ข่าว

เฉลิมสรุปเดือดสุเทพท้ากลับลงมติ11โมง

เฉลิมสรุปเดือดสุเทพท้ากลับลงมติ11โมง

21 มี.ค. 2552

"เฉลิม"สรุปการอภิปรายไม่ไว้วางใจระบุนายกฯอภิสิทธิ์ร่วมซักฟอกเงินทีพีไอโดยผ่านแมสไซอะ ด้าน“สุเทพ” ลุกขึ้นท้า "เฉลิม" กล่าวหา ปชป. ไซฟ่อนเงิน เดิมพันยุบพรรคข้อหากลั่นแกล้ง “ดร.เฉลิม ” ด่ากลับเหิมเกริมไม่อยากยุ่งคนความรู้น้อย โวลั่นรัฐบาลอยู่ไม่ได้แล้ว แม้เส

นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย โดยระบุว่าไม่สามารถไว้วางใจ รมว.มหาดไทย ด้วยเหตุผล 5 ประการ คือ 1.นายชวรัตน์เป็นนักธุรกิจการเมืองที่ไร้อุดมการณ์เพื่อประชาชน มีพฤติการณ์ไม่รู้บุญคุณผู้มีพระคุณ 2.มีพฤติการณ์ใช้อำนาจแต่งตั้งบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งเพื่อประโยชน์ของพวกพ้องและคนใกล้ชิด

 3.บริหารกระทรวงแบบผิดธรรมเนียม ขาดวิสัยทัศน์ ตั้งคณะทำงาน รมว.มหาดไทย 17 คน โดยมีประธานคณะทำงานคือนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายนายเนวิน ชิดชอบ ไปแทรกแซงการทำงานของข้าราชการ สั่งข้าราชการชี้แจงการจัดเงินอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันมีโครงการที่พร้อมเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองประมาณ 3,000 โครงการ โดยทุกโครงการต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานคณะทำงาน รมว.มหาดไทยก่อน 4.ไม่ทุ่มเทในการทำงานอย่างเต็มที่ และ 5.มีผลประโยชน์ทับซ้อน

 ส่วนนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย นั้น นายไพจิตกล่าวว่า มีการแทรกแซงงบบริหารท้องถิ่น สาเหตุที่ไม่สามารถไว้วางใจได้เพราะเรื่องการแจกเงิน 500 บาท พร้อมทั้งแนบนามบัตรตัวเอง และแจกผ้าห่มที่เป็นงบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่บ้านพักของตัวเอง ใน จ.นครราชสีมา

ซัดความผิดถึงยุบพรรคภูมิใจไทย

 ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รมว.มหาดไทยมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต เอื้อประโยชน์พวกพ้อง สั่งการทุจริตในวงราชการ เช่น กรณีการจัดซื้อผ้าห่ม ที่แต่ละจังหวัดเคยจัดงบช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยหนาวจังหวัดละไม่เกิน 1 ล้านบาท แต่มีการสั่งการให้เพิ่มเพดานจัดซื้อถึงจังหวัดละ 50 ล้านบาท และจากเดิมที่เคยจัดซื้อจากกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชนต่างๆ ก็กลับไม่จัดซื้อ ไปจัดซื้อที่อื่น แถมผ้าห่มที่จัดซื้อก็มีขนาดสั้นและน้ำหนักเบา ซึ่งมีข่าวว่าจัดซื้อในราคา 238 บาท ต่ำกว่าราคากลาง 2 บาท ทั้งที่ราคาจริงที่ซื้อตามท้องตลาดอยู่ที่ 120-140 บาท ส่วนต่างเข้ากระเป๋าใคร

 ประเด็นที่สองรุนแรงถึงยุบพรรค เพราะเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ รมว.มหาดไทย เดินทางไปเปิดที่ทำการอำเภอวังสามหมอ จ.อุดรธานี และมีการสั่งการให้นายอำเภอ และท้องถิ่น รวบรวมสมาชิกมาอย่างน้อยหมู่บ้านละ 30 คน ให้สนับสนุนยานพาหนะ และค่าน้ำมัน แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในทุกพื้นที่ ที่นำมวลชนมาร่วมงานดังกล่าว และเปิดตั้งโต๊ะรับสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยพร้อมทั้งแจกเสื้อของพรรคการเมือง ซึ่งขัด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 22

 นายศักดา คงเพชร  ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ รมว.มหาดไทย และ รมช.มหาดไทย โดยระบุว่า บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดร้ายแรง เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ไม่คำนึงประโยชน์ของประชาชน แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่อทุจริตต่อหน้าที่ ลุแก่อำนาจ เป็นเหตุให้การบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ

มท.2แจงย้าย ขรก.ปัดกลั่นแกล้ง

 นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงเรื่องการโยกย้ายข้าราชการว่า อยู่บนพื้นฐานความเหมาะสม ความรู้ความสามารถ คนเป็นข้าราชการจะย้ายไปตรงไหน โดยเฉพาะตำแหน่งปลัดมหาดไทย พิจารณาอย่างรอบคอบและนำคนที่มีความรู้ความสามารถมาทำงาน ส่วนระดับอธิบดีและผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นระดับ 10 นั้น 1 ปีมีย้าย 2 ครั้ง คือย้ายกลางปีกับปลายปีงบประมาณ ที่บอกไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น การย้ายครั้งนี้ระดับซี 10 มี 28 คน พิจารณาบนพื้นฐานกฎหมายโดยเป็นอำนาจของปลัดกระทรวง ไม่มีการกลั่นแกล้ง

 ส่วนกรณีกล่าวหานายชวรัตน์ไป จ.อุดรธานี แล้วไปมีพฤติการณ์เกณฑ์คนมาต้อนรับ เปิดรับสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยนั้น นายบุญจงกล่าวว่า ผู้อภิปรายรู้ไม่จริง นายกฯ กำชับให้รัฐมนตรีลงพื้นที่พบประชาชน ไม่มีการบังคับเกณฑ์คนไปต้อนรับ เสื้อที่เอามาโชว์บอกนายชวรัตน์ใส่เสื้อมีโลโก้พรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่เรื่องจริง เสื้อที่ใส่เป็นเสื้อของกระทรวงมหาดไทย เป็นเสื้อสกรีน ปกป้องสถาบัน ด้านหลังสกรีนข้อความ "สงบ สันติ สามัคคี"

"เหลิม"สรุปอภิปราย-ท้าสาบานพระแก้ว

 ต่อมาเวลา 23.10 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย  ขึ้นสรุปปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตนอยากรู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะตอบอย่างไร เพราะรายงานผู้สอบบัญชี นั้น กรณีเรื่องงบดุล ระบุว่าผู้บริหารกิจการเป็นผู้รับผิดชอบความถูกต้อง ซึ่งผู้บริหารกิจการ ก็คือกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ อีกทั้งเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2548 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เหรัญญิกพรรค เป็นผู้เซ็นรับรองงบดุล ซึ่งก่อนเซ็นรับรองงบดุล กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์จะต้องตรวจสอบก่อน ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์จะหนีความรับผิดชอบนี้ไปไม่ได้

 ร.ต.อ.แสดงเอกสารยืนยันว่า เงินบริจาคกว่า 200 ล้านบาทจากบริษัททีพีไอโพลีน ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์มีการผ่องถ่ายโอนให้กับคน 4 กลุ่มในพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มแรก คือกลุ่มนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ กลุ่มที่สองกลุ่มของนายประจวบ สังข์ขาว กลุ่มที่สาม กลุ่มของนายนิพนธ์ บุญญามณี และกลุ่มที่สี่ กลุ่มของนายประพร เอกอุรุ

 ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า ทีพีไอไปว่าจ้างบริษัทที่ไม่มีฐานะ มีทุนจดทะเบียนแค่ล้านเดียว ที่อยู่ก็เป็นเพียงทาวเฮ้าส์เล็ก ๆ ไม่มีโรงพิมพ์เป้นของตัวเอง จ้างทำป้ายประชาสัมพันธ์ได้อย่างไร

 " โพลล์บอกเฉลิมไม่น่าเชื่อถือไม่เป็นไร ทีพีไอโพลีน จดทะเบียน 9 คน ต้องลงชื่อ 2 คน และต้องมีประทับตราบริษัท นิติกรรมถึงจะสมบูรณ์ จึงจะจ้างเมซไซอะได้ แต่สัญญาที่เซ็นมีเพียงนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ คนเดียว ที่ลงนามจ่ายเงิน และไม่มีการประทับตราบริษัท นี่มันไซฟ่อนเงินชัดๆ "

 ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เมื่อเช้านายนิพนธ์ บุญญามณี ชี้แจงในสิ่งที่ผมไม่ได้ถาม ที่บอกครอบครัวทำธุรกิจปูนผง ก็มีไป จะทำอะไรก็ทำไป แล้วน้องสาวนายนิพนธ์รับเงินสิบล้าน นายนิพนฑ์บอกว่ามีสัญญาว่าจ้าง ก็ต้องยื่นสัญญานั้นให้ประธานฯตรวจสอบ

 " กกต.ให้เงินสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ 29 ล้านบาท ซึ่งช่วงนั้นนายอภิสิทธิ์เป็นกรรมการบริหารพรรค ต่อมาพรรคประชาธิปัตย์จ้างเมซไซอะทำป้าย แต่เงินราชการตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ทำอะไรต้องเบิกต้องมีหลักฐาน แต่นี่ไม่มี เงียบ เนียน เรียบร้อย แต่อยู่มาโผล่พรวดวางบิล 3 ใบ คือ 1.เอกสารวางบิล 2. เอกสารเบิกเงิน และ 3.ใบกำกับภาษีโดยนายประจวบ จู่ๆ ก็ขอเบิกเงิน 23 ล้านบาท ถือเป็นการไซฟ่อนเงินของ กกต.โดยผ่านบริษัทเมซไซอะ อีกครั้ง โดยเงินถูกโอนไปเข้าที่กลุ่มของนายประดิษฐ์ ซึ่งเชื่อว่ามีการนำเงินไปใช้ในการเลือกตั้งปี 2548

 ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หลังจบการอภิปราย ฝ่ายกฎหมายของพรรค จะรวบรวมข้อมูลไปยื่น กกต.เพื่อเสนอยุบพรรคในสัปดาห์หน้า และถ้าคนในพรรคประชาธิปัตย์ไม่เชื่อ ก็ขอท้าสาบานที่โบสถ์พระแก้วมรกต ด้วยกัน

"สุเทพ"ท้าเดิมพันยุบพรรคอีกรอบ

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวหาว่ามีการรับเงินเข้าพรรคโดยไม่แสดงบัญชี การใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ท่านและพรรคเพื่อไทยต้องร่วมกันรับผิดชอบ เรื่องนี้เดิมพันยุบพรรคอีกครั้ง

 ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่รับท้า แค่เห็นหน้านายสุเทพก็ยังไม่อยากมอง

 " ผมไม่อยากพูดกับคุณถึงไม่ใส่ชื่อไป เหิมเกริมมาก ไว้รอรอบหน้า " ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

 ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่านายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ถูกแจ้งจับในฐานะผู้ก่อการร้ายสากล มีการลงบันทึกประจำวันไว้ชัดเจน โดย สภ.ราชาเทวะ ได้ทำหนังสือแจ้งนายกรัฐมนตรีผ่านศูนย์ปฎิบัติการกระทรวงมหาดไทย นายกษิตจะผิดถูกไม่รู้ แต่ต้องไปมอบตัวสู้คดี ผมกล่าวหานายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ เพราะนั่งประชุมกับผู้ต้องหาทุกวันอังคาร  ถ้านายอภิสิทธิจะอ้างไม่รู้ไม่ได้ ต้องให้นายกษิตไปมอบตัว ไม่เช่นนั้นท่านจะถูกด่าตลอด ไม่สง่างาม

 หลังจากนั้นนายชัย ได้สั่งยุติการอภิปรายในเวลา 00.00 น.และนัดประชุมเพื่อลงมติวันเสาร์ที่ 21 มีนาคมนี้ เวลา 11.00 น.

"เฉลิม"โวลั่นข้อมูลเด็ดปชป.สะเทือน"อยู่ไม่ได้แล้ว

ร.ต.อ.เฉลิม  กล่าวภายหลังปิดประชุมว่า สถานการณ์ขณะนี้รัฐบาลอยู่ไม่ได้อยู่แล้ว ข้อมูลที่เปิดออกมาพรรคประชาธิปัตย์สะเทือนแน่นอน  เมื่อถามถึงกรณีนายสุเทพ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยต้องระวังเมื่อกล่าวหาใส่ร้ายผู้อื่น หากพิสูจน์แล้วม่เป็นจริงอาจถูกยุบพรรคนั้น ร.ต.อ  เฉลิมกล่าวว่า กฎหมายเก่า(พรบ.พรรคการเมือง)ถ้าแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จจะมีโทษเฉพาะบุคคล หากเป็นกฎหมายใหม่ถ้าแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จจะมีโทษทั้งพรรค ส่วนเรื่องการโหวตก็บอกตั้งแต่ต้นแล้วไม่ชนะ

นายกฯเลี่ยงตอบปรับครม.บอกให้ดูเป็นวันๆไป

เมื่อเวลา 00.05 น .ของวันที่ 21 มี.ค.นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการสรุปการอภิปรายของร.ต.อ.เฉลิมว่า ไม่เห็นมีอะไร ก็เหมือนวันอภิปรายเมื่อวาน(19มี.ค.)   เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่หลังการอภิปรายจะมีการปรับครม.นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่เห็นมีอะไร ว่ากันทีละวัน  ต่อข้อถามที่ว่าในการโหวตไว้วางใจรัฐมนตรีคะแนนอาจจะเหลื่อมล้ำ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่เห็นมีอะไร