
"มาร์ค-ภรรยา"นำขรก.ทำบุญทำเนียบ
นายก"อภิสิทธิ์"นำครม.-ข้าราชการทำบุญใหญ่ทำเนียบ เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชาวไทย หัวหน้าพราหมณ์ แนะย้ายศาลพระภูมิทำเนียบรัฐบาล ให้มองเห็นได้ชัด ไม่ตรงท่อระบายน้ำ
(10มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 07.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบวงสรวงศาสนาพราหมณ์ ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ภริยาฯ พร้อมด้วยรัฐมนตรีหลายคนที่มาร่วมในพิธีด้วย อาทิ พล.ต.สนั่น ขจรประสาสน์ รองนายกฯ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม นายอิสระ สมชัย รมว.พัฒนาสังคมฯ นอกจากนี้ยังมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลมาร่วมงานจำนวนมาก
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้จุดธูปเทียนที่โต๊ะบวงสรวง พร้อมอธิษฐานจิต จากนั้นพระราชครูวามเทพมุนีได้ทำพิธีบวงสรวง เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรีและภริยาโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่เครื่องบวงสรวงและถวายพวงมาลัย เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า อย่างไรก็ตามภายหลังพิธีพราหมณ์ท่านหนึ่ง เปิดเผยว่า ได้นำเครื่องบวงสรวงที่ผ่านพิธีแล้วทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลไม้ อาทิ มะม่วง ดอกไม้ สัปปะรด ขนุน ฯลฯ ไปเก็บไว้ที่ตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อเตรียมแจกจ่าย และส่วนหนึ่งพราหมณ์ได้นำขึ้นไปถวายศาลพระพรหมบนดาดฟ้าของตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งเป็นที่ทำงานของนายกรัฐมนตรีด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศในการทำพิธีพราหมณ์ที่สนามหญ้านั้นเป็นพื้นที่โล่งกลางแจ้งจึงทำให้มีการรักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุม โดยมีทั้งสารวัตรทหาร ตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบ ตำรวจนอกเครื่องแบบ และทีมศรภ.ของนายกฯ มายืนคุ้มกันโดยรอบสนามหญ้า พร้อมกับมีกำลังส่วนหนึ่งไปซุ่มอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึกไทยคู่ฟ้าด้วย ส่วนเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านล่างก็คอยมองไปยังยอดตึกต่าง ๆ ตลอดเวลาเพราะโดยรอบทำเนียบมีอาคารสูงหลายตึก อาทิ ตึกธนาคารธกส.สำนักงานใหญ่ ตึกสำนักงานปปช. กพ.และกพร. และตึกของพาณิชยการพระนคร พร้อมกันนี้ยังมีการนำรถตัดสัญญาณโทรศัพท์มาจอดอยู่ริมรั้วด้านหน้าตึกไทยฯซึ่งห่างจากบริเวณทำพิธีประมาณ 20 เมตร
จากนั้นเวลา 07.55 น. นายกรัฐมนตรีและคณะเดินไปยังตึกสันติไมตรีหลังนอก เพื่อเป็นประธานการประกอบ “พิธีทางศาสนา 5 ศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประเทศไทย” ประกอบด้วย ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและศาสนาซิกข์ โดยก่อนทำพิธี เวลา 08.00 น. มีการยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติร่วมกัน และจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่พิธีการโดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยหรือช่อง11
โดยพิธีทางศาสนา 5 ศาสนา นั้นมีนายกรัฐมนตรีและภริยาเป็นประธาน โดยมีผู้เข้าร่วมซึ่งเป็นบุคคลสำคัญจากหลายภาคส่วนร่วมประกอบพิธีประมาณ 500 คน โดยนายกฯได้เปิดกรวยกระทงดอกไม้หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและเริ่มพิธีทางศาสนาตามลำดับ เริ่มจากพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ของศาสนาพุทธ พิธีดุอาห์ของศาสนาอิสลาม พิธีทางศาสนาของศาสนาคริสต์ พิธีการสวดบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลของศาสนาฮินดู และพิธีสวดสรรเสริญขอพรพระเจ้า ของศาสนาซิกข์
จากนั้นนายกฯกล่าวนำคำอธิษฐานว่า "ข้าพเจ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีภาวนาเพื่อสันติสุขของประเทศไทย ขอตั้งจิตน้อมอธิษฐาน ขออัญเชิญอานุภาพสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลประทานชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน โรคาพยาธิภัยประลาตร้างห่างไกล พระสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาลทั่วทิศานุทิศ พระบรมราชจักรีวงศ์สถิตเป็นมิ่งขวัญและหลักชัยของประเทศและของปวงชนชาวไทยตราบกาลนาน
ขอให้ปวงชนชาวไทยเข้าถึงและยึดมั่นในคำสอนแห่งศาสนาอันเป็นที่พึ่งที่เคารพนับถือของตน มีความสุขความเจริญด้วยเมตตากรุณาธรรม รู้รักสามัคคีปรองดองกัน ปลอดพ้นจากมิจฉาทิษฐิและอกุศลกรรมทั้งปวง อย่ามีภัยพิบัติอุปัทวันตราย ทั้งจากธรรมชาติและน้ำมือมนุษย์มาแผ้วพาน ขออานุภาพแห่งสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล คุ้มครองรักษาประเทศไทยและปวงชนชาวไทย ให้มีแต่ความสุขสงบอย่างถาวร เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ดำรงอยู่ยั่งยืนมั่นคงตราบกาลนิรันดร์ เทอญ" จากนั้น นายกรัฐมนตรีมอบของที่ระลึกให้แก่ผู้นำศาสนาทั้ง 5 ศาสนาเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังพิธีระหว่างที่นายอภิสิทธิ์จะเดินทางไปยังตึกไทยคู่ฟ้านั้นได้มี นายเฉลิมชัย ช่วยครุฑ เจ้าของร้านตัดผมแฮเล็ม ย่านวงเวียนใหญ่ ได้นำพระเครื่องเป็นพระปิดตาหลวงพ่อทับ วัดทองนพคุณ ย่านฝั่งธน ที่อยู่ในกรอบพลาสติก พร้อมสายสร้อยสแตนเลส มามอบพร้อมกับคล้องคอให้กับนายกฯด้วย 1องค์ ซึ่งนายกฯก็คล้องพระดังกล่าวขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไป โดยที่ผู้สื่อข่าวถามนายกฯว่าทำบุญแล้วรู้สึกอย่างไร บ้านเมืองจะสงบหรือไม่ แต่นายกฯได้แต่ยืนยิ้มแล้วก็ฝ่าวงล้อมของสื่อมวลชนขึ้นตึกไปทันที
ด้านนายเฉลิมชัย ผู้มอบพระปิดตาให้นายกฯ กล่าวว่า จากการที่ได้ติดตามการทำงานของนายอภิสิทธิ์เห็นแล้วไม่สบายใจ เพราะท่านเป็นผู้นำของประเทศ เราควรจะให้อะไรที่เป็นสิ่งที่มีค่าท่านโดยเฉพาะพระองค์นี้ตนสะสมมานานแล้ว นายกฯ เป็นคนที่มีความสามารถ ทำให้มีคนอิจฉาริษยา เพราะท่านเป็นคนดี มีเมตตา
“ผมมีความเป็นห่วงเกรงว่าท่านจะไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะระหว่างการเดินทางทราบข่าวมาจากหนังสือพิมพ์และจากหลายๆด้าน เขาจะลอบยิงท่าน ผมเลยในคอมามอบให้ท่านเลย ผมมีความเป็นห่วงท่านมาก ระหว่างนี้เดินทางไปไหนมาไหนก็อยากให้ท่านปลอดภัยจึงเดินทางมามอบพระให้ท่าน” นายเฉลิมชัยกล่าว
พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าพราหมณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังประกอบพิธีทำบุญ 5 ศาสนา กรณีที่มีรายงานข่าวว่า สาเหตุการจัดงานทำบุญครั้งนี้ เนื่องจากมีการตรวจฮวงจุ้ยของทำเนียบและมีการระบุว่าหากไม่จัดทำบุญ อาจเกิดความวุ่นวาย เพราะพระพรหมที่สถิตย์อยู่บนยอดตึกไทยคู่ฟ้า ไม่ได้อยู่ปกป้องรักษาทำเนียบรัฐบาลแล้ว ว่า พระพรหมณ์อยู่บนสวรรค์ และตามคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์นั้นรูปเคารพทั้งหลายที่สร้างขึ้น เพื่อให้ทุกคนได้ระลึกถึงพรหมวินัย 4 ประการ
เพื่อนำคุณธรรมมาสู่จิตใจให้เราได้ระลึกถึง ดังนั้นต้องทำความเข้าใจว่าเรื่องความเชื่อใหม่ การทำบุญครั้งนี้ ไม่ได้แก้เคล็ดเรื่องการเทเลือด แต่เป็นการอนุโมทนาเพื่อให้เป็นสิริมงคลทำให้เกิดกุศลจิต ส่งผลให้จิตใจของคนสูงขึ้น มีจิตเบิกบาน มีสติ จิตใจที่ขุ่นมัวก็จะถอดถอน และเมื่อมีการสื่อภาพออกไปให้สาธารณชนได้รับทราบ คนทั่วไปก็จะร่วมอนุโมทนาไปพร้อมๆกับรัฐบาล ทุกคนก็จะมีความสุข ไม่จำเป็นต้องทำพิธีแก้เคล็ดใดๆ
เมื่อถามถึงกรณีที่มีหมอดูทักว่าการย้ายศาลพระภูมิประจำทำเนียบ ซึ่งเดิมอยู่บริเวณประตู 2 โดยปัจจุบันย้ายมาตั้งประตู 3 ซึ่งอยู่ใกล้ที่พักสิ่งปฏิกูล ถือว่าผิดหลักจริงหรือไม่ พระราชครูวามเทพมุนี กล่าวว่า ตามหลักศาสนาพราหมณ์การทำความสะอาดหรือปรับย้ายสถานที่ตั้งสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ในบริเวณที่สะอาด โปร่งโล่ง คนทั่วไปสามารถมองเห็นได้ชัดเจน และหากมองตรงไปต้องไม่ตรงกับห้องน้ำหรือแนวท่อระบายน้ำ ซึ่งที่ตั้งปัจจุบันของศาลพระภูมิยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้ใจเกิดสติ ระลึกถึงคุณงามความดี



