ฯที่ไม่เหมือนใคร มีลักษณะเป็นเตียงครอบหรือกรง ซึ่งคุณแม่ได้อธิบายเหตุผลไปแล้วว่าทำไมตอนแรกถึงมองว่าควรทำเตียงครอบ แต่การนำมาประยุกต์ใช้จริง ตนยอมรับว่าเป็นการออกแบบด้วยตนเอง โดยในมุมมองทางการแพทย์ ตนยึดหลักการทำตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ แต่ขอน้อมรับทั้งผิดรับชอบ

 

ยอมรับว่าต้นตอของปัญหาในวันนี้ เกิดจากความบกพร่องของตนเองในการประเมินตัวคนไข้ และการเก็บข้อมูลเวชระเบียน ซึ่งหลังจากที่คนไข้รายดังกล่าวออกไป ทางศูนย์ได้มีการทำรายงานและจัดประชุมกันอย่างจริงจัง ซึ่งล่าสุดได้มีการเปลี่ยนนโยบายการรับคนไข้เรียบร้อยแล้ว พร้อมยืนยันให้สังคมสบายใจได้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

ถามว่าเป็นการน้อมรับทุกอย่างที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. แนะนำเพื่อนำมาปรับปรุงหรือไม่ เจยืนยันว่า น้อมรับทุกอย่าง ทั้งจาก สบส. และมุมมองของสังคม เข้าใจแล้วว่าแม้จุดประสงค์ของกรงคือการป้องกันอันตราย แต่หน้าตาของอุปกรณ์ที่ส่งผลต่อความสบายใจของคนไข้ ตลอดจนความมั่นใจของญาติ และทุกๆคนที่มองมา ก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยหลังจากนี้จะนำไปเป็นโจทย์ในการพัฒนาว่าจะทำอย่างไรให้สามารถแบ่งบริเวณได้อย่างปลอดภัยและยังดูดี นอกจากนี้ ทางศูนย์ตั้งใจที่จะทำการประชาสัมพันธ์ชี้แจงออกมาให้ทราบอีกครั้ง เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าทางศูนย์ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายใน 1 - 2 เดือนนี้อย่างแน่นอน

 

สำหรับผลกระทบหลังเกิดข่าว คุณเจ เปิดเผยว่า ล่าสุดเมื่อวานนี้ มีญาติมาติดต่อขอรับคนไข้กลับไปแล้วจำนวน 5 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ 3 รายเป็นครอบครัวเดียวกัน โดยญาติเดินทางมาในช่วงดึก เพราะเกรงว่าจะพบเจอรถของทุกคนและไม่มีที่จอดรถ ตนเคารพในการตัดสินใจของญาติ ไม่ว่าจะเป็นเพราะไม่อยากพัวพันกับข่าว หรือเพราะความมั่นใจที่ลดทอนลงไป แต่จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ทางศูนย์ยังรู้สึกขอบคุณที่แม้ญาติจะพาคนไข้กลับ แต่ในความรู้สึกที่คุยกัน ญาติก็ยังเอาใจช่วยทางศูนย์อยู่

 

เข้าใจสังคมดีว่าทำไมเรื่องนี้ถึงออกมาในทิศทางลบ และไม่มีอะไรที่จะไปโต้แย้ง แต่ขอขอบคุณญาติและคนไข้ โดยเฉพาะคนไข้ที่ออกไปแล้วแต่ยังมีคอมเมนต์ว่าการมาอยู่ที่ศูนย์ทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้นและประสบความสำเร็จ ซึ่งเจเข้าใจดีว่าหากพูดถึงข้อดีในตอนนี้ อาจจะดูเหมือนผักชีโรยหน้า แต่ใจความสำคัญที่สุดหลังจากนี้คือ ทางศูนย์ต้องการให้มีเคสคนไข้ที่ดูแลสำเร็จมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพื่อสิ่งอื่นใด แต่เพื่อผลประโยชน์ของตัวคนไข้เองอย่างเต็มที่

 

ขอบคุณ โหนกระแส 

 

ญาติติดต่อรับคนไข้กลับแล้ว "เจ" ลูกชาย "ป้าแมว" เตรียมรับไม้ต่อ แจงปมเตียงกรงเหล็ก

 

ญาติติดต่อรับคนไข้กลับแล้ว "เจ" ลูกชาย "ป้าแมว" เตรียมรับไม้ต่อ แจงปมเตียงกรงเหล็ก